โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

 

 

เพื่อนนผู้จากไป

 

เช้าวันนั้นเอก สนทนากับเพื่อนร่วมงาน ไอ้นัทไปไหนวะ

 

เอก กับ นัท สนิทกันมากในฐานะคนทำงานรุ่นเดียวกัน เขาฝากงานกันเสมอ ก่อนจะถึงวันนี้ เอก ได้ฝากงานกับ นัท ไว้ในช่วยดูแลงานที่ทำให้หน่อย

เอก ก็ดูแลงานให้ปกติ เหมือนทุกครั้งที่เคยทำเพราะเขาผลัดกันเข้าเวรเสมอ

 

ย้อนไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว เขาทั้งสองนั้งอยู่บนเก้าอี้ที่มีล้อหมุนด้วยการเอาปลายเท้าพาดอยู่บนหน้าต่าง เป็นท่าที่นั่งสบายที่สุด กลางค่ำคืนในสำนักงาน

นัท ทำลายความเงียบด้วยการเอ่ย เฮ้ย เอก กูนั่งคิดว่าถ้ากูยังอยู่ตรงนี้ กูอยากให้เวลามันคล้ายวันนี้ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็สนุกกับการทำงานมันมีความหมายมาก ทั้่งสองคนเหม่อมองไปบนอากาศ กลางความมืดนอกหน้าต่างบนชั้น 6 ของที่ทำงานนั่งรอเวลาเพื่อให้งานเสร็จ ทั้งสองนั่งรอกว่าตี 3 เพื่อเตรียมตัวสำหรับวันหยุดยาวในวันรุ่งขึ้น

 

ทำไมหล่ะ เอก ถามด้วยความสนใจแล้วยังบอกกับ นัท ด้วยความเหนื่อยวันนี้กูโคตรเหนื่อยแล้วก็ง่วงมากด้วย กูมีความสุขนะที่ได้ทำงานแบบนี้มันมีความสุข ที่ต้องดูแลงานที่หัวหน้าฝากไว้ให้เสร็จก่อนเช้า อย่างน้อยกูมีความรู้สึกว่ากูได้ทำงานเต็มที่

เอกไม่ได้สงสัยสักนิดว่า นัท คิดอะไรทั้งๆ ที่งานที่ทำมันก็คล้ายกับทุกๆ วัน แล้ววันนี้พูดเพราะอะไร

 

เอกกับนัท คุยกันท่ามกลางแสงนีออนโดยมีบรรยากาศนอกตึกเงียบสงบ หลังจากงานเสร็จแล้วเกือบตี 4 วันนี้กูคงไม่กลับบ้านหล่ะ ทุกคนเห็นพ้องเพราะทั้งสองใช้ใต้โต๊ะทำงาน ของแต่ละคนเป็นที่นอนเป็นเวลานานแล้ว จริงๆ ในที่ทำงานค่ำคืนนี้ก็มีเหล่ามนุษย์งานอีก หลายคนที่ต้องรับผิดชอบงานจนดึก ก็พากันแยกย้ายไปนอนใต้โต๊ะทำงานของแต่ละคน ก่อนจะกลับบ้านในช่วงเช้า ส่วนใครยังไม่เสร็จก็ต้องอยู่ที่ทำงานกันต่อ

 

หลังจากผ่านวันหยุดเช้าวันใหม่ ทุกคนก็ยังสนุกสนามเฮฮาเมื่อมาเจอกัน แต่ที่แปลกไป นัท หยุดบ่อยขึ้นแต่จะโทรมาบอกทุกครั้งหลังจากผ่านไป 3 เดือนเช้าวันนี้ มีเสียงถามกับเพื่อนร่วมงาน ไอ้นัท ไปไหนวะเป็นเสียงจากเอก แต่ไม่มีคำตอบเพราะไม่มีใครรู้ แล้วได้โทรเข้ามือถือไอ้นัท หรือยังมีเสียงบอกโทรแล้วพี่แต่เครื่องไม่เปิด

ซักพักมีอีกเสียงเพื่อนร่วมงานอีกคนบอกว่า พี่นัท ไม่สบายนอนอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วมันเป็นอะไร เอก ถามต่อไม่รู้พี่เห็นว่านอนห้องไอซียูด้วย

 

มันเกิดอุบัติเหตุเหรอ เอก ถามต่อ เปล่าพี่เอก เอ้า แล้วมันเป็นอะไรวะทำงานด้วยกันเป็นอาทิตย์กูไม่เห็นมันบอกเลยว่าเป็นอะไร

 

อย่างนั้นพรุ่งนี้เราไม่เยี่ยมมันกันมันคงไม่เป็นอะไรมากหรอก เอก พูดด้วยความสนุกโดยไม่คิดว่า นัท เป็นอะไรหนักเดี๋ยวก็คงกลับมาทำงาน

รุ่งขึ้นเอก และเพื่อนๆ ร่วมงานนัท ยกโขยงไปที่โรงพยาบาลได้สอบถามแม่นัท แม่บอกว่า นัท เป็นน้ำท่วมปอดทำให้หายใจไม่สะดวก นี่ก็ดีขึ้นบ้างเพราะหมอได้ดูดน้ำในปอดช่วยหายใจดีขึ้น

 

