มนุษย์กับงาน

เมื่อเราเริ่มทำงานมาสัก 10 ปี เราต้องย้อนมาดูสิ่งที่ผ่านมาว่า มีอะไรที่เราทำได้ดีมาก และมีอะไรที่เราได้รับบทเรียนในการทำงานเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด ของมนุษย์คือก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สตีฟ จ๊อป เคยพูดในงานสัมมนาแห่งหนึ่งว่า

"คนเราทุกคนที่ต้องการเดินไปข้างหน้าต้องมองจุดที่ผ่านมา เหมือนการต่อรูปจุดต่าง ๆ เป็นรูปคนหรือสัตว์ ถ้าเราจะต่อรูปไปข้างหน้าเราจะต้องมองรูปจากข้างหลัง มิฉะนั้นการต่อรูปจะไม่สมบูรณ์หรืออาจจะต่อไปไม่ได้เลย"

ใน ช่วงที่ 3 ของมนุษย์กับงานอาจเริ่มในช่วงชีวิตอายุ 35-42 เป็นช่วงที่สำคัญมาก เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความรู้มากพอมีประสบการณ์ที่เติมเต็ม การลุยงานอย่างเต็มที่ทำให้ผลงานออกมาดี แต่หากขาดความพยายามอย่างมุ่งมั่นก็น่าเสียดายที่เวลาในช่วงเวลาที่สำคัญผ่านไปเพราะถ้าเลยช่วงนี้มาแล้ว การหาตำแหน่งที่สามารถกำหนดบทบาทขององค์กรก็จะเลยผ่านไป การที่ไม่ได้นำทีม ไม่ได้อยู่แถวหน้าก็จะทำให้การทำงานช่วงนี้ขาดความโดดเด่น พอเลยอายุ 42-50 ปี เป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวสิ่งที่ทำมาทั้งหมดของการทำงานในชีวิตก็ว่าได้ เพราะสิ่งที่อุตส่าห์ก้มหน้าก้มตาทำมาหางานสร้างคุณภาพของงาน และสิ่งที่มีอยู่ต้องตักตวงให้เต็มที่เพราะอายุในช่วงนี้ตำแหน่งในมือน่าจะเป็น Top 5 ในองค์กรได้แล้ว ถ้าเป็นคนเก่งยิ่งจะดีใหญ่ ถ้าได้ไปอยู่ในองค์กรต่างชาติช่วงนี้จะร่ำรวย เก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำมีเงินเดือนหกหลักแก ่ๆ หรือใกล้ 7 หลักแล้ว

หลายตำราบอกว่า คนที่ทำงานในยุคนี้เกิน 50-62 ปี เป็นช่วงที่วิเศษที่สุด เพราะถ้าเป็นคนเก่งจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดอีกช่วงหนึ่งของชีวิต เพราะมี connection เพียบ มีสังคมที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาทำให้เราก้าวต่อไปได้สวยและมั่นคงขึ้น แต่ต้องอย่าลืมว่าสิ่งที่เป็นอดีตกำหนดอนาคตเหมือนคนเก็บเงินไว้ในมือหรือกระปุก เมื่อทุบออกมาจะเห็นเงินที่เก็บไว้เป็นกอบเป็นกำและเอามาใช้ได้อย่างสบาย ในช่วงสุดท้าย 63-75 และเลยไปทุกคนคงอยากทำอะไรกับเวลาสบายๆ ในชีวิต รู้จักเสาะแสวงหาความสำคัญของการเป็นมนุษย์

ช่วงสุดท้ายในชีวิตของมนุษย์ที่ทำงานเป็นช่วงที่ต้องถ่ายทอดแนวคิด การทำงาน และ ประสบการณ์เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ถ้าคนเก่งทุกคนในประเทศได้ถ่ายทอดผลงานประสบการณ์ชีวิตให้คนอื่นได้อ่านได้ศึกษา ได้เรียนรู้ คนของเราจะต้องเก่งกว่าคนในเอเชียอีกมาก

