โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

 

18 มิถุนายน 2553

เขี้ยวเสือในปากหมา

วันนี้ผมนั่งเขียนอะไรแต่เช้าเพื่อจะได้ไม่มีอะไรมารบกวนสมอง บอกตามตรง เรื่องบ้านเมือง และสังคมมากระทบจิตใจผมมากเกินไป

ทีแรกคิดว่าช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงปิดงบการเงินตามวงจรของสำนักงานบัญชี ทำให้งานยุ่งจนไม่มีเวลาพอที่จะเขียน แต่ที่ไหนได้จนเกือบปลายเดือนมิถุนายน เหลืออีก 1 วันจะครบรอบวันสิ้นสุดการกระชับวงล้อมทำให้คนตายไปเกือบร้อย บาดเจ็บไปเกือบ สองพันคน ผมยังแทบไม่มีสมองจะเขียนหนังสือ

มีหลายรายโทรมาถามเรื่องแฟรนไชส์บัญชีฝากเบอร์โทรกลับ จากหลายที่หลายจังหวัด ผมก็ไม่ได้โทรกลับสักราย จะเป็นเพราะขี้เกียจคุย หรือไม่มีอารมณ์จะคุยไม่ทราบได้

อยากเขียนความคิดตัวเองใจจะขาด แต่พอจรดปากกาแล้วมีความรู้สึกไม่เข้าท่า มาเยือนในสมองทันที เริ่มรู้สึกฝ่อในใจ อยากจะเขียนเรื่องมาคุยเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทยว่ามันคล้า่ย ๆ ก่อนปี 2540 ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร เอาเป็นว่าประเทศกำลังเหมือนลูกโป่งที่ล่องลอยไปบนฟ้าในช่วงปีถึงสามปีนี้ และหลังจากนั้นลูำกโป่งใบนี้จะเริ่มหมดลมอย่างรวดเร็ว

วกกลับเข้่ามาเรื่องเดิมที่ไม่มีอารมณ์จะเขียน เพราะอย่างแรก และอย่างเดียวก็คือรับไม่ได้กับการตายเกือบร้อยศพ และบาดเจ็บอีกเกือบสองพันกับการของคืนพื้นที่ และกระชับวงล้อม แต่ภาพข่าวมีนักช็อปปิ้งร้องไห้กับตึกเซ็นทรัลเวิลด์

ผมนั่งฟังข่าว และอ่านข่าวหลายครั้งมีความรู้สึกว่าคนกรุงเทพใจร้ายจัง เห็นตึกสำคัญกว่าชีวิตคน แต่ผมก็นั่งถามตัวเองว่าผมคิดอย่างนั้นหรือไม่ เพราะผมเป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิด ไม่เคยแอ็บเป็นคนกรุง หรือเคยคิดว่าชีวิตผมเหนือกว่าคนต่างจังหวัดตามที่สื่อกระแสหลักพยายามบอกแทนคนกรุงเทพทั้งหมด

ผมถามตัวเองก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิมทุกครั้งว่าผมไม่เห็นด้วยกับการล้อมปราบประชาชน แล้วไม่มีความผิด ผมก็เลยสงสัยว่า คนกรุงเทพจริง ๆ ซึ่งมีอยู่ไม่มากในประเทศนี้จะเห็นด้วยกับผมหรือไม่

ทุกวันนี้นั่งฟังแต่เรื่องโกหก ของผู้เป็นใหญ่ในบ้านเมือง จนผมนึกถึงวลีประโยคหนึ่ง

คุณสามารถหลอกบางคน ได้ในบางครั้ง
คุณสามารถหลอกทุกคน ได้ในบางที
คุณสามารถหลอกบางคน ได้ในทุกเวลา
แต่...คุณไม่สามารถหลอกทุกคน ได้ตลอดเวลา
ของประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกา อับราฮัม ลินคอล์น

ผมจับบทพูดอันนี้มาเพื่อขออภัย ที่ไม่ขอเชื่อในสิ่งที่รัฐบาลประชาธิปัตย์พูดเลย ในเวลาที่ผ่านมาเอาแค่เรื่องปรองดอง เพื่อให้ประเทศนี้มันเป็นสุขมากขึ้นผมยังไม่รู้เลยว่าจะปรองดองกับใคร พวกนั้นผู้ก่อการร้าย พวกนี้ล้มเจ้า เลยหาคำว่าปรองดองมาเขียนซะ

ปรองดอง V. harmonize
def:[ตกลงกันด้วยความไกล่เกลี่ย, ตกลงกันด้วยไมตรีจิต]
syn:{ออมชอม}{ประนีประนอม}{ยอมกัน}{ไม่แก่งแย่งกัน}{กลมกลืน}{สมัครสมาน}{ลงรอย}
sample:[พี่น้องคู่นี้ปรองดองกันดีนะ]

กินกัน V. harmonize
syn:{เข้ากัน}{ปรองดอง}{กลมกลืน}
sample:[คนสองคนนี้ไม่กินกันมานานแล้ว]

คุณลองสังเกตุคำว่า harmonize มันแปลได้ทั้ง ปรองดอง และกินกัน แถม sample ยังแปลว่าคนสองคนนี้ไม่กินกันมานานแล้ว ตกลงคำว่าปรองดอง คุณควรใช้คำแปลภาษาไทย ไม่ควรถอดจากภาษาอังกฤษเพราะมันหวาดเสียว และไม่รู้ว่าคุณจะปรองดองกับใคร

มันมีคำคมอยู่ประโยคหนึ่งที่ว่า

ไม่มีเขี้ยวพยัคฆ์งอกในปากสุนัขได้ ผมหวังว่าประเทศนี้จะสงบสุขลงได้

ถ้าหากลดพวกเขี้ยวหมาในปากหมา

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569