26 มีนาคม 2556

ปรับนิสัยเพื่อไม่ให้เป็นกรดไหลย้อน


โรคกรดไหลย้อน ไม่ใช่โรคที่อันตรายถึงชีวิต แต่บั่นทอนคุณภาพชีวิต เพราะเกิดจากสภาวะที่มีกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมากเกินไป จนไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะขึ้นเหนือหูรูดหลอดอาหาร ซึ่งกรดจากกระเพาะมีฤทธิ์กัดเนื้อเยื่อของหลอดอาหาร
ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร รู้สึกแสบร้อน ปวดแสบร้อนที่ยอดอก และเรอเปรี้ยว อาจจะปวดร้าวขึ้นมาถึงบริเวณคอได้ หากละเลยไม่ทำการรักษา อาจทำให้เรื้อรัง มีความเสี่ยงให้กลายเป็น มะเร็งหลอดอาหาร ได้ในที่สุด


วิธีการรักษาโรคกรดไหลย้อนที่ควรทำ
ปรับเปลี่ยนนิสัยและการดำเนินชีวิตประจำวัน การรักษาวิธีนี้มีความสำคัญมากในการทำให้ผู้ป่วยมีอาการน้อยลง ป้องกันไม่ให้เกิดอาการ ควรปฏิบัติไปตลอดชีวิตแม้ว่าผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้น หรือแม้ว่าผู้ป่วยจะหายดีโดยไม่ต้องกินยาแล้วก็ตาม ซึ่งสิ่งที่ควรปรับเปลี่ยนมีดังนี้

นิสัยส่วนตัว
1. ถ้าน้ำหนักเกินควรพยายามลดน้ำหนัก เนื่องจากภาวะน้ำหนักเกินทำให้ความดันในช่องท้องมากขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนได้มากขึ้น
2. พยายามหลีกเลี่ยงอย่าให้เครียด และควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะความเครียด และการสูบบุหรี่ทำให้เกิดการหลั่งกรดมากขึ้น
3. หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่คับเกินไป โดยเฉพาะบริเวณรอบเอว

นิสัยในการรับประทานอาหาร
1. หลังจากรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ พยายามหลีกเลี่ยงการนอนราบ การออกกำลังกาย การยกของหนักการเอี้ยวหรือการก้ม
2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อดึก และไม่ควรรับประทานอาหารใดๆ อย่างน้อยภายในระยะเวลา3ชั่วโมงก่อนนอน
3. พยายามรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยการทอด อาหารมัน พืชผักบางชนิด เช่น หัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ ฟาสต์ฟู้ด ช็อคโกแลต ถั่ว ลูกอมเปปเปอร์มินต์ เนย ไข่ นม หรืออาหารที่มีรสจัด เช่น
เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด หวานจัด
4. รับประทานอาหารปริมาณพอดีในแต่ละมื้อ
5. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มบางประเภท เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

นิสัยการนอน
1. ถ้าจะนอนหลังรับประทานอาหาร ควรรอประมาณ 3 ชั่วโมง
2. เวลานอนควรหมุนหัวเตียงให้สูงขึ้นประมาณ 6-10 นิ้วจากพื้นราบ อาจเริ่มประมาณ ครึ่งนิ้วก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มขึ้น
นอกจากวิธีเหล่านี้คุณอาจรับประทานยา เพื่อลดปริมาณกรดในกระเพาะอาหาร และ/หรือ เพิ่มการเคลื่อนตัวของระบบทางเดินอาหารในการกำจัดกรด ควรรับประทานยาสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง ไม่ควรลดขนาดยา หรือหยุดยาเอง และควรมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
และต่อเนื่องอาการต่างๆ อาจไม่ดีขั้นเร็ว ต้องใช้เวลา แต่เมื่ออาการดีขึ้นและผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยนนิสัย ทั้งได้รับประทานยาต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 เดือนแล้ว แพทย์จะปรับลดขนาดยาลงเรื่อยๆ ทีละน้อย ไม่ควรซื้อยารับประทานเองเวลาป่วย เนื่องจากยาบางชนิดจะทำให้กระเพาะอาหาร
มีการหลั่งกรดเพิ่มขึ้น หรือกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัวมากขึ้น โดยประมาณร้อยละ 90 ของผู้ป่วยที่มีอาการของโรคกรดไหลย้อน สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยาและการปรับเปลี่ยนการปฎิบัติตัว

จากนิตยสารขวัญเรือน  ฉบับ 991ปักษ์แรกมีนาคม 2556

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

99/18 หมู่ 11 ซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569