โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

1 พฤศจิกายน 2555

อ่างปลาหรือกระลาลอยน้ำ

เช้าวันหนึ่งผมตื่นขึ้นมาเห็นปลาหางนกยูงนอนตายอยู่กับพื้น รู้ว่ามันคงกระโดดออกจากอ่างปลาที่วางอยู่หน้าออฟฟิศ ย้อนกลับไปเมื่อคืนด้วยความที่ฝนมันตกทำให้หน้าออฟฟิศเลอะเทอะ ด้วยคราบดินที่กระเด็นมาติด ตามด้วยใบไม้ที่ปลิวว่อนหลุดตกมาที่พื้น ผมก็เลยล้างด้วยการฉีดน้ำ และก็ขัดเล็กน้อย นอกจากนั้นก็ไปเพิ่มน้ำในอ่างปลาหางนกยูง

อ่างปลาเป็นอ่างดินเผาแบบไม่ได้เคลือบน้ำยา จึงซึมตามรูพรุนของเนื้อดินเผาตามธรรมชาติ ทำให้เกิดเฟิร์นและตะไคร่น้ำเกาะเขียวดูสวยไปอีกแบบ เหมือนที่นักแต่งสวนชอบใช้ทำให้บรรยากาศร่มคลึ้ม

หลังจากเห็นปลาหางนกยูงตาย 1 ตัวทำให้ผมเกิดไอเดียอยากจะเขียนเรื่องนี้ ความจริงแล้วหน้าออฟฟิศผมก็มีบ่อปลาทอง แต่สาระสำคัญของเรื่องมันไม่ใช่ปลาหางนกยูง หรือปลาทอง แต่เป็นวิธีคิดของมนุษย์ปุึถุชนคนหนึ่งเท่านั้น

ถ้าเราลองตั้งข้อสังเกตุให้ดีการที่ปลาหางนกยูงโดดออกจากอ่างปลาจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้ามองสนุกๆ เปรียบเป็นคนๆ หนึ่ง เขาอาจจะเบื่อที่อยู่ในที่จำเจ วนว่ายอยู่ในอ่างน้ำชนผนังอ่างทุกวันจนรู้หมดแล้วว่าตรงไหนมีอะไร เปรียบกับคนในสังคมเขาก็อยู่ในความจำเจบางคนพอใจ แต่บางคนก็อยากพบสังคมใหม่ โลกใหม่ วิธีคิดใหม่ แล้ววันหนึ่งเขาเกิดเปลี่ยนใจกระโดดออกมาจากสิ่งที่จำเจ โดยที่เขาไม่รู้ว่าจะมีอะไรข้างหน้า จะพบโลกใหม่หรืออันตรายถึงชีวิต เขาเรียกพวกอินดี้

ผมยกเรื่องนี้มาปรับใช้ชีวิตในการทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตในสังคม ไม่ว่าคุณทำงานแล้ว หรือกำลังเรียนอยู่ แล้วมุมมองของผมก็เปลี่ยนไปจากหนังสือเล่มหนึ่งที่ผมเคยอ่านมานานมากกว่า 15 ปี "ใครเอาเนยแข็งของฉันไป" (ลองดาวน์โหลดบทสรุปที่ได้จากหนังสือเล่มนี้แต่หนังสือต้องไปหาซื้อเอาเองผมแปะลิงค์ไว้ให้)

คราวนี้เปลี่ยนสถานะการณ์บ้างปลานกยูงตัวเดิมลอยติดอยู่ในกระลาลอยน้ำในบึงใหญ่ ปลาตัวนั้นก็ไม่รู้หรอกโลกภายนอกเป็นอย่างไร ก็ยังคงว่ายวนอยู่ในกระลา ถ้าปลาตัวในพอใจเขาก็วนไปแบบไม่ต้องคิดอะไร กินตะไคร่น้ำ บางวันโชคดีหน่อยมียุงมาไข่ก็ได้ลูกน้ำแสนโอชะมาครอง แต่ถ้าปลาเกิดขึ้นคิดใหม่เริ่มเบื่อที่จะว่ายวนซ้ำซากในที่เล็ก ๆ จึงตัดสินในกระโดดออกมาโดยไม่รู้เหมือนกันว่าข้างนอกจะพบกับอะไร แต่ปรากฎว่าสิ่งที่ปลาหางนกยูง โดดออกมากลายเป็นบึงกว้างใหญ่ อิสระกว่าเดิม มีอาหารมากมายกว่าเดิม แต่อาจจะมีอันตรายบ้างจากปลา่ใหญ่กว่าคอยกัดกินปลาเล็ก

เปรียบกับคนและวิธีคิดในสังคมปัจจจุบันโลกแห่งเทคโนโลยี มนุษย์สามารถมองเห็นได้มากกว่าปลามากนัก คือมนุษย์สามารถกระโดดออกมาได้เลย แต่รู้ว่าเสี่ยงแค่ไหนกี่เปอร์เซนต์ เพียงแค่คุณมีกำลังใจเต็มเปี่ยม และพร้อมจะก้าวข้ามออกมา คุณจะพบโลกใหม่อีกแบบ แต่ถ้าคุณมองเห็นแล้ว คุณรู้แล้วแต่คุณไม่มีกำลังใจพอที่จะก้าวข้ามเพราะกลัวในสิ่งใหม่ ในสังคมไทยเขาจึงมีคำเปรียบเปรยว่า กบในกระลา

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ เรื่องการใช้ชีวิต สังคมมุมมอง ไม่มีใครบอกใครได้ว่าคุณควรออกหรืออยู่ที่เดิม คุณต้องตัดสินใจเอง

โลกใหม่มันรอเราอยู่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง ข้อมูลข่าวสารทั่วโลกไหลวนเป็นน้ำที่เชี่ยวกราก มีทั้งขนมหวานและความขม มีอิสระแน่นอนมีอันตรายบ้าง

ผมจะพูดว่าแค่เราหยุดแล้วมองเฉยเรากำลังจะถูกโลก และสังคมโลกทอดทิ้ง ในภาษาการตลาดยิ่งวิ่งเร็วกว่านี้หลายเท่า มากกว่าสังคมบัญชีจะว่าบัญชี ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยก็ไม่ใช่เพราะเราต้องรับมาตรฐานใหม่ ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของโลกอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน เราปิดประเทศปิดตัวเองไม่ได้หรอก

ความเชื่อมโยงของบุคคล ครอบครัว บ้าน เมือง สังคม ประเทศ จนไปถึงโลกมันสัมพันธ์โดยภาระหน้าที่

ถ้าคุณเป็นปลาตัวน้อยคุณพร้อมจะกระโดดออกมาหรือไม่

เป็นสิ่งที่คุณต้องตัดสินใจเอง

สาม สอเสือ

http://eportfolio.hu.ac.th/library/images/stories/Bookonline/cheese.pdf

http://www.dla.go.th/work/kpinow/7ebook/pdf/4806.pdf

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569