โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

14 มกราคม 2556

ข้อจำกัด

ในฐานะที่ทำงานสำนักงานบัญชี หลายครั้งผมนั่งคุยกับลูกค้ามักจะถกกันในหัวข้อ ข้อจำกัดเสมอไม่ใช่เรื่่องเล่นๆ นะครับเรื่องข้อจำกัด เพราะทุกคนทุกอาชีพมีข้อจำกันทั้งนั้น คือถ้าเรามองข้อจำกัด ของเราก็คือการมองด้วยความระมัดระวัง

การทำธุรกิจต้องไม่มองบวกมากนัก มีโอกาสที่ธุรกิจเราทำจะพบกับผลกระทบไม่ทางใดทางหนึ่ง ในอนาคตในขณะที่การค้ากำลังเจริญรุ่งเรือง ไอ้พวกหนังสือมองโลกในมุมบวกผมมองว่าประมาทสำหรับคนทำการค้า

ความประมาทในการทำธุรกิจไม่มีผลดีเพราะเราอาจจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงไม่ได้เลย จนถึงกับทำให้ธุรกิจที่เราทำเสียหายประคองตัวต่อไม่ได้ ล้มหายตายจากเลยก็มี

ผมเคยเตือนลูกค้าอยู่ท่านเคยรับงานในระดับปีละ 5 ล้านจนธุรกิจโตมา 10 กว่าล้านภายใน 3 ปี แต่ต่อจากนั้นหลังจากโตก้าวกระโดดลูกค้าหวังจะโตเป็น 40 ล้านต่อปีภายใน 2 ปี สุดท้ายไปไม่รอดธุรกิจเสียหายเป็นหนี้กว่า 10 ล้านภายใน 1 ปี เพราะประมาทในการรับงาน และไม่รู้ข้อจำกัด ผมจะเล่าให้อ่านกันแต่ไม่ขอเปิดเผยว่าทำอาชีพอะไร แต่ที่ต้องเขียนเผื่อคนจะได้ประโยชน์และฉุกคิดกับเหตุการณ์นี้ และเดินธุรกิจแบบระมัดระวังมากขึ้น

เรื่องมีอยู่ว่ามีลูกค้าอยู่รายหนึ่งในอดีตก็ทำงานประจำไปด้วย และก็เปิดบริษัททำงานไปด้วยช่วงแรกรายได้บริษัทก็กระท่อนกระแท่นแต่ก็พอไปได้ บางส่วนก็อาศัยเงินจากเงินเดือนประจำมาจุนเจือบริษัทก็พอประคอง แต่ก็ต้องเหนี่อยเหมือนทำงาน 2 แห่ง (บริษัทลูกค้ารับทำงานป้ายให้โชว์รูมรถยนต์ชื่อดังแห่งหนึ่งพอได้งานจะใช้ซัพพลายเออร์อีกที) จนสุดท้ายลาออกจากงานประจำมาทำงานของตัวเองเต็มที่ ก่อนออกจากงานประจำผมบอกเหมือนกันว่า ได้หางานอย่างอื่นมั้ยนอกจากโชว์รูมรถยนต์เพราะเกรงว่าเดี๋ยวงานจะหมด

ลูกค้าแจ้งว่าได้ติดต่อหางานป้ายกรมทางหลวงไว้แล้ว ส่วนงานโชว์รูมหลังจากหมดงานก็จะเป็นงานซ่อมแซมตามอายุการใช้งาน ไม่ต้องห่วงเพราะจะมีงานเรื่อยๆ ทั่วประเทศ

การทำงานผ่านซัก 2 ปีบริษัทเติบโตจนมีรายได้ประมาณ 10 ล้านแต่เงินสดไม่พอต้องไปไฟแนนท์บิลกับพวกแฟคตอริ่งบริษัทในเครือ ธ.กสิกรไทยบ้าง ธ.ไทยพาณิชย์บ้าง เสียดอกเบี้ยไม่ใช่น้อยเพราะก็เริ่มเห็นสัญญาณไม่ดี เพราะลูกค้าเริ่มค้างเงินผม คือจะได้เงินหลังจากไฟแนนท์บิล ผมมองว่าเริ่มไม่ชำระเงินตามดิวส์แต่ก็ไม่ว่าอะไร

กิจการลูกค้าเปลี่ยนแนวไปรับทำป้ายหน้าตู้เอทีเอ็มหลายธนาคารงานเริ่มเยอะ คราวนี้จะโหมงานเข้าประมูลงานแหลกโดยไม่ดูข้อจำกัดของตัวเอง โดยเฉพาะเงินทุนหรือเงินสดหมุนเวียนในบริษัท ผมถามว่าปกติทำการค้ากับแบงค์เขาดิวส์กี่เดือนกว่าจะจ่ายและต้นอยู่เท่าไร ข้อแรก 90 วันข้อที่สอง 70 เปอร์เซนต์

สมมุตว่าบริษัทมีรายได้ประมาณเดือนละ 1 ล้านบาทจะต้องใช้ทุน 7 แสน 3 เดือนก็ 2.1 ล้านบาทขนาดนี้บริษัทยังไม่มีเงินทุนเลยยังต้องไปไฟแนนท์ใบกำกับภาษียอมเสียภาษี แล้วถ้างานเข้ามาเยอะขนาด 40 ล้านต่อปีคือขึ้นมา 4 เท่ารายได้ขึ้นมา 3.33 ล้านต่อเดือนต้นทุน 2.33 ล้าน 3 เดือนใช้ทุนเกือบ 7 ล้านแล้วจะหามาจากไหน แล้วกิจการก็ไม่มีเงินทุนไม่มีสินทรัพย์ที่จะไปจำนองด้วย แต่ลูกค้าไม่เชื่อ ใช้บัตรเครดิตเงินกู้ส่วนบุคคลลุยธุรกิจ

สุดท้ายหมุนไม่ทันกิจการถึงกับล้มเลยติดหนี้อีกกว่า 10 ล้านวันนี้กิจการยังคงดำเนินอยู่ โดยเจ้าหนี้ช่วยฟืนฟูเขาว่ายังงั้นแต่วันนี้ผมยังไม่รู้ว่าเป็นยังไง หวังว่าเขายืนได้ซักวัน

ข้อคิดก็คือคนเราต้องรู้ข้อจำกัดของตนเอง ศักยภาพของตนเองว่ารับงานได้แค่ไหนถ้าเกินตัวไม่มีอะไรรับประกันว่าจะยืนต่อไปได้

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569