เพื่อนๆ พากันถามด้วยความไม่รู้ว่าเป็นไปได้อย่างไร ไปว่ายน้ำเหรอถึงได้น้ำท่วมปอด ยังไม่มีใครรู้เพราะหมอยังไม่บอกถึงสาเหตุของน้ำท่วมปลอดมาจากอะไร แต่ทุกคนก็เป็นห่วง เข้าเยี่ยมไอ้นัท ในห้องไอซียู พูดคุยด้วยความลำบากอยู่ซักพักพวกเอกต้องล่าถอย เพราะไม่อยากรบกวนการพักผ่อน

 

ทุกคนเชื่อว่าคงเป็นอะไรไม่มากแค่น้ำท่วมปอด หลังจากวันนั้นทุกคนก็ผลัดกันไปเยี่ยม นัท ที่โรงพยาบาลตามแต่ใครจะสะดวกโดยไม่รู้ความจริงเลยว่า นัท กำลังใกล้ถึงวาระสุดท้าย

ทุกวันเหล่าบรรดาเพื่อนๆ ก็แวะไปเยี่ยม นัท ที่โรงพยาบาลเป็นที่สนุกสนามเวลารวมกลุ่มกันชุดใหญ่ แซวกันบ้างโดยเฉพาะ นัท จะโดนเยอะหน่อย ทุกคนรู้ว่านัดหายใจลำบาก แต่ก็อยากให้สนุกไม่อยากให้เครียด ถึงตรงนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ความจริงว่า นัท เป็นมะเร็งวาระสุดท้าย ยังเข้าใจว่าอาการน้ำท่วมปอดคงจะหาย และกลับไปทำงานได้เหมือนเดิม

เอก พูดในวงอย่างสนุกสนานนี่ถ้าโรงพยาบาลไม่ห้าม ว่าจะหิ้วเหล้ามาดื่มฉลองกันหน่อยฉลองให้ไอ้นัทที่มันป่วย มันจะได้หยุดคุยกับพวกเราบ้าง เดี๋ยวมันหายมันจะวิ่งป๋อไปกับแฟนลืมเพื่อนๆ อีก

ทุกคนสนุกสนานทุกครั้งเวลามาเยี่ยม นัท ที่โรงพยาบาลมันเหมือนเป็นการรวมกลุ่มคุยกัน มากกว่าไม่เหมือนอยู่ในที่ทำงาน เพราะต่างคนต่างมีหน้าที่ไม่มีเวลาได้คุยเล่นกันมากนัก

ผ่านไปหลายวัน มีข่าวร้ายที่ทำให้ เอก สะเทือนใจมากเพื่อนร่วมงานตะโกนเรียก พี่เอก พี่นัทตายแล้ว

เอก ร้องเฮ้ยตกใจวาบ เอกถาม ทำไมวะแค่น้ำท่วมปอด แล้วกูก็เพิ่งคุยไม่เห็นจะเป็นอะไรมาก จริงหรือวะมึงมั่วหรือเปล่า

เสียงกระชับอีกครั้งจากเพื่อนร่วมงาน จริงๆ พี่เอก พี่นัท ตายแล้วผมก็เพิ่งรู้ แล้วสิ่งที่พวกเราไม่รู้เลย พี่นัท เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แม่เขาไม่ยากบอกพวกเรา กลัวจะเป็นห่วงกันหมด คือที่เราเห็นอาการน้ำท่วมปอด มันเป็นผลมาจากมะเร็งปอด

เอก ถามกลับเป็นไปได้ยังไงวะ ไอ้นัท มันไม่สูบบุหรี่แล้วมันเป็นมะเร็งปอดได้ยังไง เอก พูดแล้วก็โกรธตัวเองแม่งเป็นเพื่อนกันได้ยังไงวะถึงไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทเป็นมะเร็ง แถมตัว ไอ้นัท เองแม่งก็ไม่บอกมึงตายแบบนี้ได้ไง ไอ้นัท เอก พูดด้วยความโกรธตัวเอง

เอก พูดเสร็จพร้อมกับซบหน้าไปกับโต๊ะน้ำตามันไหล มันไหล จนเปื้อนโต๊ะ น้องๆ หลายคนเดินเข้ามาจับไหล่ เพื่อเตือนสติ พี่เอก ทำใจเหอะ พี่นัท เขาไปสบายแล้วช่วงที่ป่วยอยู่พี่เขาคงทรมานมากแต่ไม่บอกพวกเรา พี่นัท ไปแบบนี้ดีแล้วดีกว่านอนป่วยทรมาน หลายปี ผมถือว่า พี่นัท ทำบุญไว้เยอะนะถึงจะจากพวกเราไปแต่ก็ทรมานไม่นาน

พวกเราจะมีใครไปแบบมีบุญแบบนี้หรือเปล่า ป่วยแล้วก็ตายไปเลย ผมว่าดีกว่านอนป่วยกันเป็นปี

ปลายเสียงพูดอย่างเห็นใจ

เอก ทอดสายตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำใสๆ เล็กๆ ที่ยังหลงเหลือบนใบหน้าอย่างไม่อายใคร

สาม สอเสือ
 

Copy right @ 2013 by nsbest.com All rights reserved .

99/18 หมู่ 11 ซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569