โยเกิร์ตวันละถ้วย

ทุกวันนี้มีโยเกิร์ตมากมายหลายยี่ห้อ หลายรสชาติซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายมากน้อยแตกต่างกันไป การจะเลือกรับประทานโยเกิร์ต เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากที่สุดก่อนอื่นคงต้องมาทำความเข้าใจถึงสิ่งที่สำคัญที่อยู่ในโยเกิร์ตกันเสียก่อน ซึ่งคงเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากแล็คโตบาซิลลัสที่ได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ

แล็คโตบาซิลลัส คือ แบคทีึเรียลที่สามารถผลิตกรดแล็คติกซี่งมีอยู่หลายชนิด เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ หรือเรียกอีกอย่างว่า โปรไบโอติก (Probiotic) ปกติอาศัยอยู่ในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ของคนเราตั้งแต่ยังเป็นทารก

จุลินทรีย์ที่ว่านี้่ทำหน้าที่ช่วยย่อยอาหารและผลิตสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น กรดแอมิโน กรดแล็คติก วิตามินเค วิตามินบี และสารปฏิชีวนะหลายชนิด ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ตั้งแต่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เจ็บป่วยช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นไปตามปกติ ท้องไม่ผูก ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งลำไส้และมะเร็งตับ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และผลิตเม็ดเลือดแดงมากขึ้นช่วยลดระดับน้ำตาลและคอเลสเทอรอลในเลือด ช่วยย่อยน้ำตาลในนม และช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและเหล็กได้ดีขึ้นนอกจากนั้นยังเคยมีผลการวิจัยพบว่า การรับประทานโยเกิร์ตช่วยคุมน้ำหนักได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม จุลินทรีย์เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อสามารถฝ่าฟันกรดในกระเพาะอาหาร และด่างที่ลำไล้เล็กตอนบนไปเกาะที่ลำไส้เล็กส่วนล่างได้อย่างอยู่รอดปลอดภัย แต่จากการศึกษาพบว่า จุลินทรีย์ 95 เปอร์เซ็นต์ในโยเกิร์ตทั่วไปตายสนิทเสียก่อนจะถึงจุดหมายปลายทาง จึงทำให้ร่างกายไม่ได้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ที่มีในโยเกิร์ตเท่าใดนัก

ดังนั้นหากสามารถรับประทานโยเกิร์ตซึ่งมีจุลินทรีย์ที่แข็งแรงในปริมาณที่เหมาะสม ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพมากขึ้นเท่านั้น อย่างเช่นโยเกิร์ตของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา มีแล็คโตบาซิลลัสแอซิโดฟิลัส และบิฟีโดแบคทีเีรีย ซึ่งโดยปกติมีอยู่ในลำไส้เล็กตอนล่างตามธรรมชาติอยู่แล้ว เป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติทนกรดทนด่างได้เป็นอย่างดี จึงสามารถเคลื่อนผ่านไปอยู่ปลายลำไส้ได้โดยไม่ดับดิ้นสิ้นชีพไปเสียก่อน นอกจากนั้นยังมีถึง 106 ตัวมากพอจะช่วยเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

คนทั่วไปรวมทั้งคนสูงอายุที่จำนวนจุลินทรีย์ลดลงตามวัย ควรรับประทานโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์สุขภาพดังกล่าวเป็นประจำทุกวัน วันละหนึ่งถ้วย โดยเฉพาะหากเป็นผู้ป่วยที่ได้รับยาปฏิชีวนะยิ่งควรรัีบประทานโยเกิร์ต เพราะยาปฏิชีวนะไม่ได้ทำลายเฉพาะแต่จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคเท่านั้น แต่ยังทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ซึ่งส่งผลทำให้ร่างกายใช้เวลาในการฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วยนานขึ้น

ซื้อโยเกิร์ตคราวหน้า นอกจากเลือกรสชาติที่ชอบแล้ว ควรพลิกดูด้วยว่ามีแล็คโตบาซิลลัสชนิดที่เป็นประโยชน์หรือไม่

ไม่อย่างนั้นอาจไม่ได้รับประโยชน์จากโยเกิร์ตอย่างที่ควรจะเป็น

จากหนังสือแพรว ฉบับที่ 643 วันที่ 10 มิถุนายน 2549

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

99/18 หมู่ 11 ซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569