HOME

ตามหลักทฤษฎีการแพทย์แผนไทย ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ ร่างกายจะแข็งแรงไม่เจ็บป่วยเมื่อธาตุทั้งสี่มีความสมดุล หากธาตุใดทำหน้าที่ผิดปกติไปหรือมีสิ่งมากระทบจนทำให้ธาตุขาดความสมดุล เช่น การเปลี่ยนช่วงเวลาของวัน การเปลี่ยนของฤดูกาล การเปลี่ยนวัย การเปลี่ยนลักษณะสภาพแวดล้อมที่อยู่้อาศัยที่คุ้นเคย จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้

การบริโภคอาหารไทยตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทยมี 5 ลักษณะ ดังนี้
1.บริโภคอาหารไทยตามรสยา 9 รส
2.บริโภคอาหารไทยตามฤดูกาล
3.บริโภคอาหารไทยตามลักษณะธาตุเจ้าเรือน
4.บริโภคอาหารไทยตามพระคัมภีร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์
5.บริโภคอาหารไทยตามแนวพระพุทธศาสนา

การบริโภคอาหารไทยตามแนวพระพุทธศาสนา

การรับประทานอาหารไทยทางพุทธศาสนานั้น จำเป็นจะต้องมีสติและรู้ตัวตลอดเวลาการรับประทานอาหาร แต่ละืมื้อก็เพื่อจรรโลงร่างกาย และชีวิต ไม่ใช่กินเพราะความอยากหรือความอร่อยซึ่งเป็นตัณหา เมื่อรับประทานมากเกินไปจะเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง การรับประทานอาหารน้อยเกินไปก็จะเป็นโรคขาดอาหาร ผอมแห้ง ไม่มีแรง ดังนั้นจึงควรที่จะรับประทานแต่พอประมาณเท่านั้น การพิจารณาอาหารที่พระสงฆ์ท่านทำก่อนบริโภคอาหาร เรียกว่า โภชนปฎิสังขาโย เป็นการใช้หลักโยนิโสมนสิการ พิจารณาก่อนการบริโภคปัจจัยสี่ในหมวดอาหาร ซึ่งจัดเป็นวิธีหนึ่งที่จัดเป็นโภชเนมัญตัญญุตา

ก่อนฉันอาหารพระท่านต้องก้มดูอาหารแล้วพิจารณา เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จจึงเริ่มฉัน ระหว่างฉันเมื่อบางครั้งเกิดเอร็ดอร่อยจนเพลิน จึงต้องให้มีการพิจารณาจากจิตสำนึก เรียกว่า โภชเนมัญตัญญุตา สำนึกดังกล่าวจะคอยเตือนและกำกับสติตลอดเวลา เช่นคนไข้เบาหวานถ้าเข้าใจถึงสาเหตุและอาการของโรคดี ก็ควรจะรับประทานแต่อาหารที่เอื้อไม่ให้โรคกำเริบหรือป่วยมากขึ้น มิใช้รับประทานอาหารไม่เลือกอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว มารับประทานยาแก้เบาหวานเพื่อช่วยในภายหลัง

ดังนั้นการรับประทานอาหารอย่างมีสติและเข้าใจจะเกิดประโยชน์ในการหล่อเลี้ยงร่างกาย และดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีสุขภาพดี เป็นอยู่ผาสุก มีกำลังเกื้อกูลแก่การบำเพ็ญกิจหน้าที่เท่านั้น ไม่ใช่เพราะความอร่อย เสริมความสนุกสนาน หรือป็นเครื่องแสดงความโก้หรู

ในทางกรรมฐานนั้น บรรดาท่านอรรถกถาจารย์ ซึ่งได้กำหนดให้คนมีจริตที่แตกต่างกัน เพื่อสะดวกในการเลือกธรรมในการปฎิบัติให้เหมาะตามนิสัยตนเอง นิสัยหรือจริตนี้สามารถบอกได้ถึงลักษณะรสชาติ ของอาหารและวิธีการในการรับประทาน คำว่าจริตมาจากจริยา แปลว่าความประพฤติปกติ ซึ่งเป็นพื้นเพของจิตใจและนิสัย จริตแบ่งออกเป็น 6 ประเภท

1.ราคะจริต มีนิสัยรักสวยรักงาม ยินดีกับรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ชอบอาหารรสหวาน มัน อร่อย สีน่ากิน

2.โทสะจริต มีนิสัยฉุนเฉียว โกรธง่าย หนักไปด้วยโทสะ ชอบอาหารรสเปรี้ยว เค็ม ขม ฝาดจัด เวลารับประทานเร็ว คำโต

3.โมหะจริต ขี้หลงขี้ลืม สติไม่มั่นคง พูดผิด ๆ ถูก ๆ ไม่เลือกอาหาร มูมมาม

4.วิตกจริต ชอบเพ้อฝัน ไม่แน่นอน ชอบอาหารไม่แน่นอน อะไรก็ได้

5. สัทธาจริต เชื่อง่าย คล้อยตามคนอื่น ชอบอาหารรสหวานมัน

6.พุทธะจริต ผู้ที่มีความประพฤติปกติ มีปัญญาไว เฉียบแหลม รอบคอบ ชอบอาหารรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ขม รสชาติกลมกล่้อม รู้จักประมาณอาหารในการรับประทาน

การรับประทานอาหารทุกวิธีที่กล่าวมาแล้วนั้น สามารถที่จะเลือกกระทำเองได้ หรือจะนำหลักการใดหลักการหนึ่งมาใช้ประกอบในการช่วยจัดอาหาร เพื่อประโยชน์และเพื่อความสุขสบายที่คิดหมายไว้

 

Copy right @ 2011 by nsbest.com All rights reserved .

99/18 หมู่ 11 ซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569