16 สิงหาคม 2556

เข้าใจ-ทำให้ถูกจึงจะได้เงินกู้

  บทความครั้งนี้ คงเป็นอีกครั้งในหลายพันบทความที่ผมพยายามอธิบายว่าการที่ SMEsไทย จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้นั้น ต้องเข้าใจว่าสถาบันการเงินที่เป็นกลไกในการจัดสรรและกระจายทุน ในภาษาทางการเงินหรือหากเป็นภาษาชาวบ้าน คือ ธนาคารให้สินเชื่อหรือแบงก์ให้กู้นั้น วันนี้เวลานี้มันต่างจากอดีตที่เคยเชื่อเคยเป็น เคยบอกกันมา และเคยเห็นกันมาในอดีตอย่างสิ้นเชิง

   หากผู้ประกอบการรายใดที่คิดไปกู้แบบเก่า-เก่า ที่เริ่มจาก เชิญผู้จัดการสาขามาทานข้าวพร้อมเจ้าหน้าที่สินเชื่อที่สาขาอีกสองสามคน   เล่าให้เขาฟังถึงโครงการที่คิดทำบรรยายให้ทุกคนบนโต๊ะทานข้าวฟังว่าเห็นโอกาสอะไรบ้าง เสนอหลักประกันว่าเอาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างตรงไหน แบบไหนไปเป็นหลักประกัน

   หลังจากทานข้าวเล่าเรื่องสินเขื่อที่อยากได้แล้ว ท่านผู้ประกอบการคิดว่าเรียบร้อย ได้เงินกู้แน่ เพราะผู้จัดการหรือผู้จัดการสาขานั้นตกปากรับคำว่าจะสรุปเรื่องเสนอให้นั้น
ขอเรียนว่าท่านผู้ประกอบการเข้าใจผิดไปมาก เข้าใจผิดไปหมด และโอกาสที่จะไม่ได้สินเชื่อที่อยู่สูงมาก เนื่องจากสิ่งที่คิดและทำไปนั้นมันเป็นวิธีการติดต่อที่ได้ผลก่อนปี 2540 และผมต้องย้ำว่ามันเป็นเรื่องที่เขาทำกันก่อนเกิดวิกฤตการณ์ปี 2540 ซึ่งล่วงเลยมาเป็นเวลา 16 ปีแล้ว

