โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

 

4 มีนาคม 2553

นักบัญชีเม้งแตก

งบการเิงินรอบปีที่แล้ว ปี 2551 เล่นเอาผมกับพรรคพวกในบริษัทเวียนหัวไปตาม ๆ กัน เรื่องมันเกิดอยู่ว่า เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจ ที่ไว้สำหรับการแจ้งผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี ซึ่งสำนักงานบัญชี หรือสำนักงานสอบบัญชี ก็ใช้วิธีแจ้งทางอินเตอร์เน็ตเช่นเดียวกันทั้งประเทศ แต่บังเอิญช่วงเวลานั้่นเว็บไซต์ ของกรมฯ ก็ติด ๆ ขัดแจ้งไม่สำเร็จ คือนั่งพิมพ์กันไปว่าบริษัทไหนบ้าง ที่รอบบัญชีนี้เราทำบัญชี หรือตรวจสอบบัญชี

พอไม่สำเร็จแต่เราก็นึกว่าสำเร็จไปแล้ว ก็ไม่ได้ไปตรวจสอบเพราะมีลูกค้าจำนวนมาก หลังจากนั้นไม่นานกรมพัฒนาธุรกิจ ก็จะมีจดหมายแจ้งไปตามบริษัทต่างว่า บริษัทคุณ ผู้ตรวจสอบบัญชี ยังไม่ขึ้นบัญชีรายชื่อเป็นผู้ตรวจสอบไว้ในรอบบัญชีนั้น ๆ

แถมมีเรื่องตลกอีกเรื่องก็คือ เจ้าหน้าที่กรมโทรมาหาผมที่บริษัทในฐานะผู้ทำบัญชี แจ้งว่าผู้ตรวจสอบบัญชี ยังไม่ได้แจ้งรายชื่อ ผมก็บอกว่าได้ครับเดี๋ยวผมแจ้งให้เดี๋ยวนี้เลย เจ้าหน้าที่แจ้งผมว่าฝากบริษัทอื่นด้วยนะ เพราะเขาก็ไม่ได้แจ้งด้วย ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ใช่ผู้ทำบัญชีของบริษัทนั้น แต่ก็รับฝากไปบอกให้ ผมถามว่าทำไมไม่โทรไปหาผู้ทำบัญชีรายนั้่น ๆ เจ้าหน้าที่บอกว่า โทรไปหลายที่แล้วไม่ติด ไม่มีคนรับสาย

ผมโทรติดต่อผู้สอบบัญชี บอกเล่าบอกให้จัดการด่วนเสียชื่อหมด กลายเป็นว่าบริษัทที่ไม่ได้แจ้งกับกรมพัฒนาธุรกิจในรอบบัญชีนั้น หลุดมากกว่าร้อยบริษัท แต่ก็เรื่องเล็กเพราะผู้สอบบัญชีเข้าอินเตอร์เน็ตทันทีแล้วก็แจ้งเดี๋ยวนั้่น ทุกอย่างก็จบ

แต่ที่ไม่จบมีอดีตลูกค้าของที่นี่อยู่ราย ได้มีกา่รย้ายสำนักงานบัญชี ซึ่งผมเองเคยบอกไว้กับคนที่รู้จักเขาไว้แล้วว่า รอบปีหน้าผมขอไม่ทำให้นะครับ เพราะมีปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องงานบัญชี หรือภาษี หรือเรื่องเงิน หรอกครับเพราะเรื่องนั้นเล็กน้อย แต่ที่มีปัญหาก็คือเรื่องคน ทั้งเจ้าของบริษัท และพนักงาน ในบริษัทของอดีตลูกค้า ผมก็ไม่รู้ืว่าใครมี น้ำหนักในการสร้างความน่าเวียนหัวมากกว่ากัน เพราะเข้า่กันไม่ได้จูนกันไม่ลง คุยกันไม่รู้เรื่องโดยเฉพาะเอกสารบัญชีประจำเดือน ก็เลยสรุปกับพนักงานของผม แล้วลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าี่ อย่ารับงานบริษัทนี้ต่ออีกเลยปวดหัวมาก ที่นี่ผมฟังความคิดเห็นทุกคนครับ ไม่ใช่เผด็จการ

หลังจากลูกค้ารายนี้หายไปนาน ก็คงไปพบกับสำนัีกงานบัญชีใหม่ จะเป็นนักบัญชีอิสระ หรือมีสังกัด หรือไม่ผมไม่ทราบเพราะผมไม่ใส่ใจ คือจดหมายแจ้งจากกรมฯ ลงวันที่ในเดือนพฤษภาคม ปี 2552 ว่าบริษัทนี้ผู้ตรวจสอบบัญชียังไม่ไ้ด้แจ้งรายชื่อ แต่เป็นการมาคุยกับผมในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ผมแจ้่งไปว่าเดี๋ยวผมเช็คให้ทางอินเตอร์เน็ต แล้วก็พิมพ์เอกสารของกรมฯ ส่งไปให้ทาง Fax ว่าผู้สอบบัญชีแจ้งรายชื่อให้แล้วครับเรียบร้อย แจ้่งไปนานแล้วด้วย ให้เห็นหลักฐานจากอินเตอร์เน็ตของกรมฯ

บริษัีทแห่งนี้รอบบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 สิงหาคม ของทุกปี และกำหนดยื่นงบการเงินไม่เกินเดือนมกราคม ของปีถัดไปครบตามกำหนด 5 เดือน เราจึงเห็นจดหมายลงวันที่ในเดือนพฤษภาคม ถ้าหากเป็นงบฯ ปกติโดยส่วนใหญ่จะรอบบัญชีธันวาคม ถ้าหากไม่ได้แจ้งชื่อผู้ตรวจสอบบัญชี ก็จะได้รับจดหมายประมาณกันยายน หรือตุลาคม

