19 มิถุนายน 2556

โรคของคนคลั่งแชต

สำหรับใครหลาย ๆ คน สมาร์ทโฟนกลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในร่างกายที่ขาดไม่ได้เสียแล้ว ทั้งพิมพ์ ทั้งแชต ติดงอมแงม แต่อาการหนักหน่อยก็คือ แม้หลับแล้วยังละเมอหยิบโทรศัพท์กดเมสเสจหาเพื่อนได้อีก โรคนี้กำลังฮิตในอเมริกาเรียกว่า SLEEP TEXTING

นอนละเมอคิดถึงแต่มือถือ
โรคนี้เข้าข่ายเป็นการละเมอชนิดหนึ่งที่ใครๆ ก็มีสิทธิ์เป็นได้ สาเหตุสำคัญคือ ติดการแชตในโทรศัพท์มาทั้งวัน หรืออาจเกิดกับคน ที่หมกมุ่นอยู่ในโลกโซเชียลมีเดียมาก ๆ ว่างไม่ได้ ต้องคว้าโทรศัพท์มาดูตลอด ส่งผลให้เวลานอนจิตใต้สำนึกจะคิดถึงแต่เรื่องโทรศัพท์

ปกติการนอนหลับแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ REM SLEEP หรือเรียกว่าช่วงหลับฝัน กับ NON REM SLEEP ที่เป็นการนอนหลับแบบไม่มีการฝัน การนอนหลับธรรมดาหรือ NON REM SLEEP นั้นจะแบ่งได้ 4 ระยะ คือ เริ่มง่วง หลับตื้น หลับปานกลาง และหลับลึก การละเมอแชตจะเกิดในช่วงหลับลึก ซึ่งเป็นการนอนหลับสนิทที่สุด และจะเกิดขึ้นหลังจากหลับไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง เมื่อผู้ป่วยตื่นขึ้นมาจะจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้ อย่างเคยมีกรณีเกิดขึ้นในอเมริกาประมาณ 5 ปีที่แล้ว ผู้หญิงคนหนึ่งละเมอลุกขึ้นมาอีเมลไปทั่ว ข้อความในอีเมลนั้นอ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ซึ่งเธอบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย

เสียงแชตดังปุ๊บ กดตอบปั๊บ

คนที่มีอาการละเมอแชตนี้ แม้จะอยู่ในภาวะหลักลึกแล้วแต่เมื่อได้ยินเสียงเตือนจากโทรศัพท์ว่ามีข้อความมา จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความตอบกลับทุกครั้ง ซึ่งขณะที่ตอบข้อความกลับไปนั้นมักอยู่ในสภาวะกึ่งกลับกึ่งตื่น เพราะฉะนั้นเมื่อตื่นขึ้นมาจึงจำเหตุการณ์ไม่ได้ โดยส่วนมากข้อความที่ถูกส่งไปขณะที่ยังหลับนั้นมักจะอ่านไม่รู้เรื่อง ไม่สามารถจับใจความได้

ติดโซเชียลมากระวังอ้วน ซึมเศร้า สมองทึบ

แม้การละเมอแชตจะไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายเหมือนละเมอเดิน แต่ถ้ามีอาการเช่นนี้บ่อย ๆ หรือทุกวัน ย่อมส่งผลร้ายต่อสุขภาพแน่นอน เพราะรบกวนการนอนหลับ ทำให้พักผ่อนไม่เต็มที่สมองทึบ ร่างกายอ่อนแอ ส่วนใครที่ยังไม่ถึงขึ้นละเมอแชต แต่ระหว่างวันติดโทรศัพท์มาก ๆ ก็อาจเสี่ยงเป็นโรคอ้วน เพราะแน่นอนว่ามัวนั่ง ๆ นอนๆ แชตไม่ได้ออกกำลังกาย เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าอีกต่างหาก ทางแก้คือ คุณหมออาจให้ยาในกลุ่มแก้อาการซึมเศร้าที่ทำให้ง่วง หลับง่ายขึ้น ละเมอน้อยลง ซึ่งยาแก้อาการซึมเศร้าจะไม่ทำให้ติดเหมือนยานอนหลับ ถ้าผู้ป่วยสามารถนอนหลับโดยไม่มีอาการละเมอแล้วจึงค่อยลดปริมาณยาลง ความจริงวิธีป้องกันโรคนี้ที่ง่ายและดีที่สุด คือ ก่อนเข้านอนควรปิดโทรศัพท์มือถือหรือนำวางไว้นอกห้องนอนได้ยิ่งดี เพื่อไม่ให้รบกวนเวลาพักผ่อนส่วนบรรยากาศภายในห้องนอนควรสะอาดปลอดโปร่ง ปิดไฟเปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่หนาวไม่ร้อน ในช่วงเวลากลางวันควรอยู่ห่างจากโทรศัพท์มือถือบ้าง และควรใช้งานเฉพาะเวลาจำเป็น

ชีวิตปลอดเทคโนโลยีบ้างก็ดีนะ

จากหนังสือแพรว ปีที่ 34 ฉบับที่ 811

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

99/18 หมู่ 11 ซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569