โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

 

13 สิงหาคม 2553

ความสุขเล็กให้สังคม

วันที่ 12 สิงหาคม 2553 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ "วันแม่แห่งชาติ" เป็นวันหยุดตามประเพณีปกติของคนไทย แต่วันที่ 13 สิงหาคม 2553 ซึ่งเป็นวันหยุดต่อเนื่องที่รัฐบาลประกาศเป็นวันหยุด ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันที่ 13 สิงหาคม เป็นวันหยุดไม่รู้อ่านข่าวอย่างไร มารู้ก็ตอนเย็นวันที่ 11 สิงหาคมแล้ว แต่ที่บริษัทไม่ได้แปลนวันที่ 13 สิงหาคมเป็นวันหยุด และอีกอย่างสำนักงานบัญชี มีหน้าที่ต้องจัดทำภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ของลูกค้า ให้เสร็จ สำหรับบางรายที่ยังไม่นำเอกสารมาให้ เพื่อนำส่งกรมสรรพากรในวันที่ 15 สิงหาคมปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ ก็เลยต้องเลื่อน ไปส่งในวันจันทร์ที่ 16 ด้วยความที่เกรงว่า จะไม่ทันก็เลยให้มาทำวันหยุดไม่ปกติ ขัดกับวัตถุประสงค์ของรัฐบาล

เย็นวันที่ 11 สิงหาคม ผมไปซื้อขนมจาก เอสแอนด์พี หอบใหญ่ และหนังสือเด็กอีกหลาย 10 เล่ม เตรียมเอาไปบริจาคแต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะไปที่ไหน รู้แต่ว่าจะไปมูลนิธิเด็กซักอย่างที่ไหนก็ได้ เช้าวันหยุดผมก็เริ่มเข้าเว็บอย่างแรกเริ่มที่ google อย่างแน่นอนคนยุคใหม่ในสังคมไอที คิดอะไรไม่ออกไปถาม google เพราะมันบอกเราทั้งหมดรวมถึงแผนที่การเดินทาง ถึงแม้ว่าจะมี gps ประจำอยู่ในรถแต่ก็ต้องหาข้อมูลให้เรียบร้อยจะได้ไม่เสียเวลา

ผมพบเห็นข้อมูล มูลนิธิแห่งหนึ่งใกล้บ้าน มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ "บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน" ผมอ่านข้อมูลผู้ที่มาโพสต์ตามเว็บต่าง ๆ เกี่ยวกับมูลนิธินี้ตัดสินใจบริจาคของให้ที่แห่งนี้ดีกว่า มูลนิธิแห่งนี้ อยู่ที่ถนนรามอินทรา ซอย 34 ซึ่งไม่ไกลจากที่พักผมมากนัก

มนุษย์ที่เกิดมาปกติในสังคมก็ยากลำบากกันอยู่แล้ว เพียงแค่มีความผิดปกติบางอย่างทางร่างกาย ผมก็ว่ามันมีความทุกข์จนเหลือประมาณได้ ไม่ว่าจะพิการแขน ขา ตา หู แต่เด็กที่นี่นอกจากจะไปพิการทางสายตาไม่สามารถมองเห็นในโลกที่สับสนวุ่นวายได้แล้ว ยังพิการทางสมองอีกเป็นเรื่องที่เกินรับจริง

คุณลองคิดภาพตามคน ๆ หนึ่งตาบอดแถมพิการทางสมอง บางครั้งเจ็บป่วย หรือเจ็บปวด ยังบอกคนที่ดูแลแทบไม่ได้ คุณว่าคนแบบนี้จะมีความทุกข์ทรมานแค่ไหน

ผมขนขนม และหนังสือเด็ก ขึ้นรถรวมถึง หลอดไฟ ที่เตรียมจะไปถวายวัดตามประเพณีที่เปลี่ยนแปลงไปตามสมัยนิยมของเทศกาลเข้าพรรษา ผมตัดสินใจไม่ไปวัดแล้ว เอาของทุกอย่างใส่รถไปบริจาคมูลนิธิแห่งนี้

เรื่องหลอดไฟถวายวัดไม่ใช่ผมตัดสินใจแบบคนบ้านะครับ เพราะมันมีเหตุผลก่อนหน้านี้ ผมจำชื่อรายการทางโทรทัศน์ไม่ได้ มีการไปสัมภาษณ์เกี่ยวกับประเพณี ถวายเทียน และหลอดไฟตามสมัยนิยม ปัจจุบันมีคนไปถวายกันเยอะจนล้น และเหลือ พระเองก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เช่น เทียน ซึ่งใช้จุดในช่วงเข้าพรรษา ใช้อย่างมากแค่ 1 - 2 เล่มใหญ่ แต่มีคนบริจาคเป็นร้อย พระจะเอาไปทำอะไร หลอดไฟฟ้า วัดก็ใช้ปีละไม่กี่หลอด แต่มีคนถวายวัดเยอะถึงเวลาก็เสื่อมสภาพ (ยังดีไม่เอาหมาไปปล่อยให้เป็นภาระพระจนเป็นปัญหาทุกวันนี้) อย่างดีพระก็เอาไปให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงวัด แต่อย่างไรก็ไม่หมด ไม่ถวายวัดก็แย่ ถวายเยอะก็เป็นภาระ

ผมเลยตัดสินใจเอาหลอดไฟไปบริจาคด้วย อย่างน้อยผมว่าคงไม่ค่อยมีคนบริจาคหลอดไฟให้มูลนิธิ แต่สิ่งที่ดีที่สุดในการบริจาคมูลนิธิหรือถวายวัด ผมว่าเป็นเงินครับเพราะผู้รับสามารถนำไปใช้อะไรก็ได้สะดวกกว่าไม่เหลือทิ้ง หรือเสื่อมสภาพ

ส่วนใครมีกำลังอย่างอื่นก็ไปช่วยกัน จะเลี้ยงอาหารให้เด็กพิการซ้ำซ้อน เด็กกำพ้า หรือสร้างความบรรเทิงให้เด็ก เป็นเรื่องมงคลทั้งนั้น

วันที่ไปผมเห็นนักศึกษากลุ่มหนึ่งไปร่วมกันทำกิจกรรม และก็เปิดเพลงเพื่อให้เด็กพิการซ้ำซ้อน ๆ ได้สนุกสนาน ผมไม่ได้เข้าไปร่วมนะครับ ผมว่าออกจะเงอะงะเรื่องเหล่านี้ ผมได้แต่ดูอยู่ห่าง ๆ ด้วยความสุขใจ

อย่างน้อยถึงแม้วันนี้ผมจะยังทุกข์จากการตาย 91 ศพ 10 เมษายน ถึง 19 พฤษภาคม อำมหิต โดยหาคนรับผิดชอบไม่ได้ และรัฐบาล , ศอฉ. , ดีเอสไอ และอัยการสูงสุด พยายามผลักให้เป็นความผิดของผู้ชุมนุม ยิงกันเอง ทั้ง ๆ ที่ภาพปรากฎบน ยูทูป youtube เห็นกันทั่วโลกว่าทหารเป็นคนยิง

แต่ก็เป็นความสุขใจเล็ก ๆ ที่ผมได้มอบสิ่งนี้ให้แก่สังคมนี้

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569