เรื่องยังไม่จบเพราะวันนี้มีคนโทรมาหาผม แจ้งว่ามาจากบริษัทอดีตลูกค้า เพื่อให้คนรับโทรศัพท์ก่อนผมรวมทั้งผมเข้าใจว่าเป็นอดีตลูกค้า คือเจ้าของบริษัท ผมยังเรียกชื่อออกไปหลายครั้งในการสนทนา ปลายสายก็ไม่ได้ปฎิเสธ ว่าไม่ใช่ โดยสัตย์จริงผมไม่เคยปฏิเสธการตอบคำถามกับคนที่ไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หรือไม่ใช่ลูกค้าและก็พยายามจะอธิบาย โดยไม่รู้สึกโกธรเคืองหรือเบื่อหน่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะคนไม่รู้ก็ต้องถาม และผมก็ยินดีตอบ

แต่บังเิอิญปลายสายมารู้ภายหลังว่าเป็นนักบัญชีผู้หญิงท่านหนึ่งโทรมาสอบถาม อารมณ์ขณะนั้นเริ่มกรุ่นเต็มที่ เพราะโดนหลอกเป็นคนทำบัญชีก็บอก เป็นลูกค้าก็บอก ผมจะได้รู้ว่าผมคุยกับใคร เพราะปลายเสียงคล้ายกันแยกไม่ออก แล้วก็ไม่พยายามแยกให้ออกด้วย เรื่องนี้ผมชี้แจงไปแล้วหนหนึ่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปลายสายแสดงความอวดรู้ใส่ผม และพยายามบอกว่าผมไม่มีเอกสารยืนยันว่าได้ส่งงบไปแล้ว นั่นเป็นเพียงเอกสารยืนยันว่าผู้สอบขึ้นบัญชีให้แล้ว ด้วยความที่ไม่ชอบอยู่แล้วแต่ก็พยายามทนเพราะเป็นอดีตลูกค้า พอมารู้ภายหลังก่อนจะจบการสนธนาว่าปลายสายเป็นนักบัญชีคนหนึ่ง เป็นผู้ทำบัญชีคนใหม่ให้กับลูกค้าอดีตลูกค้ารายนี้

เท่านั้นแหล่ะครับผมระเบิดอารมณ์ทันทีลูกน้องผมนั่งหัวเราะคนปลายสาย ไอ้นี่วอนเสียแล้วผมชี้แจงด้วยเสียงดัง แล้วก็บอกด้วยว่านักบัญชีกระจอกงอกง่อย ผมดูแลลูกค้า่เกือบ 80 รายไม่ได้มีปัญหาแล้วคุณเ็ป็นใคร ยิ่งคุณเป็นนักบัญชีด้วยแล้วเรื่องอย่างนี้คุณต้องเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจต้องขอความรู้ไม่ใช่สู่รู้ ผมยินดีจะตอบคนที่อยากรู้ แต่ไม่ใช่สู่้รู้ทั้ง ๆ ที่รู้ไม่จริง

ผมอยากจะเขียนตรงนี้เพื่อให้เป็นความรู้สำหรับคนที่ไม่รู้กับเรื่องเอกสารยืนยัน ที่ผมเขียนไว้ก่อนหน้านี้ เริ่มต้นเอกสารยืนยันว่ามีการส่งงบการเงินแล้วหรือไม่

ในสบช3 ที่ต้องส่งพร้อมงบการเงิน จะมีตราประทับรับงบการกรมพัฒนาธุรกิจฯ ที่ได้ส่งให้ลูกค้าพร้อมงบการเงิน และภงด.50 รวมทั้งใบเสร็จจากกรมสรรพากร นั่นข้อแรก

ข้อที่สองเอกสารยืนยันจากอินเตอร์เน็ต มีรายชื่อผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้พิมพ์ไว้ให้ แล้วส่ง Fax ไว้ก่อนหน้านี้ 2 สิ่งนี้ยืนยันแล้วว่างบมีการส่ง และผู้่สอบบัญชี ขึ้นทะเบียนแล้ว

ถ้ายังไม่พอจะบอกหลักง่าย ๆ สำหรับนักบัญชีจะได้ไม่ต้องไปปล่อยไก่ให้อายคนอื่น ถ้าหากบริษัทไหนไม่ส่งงบการเงิน จดหมายที่ได้รับ จะได้จากตำรวจครับเป็นหมายเรียกผู้ต้องหา เพราะการไม่ส่งงบเป็นความผิดในคดีอาญา ในกรุงเทพฯ จะได้รับจากตำรวจเศรษฐกิจ ต่างจัีงหวัดจะได้รับจาก สถานีตำรวจภูธรอำเภอ

ไม่ใช่เอกสารจากกรมพัฒนาธุรกิจแจ้งว่า บริษัทนี้ผู้ตรวจสอบบัญชี ยังไม่ขึ้นทะเบียนยืนยันเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีและให้ความเห็น คุณต้องอ่านให้ละเอียด เรื่องอะไร เรียนถึงใคร อ้างถึงอะไร ตามจดหมายในระบบราชการ

นักบัญชีต้องละเอียด ถ้าหากหยาบแบบคนที่โทรคุยกับผมวันนี้ เดาอนาคตลูกค้ารายนี้ได้เลยไม่รุ่งแน่ ในอนาคตอาจจะมีปัญหากับสรรพากรไม่เชื่อก็ลองดู

สาม สอเสือ

 

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569