โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

 

29 มิถุนายน 2553

ระวังเศรษฐกิจกันบ้าง

ในฐานะนักบัญชี ในฐานะคนที่ทำงานสำนักงานบัญชี คนที่จบทางด้านการตลาด และบัญชี คนเคยเป็นนักข่าวมากว่า 10 ปี ก็เป็นคนชอบอ่านตัวเลขและชอบสังเกตโดยอาชีพอยู่แล้ว ยิ่งเป็นคนที่มีประสบการณ์ตรงจากเหตุการณ์เศรษฐกิจตกต่ำของเมืองไทย ในปี 2540 หรือเรียก "วิกฤตต้มยำกุ้ง" ยิ่งต้องระวังตัวมากขึ้น

ผมนั่งวิเคราะห์เองนะครับไม่ต้องเชื่อผมก็ได้ อย่างแรกเศรษฐกิจไทยขณะนี้ฟองสบู่น่าจะเริ่มก่อตัวอย่างช้า ๆ ถ้าหากเป็นสถานการณ์ปกติป่านนี้วิ่งเป็นกระทิงดุไปแล้ว สิ่งที่ต้องสังเกตก็คือ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ยังไม่ดีขึ้นจาก "วิกฤตแฮมเบอเกอร์" ที่เป็นผลพวงจาก "วิกฤตซับไพรม์ มอท์กิจ" หรือเราเรียกกันสั้นว่า "ซับไพรม์" ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2550 ด้วยความใหญ่โตของเศรษฐกิจของสหรัฐที่กระเทือน และสั่นคลอน ทำให้ทั่วโลกพากันติดหวัดกันทั่ว แบงก์ และวานิชธนกิจ ของสหรัฐ รวมทั้งในยุโรป ล้มกันเป็นโดมิโน่

จนถึงวันนี้คนไทยหลายคนอาจจะลืมเลือนกันไปแล้วว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังป่วยไข้ แม้แต่ประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า เพิ่งออกมายอมรับเมื่อไม่กี่วันมานี้ ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นทั่วโลกอย่างเพิ่งวางใจ


ขณะนี้ยุโรปหลายประเทศกำลังรับผลจากวิกฤตเมื่อ 3 ปีที่แล้วจากสหรัฐทำให้ทั้ง กรีซ สเปน และฝรั่งเศส เริ่มสั่นคลอนตามกัน ยังมีอีกหลายประเทศที่อยู่ในกลุ่มสหภาพยุโรปก็มีอาการคล้ายกัน


คราวนี้จะเกิดอะไรขึ้นเงินมันก็เหมือนน้ำมันจะไหลไปพร้อม ๆ กันเพียงแต่น้ำ มันจะไหลไปที่ต่ำ แต่เงินมันจะไหลย้อนไปที่สูง คือที่ที่สามารถสร้างผลกำไรได้ ทั้งนี้จึงมีการคาดการณ์กันว่าเงินจะไหลเข้าเอเชีย และตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งปัจจุบันไม่มีปัญหา และขณะนี้สัญญาณที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นในไทย ทั้ง ๆ ที่เกิดเหตุวุ่นวายกันทั้งประเทศ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวตกต่ำสุด ๆ ผมนั่งดูตัวเลขในตลาดหลักทรัพย์ผมเห็นหุ้นขึ้นหน้าตาเฉย และขึ้นติดต่อกันมาตั้งแต่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุม นั่นน่าจะเป็นสัญญาณว่าเงินเริ่มไหลเข้าเอเชียมานานแล้ว

ผมเองไม่ใช่คนเล่นหุ้นแต่ผมชอบดูตัวเลขดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร อีกทั้งชอบฟังวิเคราะห์ทางด้านการเงิน แต่ไม่เชื่อทุกคนโดยเฉพาะนักวิเคราะห์ที่มีส่วนได้เสียกับตลาด เช่นนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงิน หรือนักวิชาการบางคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน รวมทั้งข่าวเศรษฐกิจตามหน้าหนังสือพิพม์ผมก็อ่านแบบไม่ค่อยเชื่อ โดยเฉพาะแหล่งข่าวผู้ให้ข่าว ด้วยความที่ผมไม่ได้เล่นหุ้น ผมจึงฟังแบบชอบไม่ใช่เอาข้อมูลไปลงทุน แต่ฟังเพราะต้องป้องกันตัวเอง และวิเคราะห์ต่อไปว่าเศรษฐกิจประเทศไทยจะเป็นอย่างไรใน 3-5 ปีข้างหน้า คือเศรษฐกิจปากท้อง

ก่อนปี 2540 ประมาณ 2537-39 ก็มีแต่ข่าวดีทั้งนั้น เงินเดือนสูง ที่ดินสูง เงินหาง่าย เศรษฐกิจดี มารู้ภายหลังว่าในปี 2542 ว่าไอเอ็มเอฟ เตือนเศรษฐกิจไทยมาตั้งนานแล้วว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟองสบู่แตก สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์แต่ก็เก็บงำกันไว้ไม่คิดจะแก้ปัญหา

มาถึงวันนี้ผมจึงนั่งคิดเองว่ารวมทั้งการวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์อีกหลายคน ก็คือ เมื่อเงินมันมามันก็ต้องไหลกลับแล้วมันจะกลับเมื่อไหร่อันนี้ไม่รู้ แล้วมันจะกลับเพราะอะไร ยุโรป กับ สหรัฐฟื้น แค่คำตอบสั้นแล้วประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไปผมไม่รู้ เพราะมันอยู่ที่ผู้บริหารประเทศจะทำอย่างไร ผมบอกตามตรงไม่ค่อยเชื่อน้ำยาพรรคประชาธิปัตย์ ผมรู้ว่าเก่งหลายคนแต่ผมไม่เชื่อ

ผมเคยได้ยินคำพูดของผู้บริหารบริษัทในตลาดหลักทรัพย์พูดกับลูกน้อง คือเพื่อนผมทำงานอยู่ที่นั่น บอกว่าเงินมันอยู่ในอากาศอยู่ที่ความสามารถแต่ละคนจะดึงมันลงมา ผมเห็นรัฐบาลชุดนี้ตั้งท่าจะดึงเงินจากอากาศลงมาจากการกู้อย่างเดียว โดยไม่มีวิธีอื่นหาเงินแบบอื่น แล้วจะให้เชื่อถือได้อย่างไรว่าผู้บริหารประเทศชุดนี้เป็นชุดที่ดีที่สุด ชุดฟ้าประทานมาให้

ตอนนี้ผมก็ได้แต่บอกคนใกล้ชิดว่าหลังจากนี้ไป 1-2 ปีบวกลบถึงแม้ดูเหมือนเศรษฐกิจจะดีขึ้น เงินสะพัดแต่อย่าลงทุนเกินตัว เพราะเราไม่รู้ว่าหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร เพราะดูแล้วไม่น่าจะต่างจากปี 2540

ยิ่งมาได้จ๊อกกี้ที่ไม่เก่งด้วยแล้ว คำตำรา คิดได้ พูดได้ แต่ทำไม่ได้

ถ้าผมคิดผิดก็ถือว่าเสมอตัว แต่ถ้าคิดถูกก็ได้ระวังตัว

สามสอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569