10 สิงหาคม 2550

กินตามยีน

เคยสงสัยไหมว่าทำไมมนุษย์เราจึงมีพฤติกรรมและภาวะทางอารมณ์แตกต่างกัน หรือป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ทั้งที่เป็นคนดูและสุขภาพ

ส่วนหนึ่งล้วนกำหนดมาแล้วจากพันธุกรรม Dr.Susan Mitchell นักโภชนาการจากสถาบันโภชนาการของอเมริกาจึงทำแบบทอสอบนี้ขึ้นมา เพื่อช่วยให้คุณรู้ว่าทตนเองมีแนวโน้มอยู่ในยีนกลุ่มใด และควรกิจอาหารประเภทไหนจึงจะช่วยรักษาสุขภาพที่ดีให้ยืนยาว ลดอาการบกพร่องและความป่วยต่าง ๆ ที่คนในแต่ละยีนมีแนวโน้มจะเป็น ให้กาเครื่องหมายในข้อที่อธิบายถึงความเป็นตัวคุณ หมวดไหนที่มีเครื่องหมายมากสุด นั้นคือคำตอบที่แผงเร้นอยู่ภายในตัว

O คุณหรือสมาชิกในครอบตรัวติดบุหรี่สุรา หรือสารเสพติด

O คุณมีพฤติกรรมการกินผิดปกติ เช่น อดอาหาร กินดื่มแบบไม่ยั้ง กินแล้วอาเจียน เป็นต้น

O น้ำหนักขึ้นหลังจากหยุดสูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือสารเสพติด

O ชอบอาหารมัน รสหวาน หรือเค็มจัด รู้สึกผิดทุกครั้งที่กินอาหาร

เน้นกินอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัว สร้างความสดชื่น มีชีวิตชีวาซึ่งจะช่วยลดพฤติกรรมการกินผิดปกติหรือแนวโน้มติดสารเสพติด เช่น เครื่องดื่มคาเฟอีนประเภทชา หรือกาแฟได้ ควรกินวิตามินรวมและสารโฟเลตเสริม อีกทั้งรับประทานอาหารที่มีโฟเลตสูงทุกวัน เช่น ตับ ผักใบเขียว และซีเรียลโฟเลตสูง ซึ่งดูได้จากข้อมูลโภชนาการข้างกล่อง

กินอาหารทะเล เมล็ดฟักทอง อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และใบปอจมูกข้าวสาลี 1 ช้อนโต๊ะต่อสัปดาห์ โอเมก้า 3 ที่อุดมในอาหารเหล่านี้ ช่วยลดวามหดหู่ เครียด หรือกังวลได้

O มีสมาชิกในครอบครัวมีปัญหาทางจิตประสาท

O คุณเคยกินยากดหรือระงับประสาท เมื่อรู้สึกเครียด เหงา เศร้า หรือไม่มีความสุข

O คุณจะกินเพื่อระบายอารมณ์หรือให้รางวัลกับตนเอง

O เมื่ออยู่คนเดียวคุณจะกินในปริมาณมาก บางครั้งคุณไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการกินของตัวเองได้

O ไม่ค่อยกินอาหารเช้า แต่กินเยอะในมื้อเย็น

เน้นอาหารทะเล โดยเฉพาะปลาแซลมอน ทูน่า ซาร์ดีน และใบปอ ถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ กรดโอเมก้า 3 ช่วยลดอาการซึมเศร้า

กินผลิตภัณฑ์นมทั้งหลาย เช่น ชีส โยเกิร์ต นมสด 3 ครั้งต่อวันแคลเซียมช่วยยับยั้งไม่ให้ร่างกายผลิตเซลล์ไขมันมากจนกลายเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดระดับไขมันที่มีอยู่แล้วในร่างกาย

กินผักผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนและวิตามินซีสูง เช่น บลูเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ องุ่นแดง เอพริคอต ลูกพีช มะม่วง แครอทที่ผ่านการปรุง ฟักทอง มันเทศ พริก 2-3 ถ้วยเล็กต่อวัน ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากภาวะทางอารมณ์

O มีสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นโรคเบาหวาน

O คุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกิน 5.5 mmol/L

O คุณมีระดับคอเลสเตอรอลเกิน 5.5 mmol/L และมีไตรกลีเซอไรด์เกิน 8.3 mmol/L

O คุณกินยารักษาเบาหวานหรืออินซูลินควบคุมน้ำตาลในเลือด

O คุณมีไขมันสะสมที่รอบเอวมากกว่าส่วนอื่น

O ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขณะตั้งครรภ์ และทารกมีน้ำหนักเกิด 4 กิโลกรัม

O รู้สึกกระหายน้ำบ่อยครั้ง

เน้นอาหารประเภทขนมปังธัญพืช หรือข้าวไม่ขัดขาว ถั่วเมล็ดต่าง ๆ แอ๊ปเปิ้ล นม และโยเกิร์ต เพราร่างกายจะดูดซึมสารอาหารกลุ่มนี้ได้ช้า ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงขึ้นและอิ่มนานกว่า หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงทุกประเภท

กินอาหารทะเล 3 ครั้งต่อสัปดาห์

ควรกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและอุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุชนิดต่าง ๆ เช่นผัก และผลไม้ 5 ครั้งต่อวัน เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