แต่เป็นที่น่าเสียดายประเทศของเราคนไม่ชอบอ่านหนังสือ ท่านอาจจะมองไปรอบๆตัวท่านในคนที่ใกล้ชิด เพราะท่านได้อ่านแล้วแต่คนอื่นสิบคนที่อยู่รอบๆ ตัวท่าน เขาเอาแต่ให้วันเวลาและโชคชะตากำหนด ทำให้สิ่งที่ออกมาไม่ได้อย่างใจทำงานไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะโชคชะตาคือสิ่งที่เรากำหนดได้แต่คนจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับการที่เรากำหนด ตัวเองทั้งนั้น การที่ไม่ยอมพัฒนาตัวเองและความรู้ก็ไม่สามารถทำให้งานบรรลุเป้าหมาย เมื่อได้เป็นนายแต่เป็นผู้นำที่ไม่เก่งย่อมนำคน นำทีมไม่ได้ และผลสำเร็จก็จะไม่ตามมา พูดง่ายๆ คือไม่สำเร็จ

ถ้าท่านสำเร็จในหน้าที่การงานอยู่แล้ว ในการเป็นหัวหน้าก็ขอให้มีเวลาประสบแต่ความสำเร็จแต่ถ้ายัง ผู้เขียนมีแนวคิดในการเดินต่อไปดังนี้

ในแต่ละช่วงของชีวิตที่ทำงาน ท่านต้องกำหนดว่าอะไรคือจุดที่ท่านต้องพัฒนา ผู้เขียนไม่เชื่อในจุดอ่อน แต่เชื่อว่าคนมีการพัฒนาได้ในทุกเรื่อง แต่เวลาไม่ยอมใช้เวลาในการพัฒนาการตัวเองต่างหาก และเมื่อเวลาผ่านไปเราจะบอกกับตัวเองเสมอว่าเราแก่เกินเรียนแล้ว แต่จริงๆ แล้วไม่มีใครแก่เกินกว่าที่พัฒนาตัวเอง แต่ไม่ให้เวลากับตัวเองมากกว่า เพราะการที่เก่งในสาขาวิชาชีพเราต้องมั่นในการฝึกฝนพัฒนา แต่วันทั้งวันในงานที่ทำก็เหมือนอยู่แล้ว แต่พอมีวันพักเราก็พักกันอย่างจริงจังโดยไม่ได้เจียดเวลามาพัฒนาตัวเอง ตลอดชีวิตการทำงานของผู้เขียนการทำงานหนักและจริงจังเกือบทุกๆ ช่วงของชีวิต แต่ก็มีบางช่วงขาดแรงบันดาลใจ เมื่อย้อนดูทีไรในช่วงเวลาปีถึงสองปีที่หายไปรู้สึกสูญเสียเวลาในชีวิตมากๆ แต่โชคดีที่ช่วงอื่นกว่า 80% เป็นช่วงการพัฒนาตนเอง การเจียดเวลาหาหนังสือและเวลาอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาขึ้นอาจจะเป็นช่วงยามเช้าในแต่ละวันหยุดท่านจะได้ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยแต่ละเดือน ซึ่งก็พอในการทบทวนและเรียนรู้อย่างจริงจังในงานที่ทำ ขอเพียงแต่ท่านมีเป้าหมายและกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนให้ได้ความสำเร ็จก็จะอยู่แค่เอื้อม

ผู้เขียนมีความเชื่อในการพัฒนาคน มีความเชื่อว่าคนที่มุ่งมั่นย่อมมีแต่ความสำเร็จ เชื่อว่าความพยายามเป็นจุดเริ่มต้นของผลสำเร็จที่ตามมา ตลอดจนเชื่อว่าคนที่มีศีลธรรมตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ แม้กระทั้งเชื่อว่าคนแต่ละคนโชคชะตาไม่ได้เป็นตัวกำหนด แต่เชื่อว่าตัวท่านเป็นคนกำหนดโชคชะตาและความสำเร็จเอง และสุดท้ายเชื่อว่าทุกคนทำงานได้สำเร็จทุกคน ถ้ามีจุดเริ่มต้นและเชื่อมั่นในตนเอง และมุ่งมั่นในการพัฒนา

ไว้พบกันในดินแดนแห่งความสำเร็จขอเพียงแต่ท่านเริ่มต้นเดินจากจุดเริ่มต้น แม้เพียงก้าวเล็ก ๆ ก้าวสั้น ๆ แต่ความสำเร็จก็เริ่มจากจุดนี้ไม่ใช่หรือ@

จากหนังสือ e LEADER ประจำเดือนสิงหาคม 2006 บทความของ ม.ล.ชัยวัฒน์ ชยางกูร

 

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

99/18 หมู่ 11 ซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569