โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

พระอาทิตย์ตกเขาค้อ

พระอาทิตย์ตกภูเรือ

 

3 กุมภาพันธ์ 2553

เที่ยวเชียงคาน แคมป์ภูเรือ ตอน 3

หยุดเขียนไปหลายวันชักขี้เกียจ ลืม ๆ ไปเหมือนกันว่าไปเที่ยวขณะนั้นรู้สึกยังไง ทีแรกคิดมีช็อตโน๊ตเล็ก ๆ เขียนใจความสำคัญขณะเดินทางท่องเที่ยวเพื่อกลับมาดู เผื่อจะได้ค่อย ๆ เรียบเรียงมาในหัวสมองกันใหม่ ผิดคาดในช็อตโน๊ตจบกันที่เชียงคาน นี่ถ้าหากตัวขี้เกียจไม่เกาะมากรีบเขียนคงไม่เปลืองสมองเท่านี้

หลังจากออกจากเชียงคานพวกเราเดินทางตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ ว่าจะไปภูเรือ เนื่องจากขณะนั้นเป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ด้วยความที่ผมเที่ยวป่านอนเขามาบ่อย ทำให้รู้ว่าถ้าหากเข้าเขตอุทยานในฤดูท่องเที่ยวในเวลาเย็น สถานที่กางเต้นท์จะเต็มไปด้วยผู้คน และไม่มีที่กางเต้นท์ แต่ถ้าไปกันเต้นท์แค่ 2 หลัง ก็อาจไม่มีปัญหาเราหย่อนตัวไปตรงไหนก็ได้

แต่วันนั้นผมได้รับสายจากพี่ชายผมว่าช่วยจองที่กางเต้นท์ให้ด้วย เปลี่ยนแผนจะมาเที่ยวภูเรือ ผมถามไปที่ต้นสายว่าจะมาสักกี่เต้นท์โดยส่วนใหญ่ถ้ามาเที่ยวแบบนี้ผมจะไม่ถามว่ากี่คน เพราะจำนวนคนอาจไม่สะท้อนถึงพื้นที่ที่แท้จริง

ต้นสายโทรศัพท์บอกผมว่ามากัน 8 เต้นท์ และเป็นเต้นท์ใหญ่ ผมร้องโอ้โหเพราะนับรวมของผมด้วยจะกลายเป็น 10 เต้นท์ กินพื้นที่พอสมควร และขณะนั้นนักท่้องเที่ยวเริ่มทยอยกันขึ้นมา บังเอิญจุดที่ผมจองเอาไว้ดีพอสมควร ทำให้หลายคนพยายามขอมาแจมด้วย

ผมได้แต่บอกว่าจะมีพรรคพวกขึ้่นมาอีก 8 เต้นท์ ในใจขณะนั้นบอกตามตรงว่าทำหน้าไม่ถูกและก็หวั่้นใจ เพราะคิดถึงอนาคตถ้าหากพี่ชายผมเปลี่ยนแผนไม่มา แล้วพื้นที่ที่ผมจองเอาไว้มันไม่ได้ใช้ ผมจะกลายเป็นตัวอะไรในหมู่นักท่องเที่ยว ผมโทรไปย้ำเตือนอีกหลายครั้งเพื่อเช็คว่ามาถึงไหนกันแล้ว เพื่อความชัวร์ ว่ามาแน่ต้องไม่ทำให้ผมตกเ็ป็นเป้าสายตาว่าเป็นตัวร้ายของขุนเขา

ต้องนึกภาพขณะนั้นรถยนต์ผมคันเดียวกับเต้นท์ 2 หลังต้องกันพื้นที่เอาไว้เพื่อพอในกางเต้นท์ได้ถึง 10 หลังมันมีที่ว่างขนาดไหนหลังจากที่ผมกางเต้นท์รอประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นเวลาที่นานมาก ไม่อ้อยอิ่งเหมือนมาท่องเที่ยวธรรมชาติ พี่ชายผมนำคณะมาถึงผมก็ใจชื้นไม่เสียหน้าแน่นอน

หลังจากลงมือกางเต้นท์ครบทุกหลัง แทบจะกลายเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ผมกันที่เอาไว้แน่นพอดีพอมีที่เดิน และเหยียบยืนเล็กน้อย กลางดึกบนภูเรือปีนี้อากาศไม่เป็นอย่างที่คิด เสื้อกันหนาวที่เตรียมไว้ใช้ไปนิดหน่อยเพื่อกันน้ำค้าง อากาศไม่เย็นเหมือนปีที่ผ่านมา ทำให้ขาดอรรถรสการเที่ยวภูสูงพอสมควร อาหารเพื่อการพูดคุยภาษาแค้มป์บนดอยขาดไม่ได้เลยก็คือมันเผา พวกเราเดินไปซื้อมันดิบจากที่ใกล้ ๆ มาเผากิน พอสุกมันทั้งหวานหอม และอุ่นไปด้วยเปลวไฟ และไอร้อนจากตัวมัน ทำให้บรรยากาสคลาสสิคสุด ๆ พวกเรานั่งอยู่ไม่ดึกมากนักก็พากันเข้านอน