ผักผลไม้สีจัดหรือมีรสเปรี้ยว เช่น ฟักทอง บรอกโคลี แครอท พริก เมลอน มะเขือเทศ สัม มะนาว ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายได้

กินอาหารที่อุดมด้วยธาตุแมกนีเซียม เช่น อัลมอนด์ ถั่วเหลือง ถั่วแมคาเดียเมีย ข้าวโอ๊ต เมล็ดฟักทองวันละ 1 กำมือ เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

O มีสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นโรคหัวใจ

O คุณมีระดับคอเลสเตอรอลเกิน 5.5 mmol/L และมีไขมันดีในร่างกายต่ำกว่า 2.5 mmol/L

O คุณกินยาควบคุมคอเลสเตอรอล

O คุณสูบบุหรี่เกินวันละ 3 มวน

O กินจั๊งค์ฟู้ดเป็นประจำ

O ไม่ชอบออกกำลังกาย

O คุณมีไขมันสะสมที่หน้าท้องมากกว่าส่วนอื่น

ควรกินโอเมก้า 3 เสริม และใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหาร

เน้นผลไม้ที่มีกรดซาลิไซลิคและวิตามินซี วิตามินอีสูง เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เอพริคอต มะเขือเทศ แตงกวา พริก บรอกโคลี มันเทศ มากกว่า 5 ส่วนต่อวัน เพื่อช่วยยับยั้งอาการอักเสบของเซลล์ในร่างกายและดีต่อสุขภาพหัวใจ

ดื่มชาเขียวหรือชาดำ 2-3 แก้วต่อวัน และกินองุ่นแดง เชอร์รี่ 4 ถ้วยต่อสัปดาห์ เพื่อต้านอนุมูลอิสระและล้างสิ่งสกปรกที่เกาะตามผนังหลอดเลือดเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมัน ไข่ เครื่องใน และอาหารทะเล

กระเทียมวันละ 2 กลีบช่วยลดคอเลสเตอรอล

O มีสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ความดันโลหิตสูง หรือเส้นเลือดในสมองแตก

O คุณมีความดันโลหิตสูงกว่า 120/80

O ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

O ไม่ค่อยกินผักผลไม้ และไม่ดื่มนม

O ชอบกินอาหารรสเค็มจัด

เลี่ยงอาหารรสเค็มจัด และกินผักผลไม้ 5-10 ส่วนต่อวัน

เน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ผลิตภัณฑ์นม ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูก และอาหารที่อุดมด้วยแมกนีเซียมและโพแทสเซียม เช่น ผักใบเขียว มันฝรั่ง ชีส อัลมอนด์ เชเลอรี่ กล้วย ทุกวัน เพื่อช่วยลดความดันเลือด

กินกระเทียมทุกวัน เพื่อลดไขมันในหลอดเลือดและช่วยให้หลอดเลือดสะอาดขึ้น

ใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันข้าวโพดปรุงอาหาร

O ญาติผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิงและแม่ เข้าสู่วัยทองก่อนอายุ 50 ปี

O ช่วงตั้งครรภ์คุณมีน้ำหนักเกินมาตรฐานคนท้องทั่วไปถึง 9 กิโลกรัม และไม่สามารถลดน้ำหนักลงหลังคลอดได้

O ก่อนประจำเดือนมา 2 สัปดาห์ คุณกินเก่ง

O คุณมีอาการเต้านมคัด ท้องอืด ปวดท้องน้อย ปวดหลัง หรือมีอารมณ์หงุดหงิดเวลามีรอบเดือนเป็นประจำ ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งมีแนวโน้มน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

O เมื่อก่อนมีรูปร่างแบบลูกแพร์ (รูปร่างช่วงบนเล็ก แต่ช่วงล่างใหญ่) แต่ปัจจุบันเมื่ออายุมากขึ้น รูปร่างเปลี่ยนเป็นทรงแอ็ปเปิ้ล(รูปร่างอ้วนกลม)

พยายามควบคุมการกินแค่ 3 มื้อหลัก และ 1 มื้ออาหารว่างเท่านั้นเพื่อรักษาน้ำหนัก

กินแคลเซียม น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส และวิตามิน อี เพื่อลดอาการร้อนวูบวาบและอารมณ์แปรปรวน

กินผลิตภัณฑ์นมทั้งหลาย เช่น ชีส โยเกิร์ต นมสด 3-4 ครั้งต่อวันนอกจากช่วยลดการเก็บสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกายแล้ว ยังเสริมให้กระดูกแข็งแรง และเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง เนื่องจากโซเดียมจะไปเพิ่มการขับแคลเซียมออกจากร่างกาย ทำให้เสี่ยงต่อโรคกระดูนพรุน

กินอาหารที่มีกรดโอเมก้า 3 สูง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลือง 1-2 ครั้งต่อวัน เพื่อช่วยปรับภาวะอารมณ์ให้ปกติ

เลี่ยงอาหารน้ำตาลสูงที่จะไปลดการเก็บวิตามินบีคอมเพล็กซ์และแร่ธาตุที่จำเป็นในร่างกาย ทำให้เกิดการตึงเครียดของเซลล์ประสาทได้

ข้อมูลจาก หนังสือแพรว ฉบับที่ 662 วันที่ 25 มีนาคม 2550

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

99/18 หมู่ 11 ซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569