   วันนี้ เวลานี้ ปี พ.ศ. 2556 นี้ เรื่องการเข้าถึงสินเชื่อเขาจะทำกันอย่างนี้ครับ

  1.ต้องเตรียมข้อมูลว่าธุรกิจเดิมเราทำอะไรอยู่ มีความสำเร็จระดับไหน
   2.ต้องบอกเขาว่าลูกค้าที่เราขายของให้ที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ 5 อันดับแรกคือใคร มียอดการขายแต่ละรายเฉลี่ยต่อเดือนเท่าไร
   3.ต้องบอกเขาว่า Supplier ที่เราซื้อของมาขาย ซื้อวัตถุดิบมาผลิตที่เป็น Supplier รายใหญ่ 5 อันดับแรกคือใคร มียอดการซื้อของกับเขาแต่ละรายเฉลี่ยต่อเดือนเท่าใด
   4.ต้องทำเป็นเอกสารแผนธุรกิจว่าโครงการของเราจะขายอะไร ขายให้ใครทำไมเขาต้องซื้อ เขาซื้อเพราะอะไร เขาจะซื้อสินค้าตามแผนธุรกิจ ที่เสนอนี้เพราะอะไร และท้ายสุดอะไรคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โครงการตามแผนธุรกิจสำเร็จ ย้ำต้องเป็นเอกสารนะครับ เพราะเอกสารนี้จะส่งต่อจากระดับสาขาไปยังคนวิเคราะห์สินเชื่อที่อยู่ส่วนกลาง มันไม่ใช่เป็นเรื่องของผู้จัดการสาขาอีกต่อไปนะครับ ที่จะเป็นคนดำเนินการวิเคราะห์เองตัดสินใจได้เองเหมือนเช่นอดีต
   เพราะมันมีระบบการคานอำนาจ ระบบการตรวจสอบยืนยันกัน ว่าคนที่ติดต่อลูกค้าบอกมากับสิ่งที่ลูกค้าเป็นจริงนั้นคืออะไร หลายครั้งลูกค้าไปจ้างคนอื่นมาเขียนแผนธุรกิจ แต่ตัวเองไปตอบคำถามคนละทางกับที่เขียนในแผน อย่าคิดว่าเอกสารไม่สำคัญนะครับ เอกสารคือข้อผูกพันว่าเมื่อได้เงินจากธนาคารแล้ว เอามาผสมกับเงินทุนของตัวเองแล้วต้องทำไปตามแผนที่วางไว้ ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้บอกว่าเอาไปลงทุนในเครื่องจักร แต่ตอนทำจริงเอาไปซื้อที่ แบบนี้ผมกล้ารับรองเลยว่าโดนระงับการเบิกเงินกู้แน่นอนเพราะใช้เงินกู้ผิดวัตถุประสงค์
   5.ต้องมีกระแสเงินสดมาแสดงว่าเงินเข้ามาจากไหนได้บ้าง เงินออกไปทำอะไรบ้างเงินที่ออกไปลงทุนหรือเป็นค่าใช้จ่าย กระแสเงินสดเป็นบวกหรือติดลบ ปัจจัยที่ทำให้เป็นบวกคือ ปัจจัยที่ทำให้ติดลบคือ โอกาสในอนาคตจะเป็นไปในทิศทางใดมากกว่ากัน
   6.ต้องบอกรายละเอียดหลักประกันว่าคืออะไร มีราคาตลาดเท่าไร คุณภาพของหลักประกันเป็นอย่างไร ตั้งอยู่ที่ไหน มีความเสี่ยงทางกฎหมายในเรื่องกรรมสิทธิ์หรือไม่ อยู่ที่เดียวกับที่ตั้งโครงการหรืออยู่คนละที่กับโครงการ
   7.ต้องสำรวจประวัติทางการเงินของตัวเองที่ผ่านมาก่อน โดยการไปตรวจเครดิตบูโรของตนเองก่อนว่า ตอนนี้เรามีหนี้อยู่ที่ไหนบ้าง มีกี่บัญชี เปิดอยู่กี่บัญชี ปิดไปแล้วกี่บัญชี ย้อนหลังลงไปในอดีตเคยมีการไปค้างชำระไว้หรือไม่ หากมีและเป็นจริงแล้วต้องบอกสาเหตุให้ได้ว่าเพราะอะไรจึงค้าง ดูต่อว่ามีการค้างหลายครั้งหรือไม่ มีการค้างติดต่อกันหรือไม่ เช่น ค้างเป็นเดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือนติดกัน เพราะความร้ายแรงในมุมมองของคนวิเคราะห์ไม่เหมือนกัน

  คนเคยค้างในอดีตนานมาแล้วหลายปี และเป็นการค้างหนเดียว กับคนที่ค้างบ่อยใกล้ๆ กับปัจจุบันนี้ไม่กี่เดือนก็ค้าง หรือเพิ่งจะเคลียร์ยอดที่ค้างไปไม่นาน มันมีความหมายไม่เหมือนกัน เราลองคิดว่าถ้าเป็นเงินเราเองมีคนมาขอกู้ แล้วมีลักษณะการค้างใน 2 แบบนี้เราจะให้เงินกู้กับคนไหน เอาใจเราเป็นที่ตั้งท่านก็จะรู้คำตอบ หากเราไม่หลอกตัวเอง

  ปี พ.ศ.2556 นี้มันต่างจากอดีตมากมายหากคนที่จะไปขอกู้ยังคิด ยังทำแบบเดิม คงยากที่จะได้เงินกู้
   ต้องเข้าใจเขา ต้องรู้ว่าเขาคิดอย่างไรต้องรู้ว่าเขาทำเรื่องยังไง ต้องรู้ว่าเขาไม่อยากได้อะไร

เพราะมันไม่ง่าย...เหมือนในอดีตแล้ว

สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เส้นทางเศรษฐี ปีที่ 19 ฉบับที่ 331 ปักษ์หลังสิงหาคม 2556

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

99/18 หมู่ 11 ซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569