วันรุ่งขึ้นวันที่ 1 มกราคม 2553 เรานัดแนะกันในเช้ามืดเพื่อเตรียมตัวไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดดอย ซึ่งห่างจากที่กางเต้นท์ 2-3 กิฺโลเมตรขึ้นเขา เราเลยเลือกใช้บริการรถสองแถวเล็กเพื่อเห็นแสงแรกของปีใหม่ และจะได้ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งความจริงแล้วผมมีสต๊อกภาพประเภทนี้เยอะ เพราะถ่ายมาหลายดอยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปีนี้โชคไม่ดีนักเนื่องจากท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆไม่เหมือนฤดูหนาวปกติ เรานั่งอยู่จนฟ้าเริ่มสว่างก็ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ ก็เลยนั่งรถกลับก่อน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เพราะดูแล้วไม่มีโอกาสได้ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นแน่นอน

คนที่ถ่ายภาพพระอาิทิตย์ขึ้นบ่อย ๆ จะทราบว่าถ้าหากลักษณะอากาศแบบนี้ กว่าพระอาทิตย์จะโผล่จากฟ้าพ้นจากเมฆ ดวงอาทิตย์ก็เปล่งแสงออกมาเต็มที่ ไม่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพดวงอาทิตย์แล้ว นอกจากภาพจะไม่สวย รูรับภาพของกล้องมีสิทธิ์จะพังด้วย เหมือนเอาเลนซ์นูนไปรับแสงอาทิตย์เพื่อรวมแสง

ภาพที่เอามาฝากก็เลยได้แต่พระอาทิตย์ตกใกล้ที่พักมีโฟกราวน์เป็นต้นไม้ 2 ต้นก็ดูสวยดี

ช่วงสายผมเดินทางต่อไปที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อพักแคมป์ต่ออีก 1 วัน ระหว่างทางต้องผ่านอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ของที่มีชื่อเสียงแถบนี้ก็คือ ขนมจีน อย่างไรก็ต้องแวะกินคณะที่เดินทางไปด้วยกันยืนยันว่า ขนมจีนน้ำยา ที่นี่ไม่ถูกปากผมก็ยืนยันอย่างนั้น เพราะมันออกหวานมากกว่าเค็มที่ควรจะเป็น แต่ก็คงว่าไม่ได้รางเนื้อชอบรางยา คนชอบไม่เหมือน

ผมมาถึงเขาค้อช่วงเย็นโดยไม่รีบร้อนเพราะผมมาหลายครั้ง ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวจะเยอะ แต่ที่พักก็ไม่น้อยเนื่องจากเขาค้่อไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ แต่เป็นอำเภอหนึ่งที่อยู่บนเขา เพราะฉะนั้นที่พัก ที่กางเต้นท์ ไม่ต้องห่วงมีอย่างเหลือเฟือ แต่ควรเอาเต้นท์ไปเอง คนขับรถยนต์หน้าใหม่ที่ไม่เคยขับทางเขาหรือไม่ชำนาญ ต้องระวังเพราะทางสูงชัน แต่ก็ทำความเร็วได้พอสมควรสำหรับคนชำนาญทางลาดชันแบบเขา พอรถทำความเร็วได้เยอะอันตรายก็สูง เป็นของธรรมดา

ที่พักที่เราหาได้อยู่ในหุบเขา มีเขาสูงอยู่ด้า่นทิศตะวันออก แอ่งน้ำใหญ่อยู่ทิศตะวันตก เพราะฉะนั้่นเช้ามาไม่ต้องหวังถ่ายภาพพระทิตย์ขึ้น เพราะกว่าจะโผล่จากยอดเขาให้คนด้านล่างได้เห็น พระอาิทิตย์ก็แสงแรงเสียแล้ว

เลยเอาภาพพระิอาิทิตย์ก่อนจะลับลาในสถานที่พวกเราพัก ได้บรรยากาศยามเย็นของวันที่ 1 มกราคม ก่อนพวกเราจะเดินทางกลับกรุงเทพในวันรุ่งขึ้นสวัสดี

ของฝากจากเมืองเชียงคาน จังหวัดเลย ที่คั่นหนังสือหากระดาษสวย ๆ พิมพ์รูปตัดตามตำแหน่งรูปแต่ละใบ เจาะรู หา่เชือกสวยร้อยจะให้ดีเชือกควรหาประเภทป่านปอ

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569