โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

27 สิงหาคม 2556

เงินมีต้นทุนเวลาก็มีต้นทุน

เรื่องที่จั่ว ผมว่านักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ หรือคนที่สนใจเกี่ยวกับด้านการเงิน น่าจะรู้เงินมีต้นทุน เวลาก็มีต้นทุนในสิ่งที่ผมเรียนมา และทำงานทางสายบัญชี เรื่องเวลามีปัจจัยในการคำนวณต้นทุนในอนาคต เขาเรียกค่า มูลค่าอนาคต (Future Value: FV)

การลงทุนทุกชนิด หรือจะเรียกว่าการดำรงชีวิต มันเกี่ยวพันเรื่องเวลาทั้งสิ้น แต่คนเราจะไม่มอง มองแต่ว่าเราจะเสียดอกเบี้ยเท่าไหร่ เราจะหาเงินจากแหล่งไหน ความสามารถในการผ่อนส่งมีมั้ย เมื่อลงทุนวันนี้ ในบัญชีต้นทุนเองยังมีการคำนวณเรื่องระยะทางเข้าไปด้วย แต่ปัจจัยอย่างหนึ่งก็คือเรื่องเวลา มีผลในการตัดสินใจอย่างมาก

มายกตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวในสังคมไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ผมเองเคยเขียนเรื่องนี้หลายเดือนแล้วว่า การลงทุนรถไฟความเร็วสูง มันจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วงนี้เริ่มมีนักวิชาการหลายรายพูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมันเหมือนชะลอตัวลงไป การค้าฝืดๆ หันไปเน้นรายได้จากการท่องเที่ยว แต่นักลงทุนเขาก็หวังเงินลงทุน 3.5 แสนล้าน และเงิน 2.2 ล้านล้าน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่การโปรยเงินลงไปในระบบ แต่มันเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ผมเองก็ไม่ได้เก่งกาจพอที่จะทำนายอนาคตเศรษฐกิจได้ แต่ได้บอกไว้กับคนใกล้ชิดว่า ถ้าหากโครงการจัดการน้ำทั้งระบบ 3.5 แสนล้าน หรือเงินกู้เพื่อปรับระบบการเดินทาง การขนส่งของไทยทั้งประเทศ   2.2 ล้านบาท ไม่ผ่านมีโอกาสเศรษฐกิจจะซึมลึก เพราะนักลงทุนไม่กล้าขยับตัวไม่มั่นใจ ความเชื่อมั่นจะลดลงการบริโภคภายในประเทศ ก็จะลด

ย้อนมาเรื่องเวลามีคำพูดที่น่าคิดจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับเงินกู้ 2 ล้านล้าน เพื่อพัฒนาระบบโลจิสติคส์ของประเทศ ไม่ว่ารถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง คงรวมไปถึงการพัฒนาถนนทั่วประเทศด้วย

"เวลา" ที่สูญเสียไปหมายถึง "ต้นทุน" ที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมกับ "ค่าเสียโอกาส" ที่จะเกิดตามมา

และคนมักนึกไม่ถึงว่า "การไม่ทำ" นั้นก็มี "ค่าใช้จ่าย" ที่ต้องสูญเสียไม่น้อยเหมือนกัน

เรื่อง "เงิน" ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด แต่เป็นเรื่อง "เวลา" เพราะที่ผ่านมาเราใช้เวลาคุ้มค่าหรือเปล่า

รถไฟรางคู่ อนุมัติครั้งแรกปี 36 (20 ปีที่แล้ว) อนุมัติไป 2,700 กิโลเมตร แต่ทำได้แค่ 300 กิโลเมตร

รถไฟความเร็วสูง คิดตั้งแต่ปี 37 ปัจจุบันยังไม่มีแม้แต่ 1 เมตร

ถนน 4 เลน อนุมัติปี 38 ระยะทาง 7,300 กิโลเมตร แต่เรายังขาดอีก 1,800 กิโลเมตร ที่ยังทำไม่เสร็จ ทั้งที่อนุมัติไปเกือบ 20 ปี แล้วเช่นกัน

มอเตอร์เวย์ อนุมัติปี 40 เป็นเวลา 16 ปีมาแล้ว อนุมัติไป 700 กิโลเมตร ทำไป 146 กิโลเมตร

รถไฟในเมืองปี 47 อนุมัติไปเกือบ 300 กิโลเมตร แต่วิ่งได้จริงวันนี้แค่ 80 กิโลเมตร

ปัญหาจริงๆ แล้วของเรา คือเราไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องเวลา เพราะเราคิดว่าเวลาคือ "ของฟรี"

แต่ระยะเวลา "ไม่ฟรี"

เวลาเป็นสิ่งที่แพงที่สุด

อะไรคือมูลค่าของเวลาที่เสียไป (จากบทความให้เปิดร้าน หนังสือเส้นทางเศรษฐี มติชน)

ก็ลองย้อนมองเวลาที่เราเสียไปจากรถไฟไทยที่ก้าวหน้าที่สุดเมื่อ 100 ปีที่แล้ว เราหลงภูมิใจแต่เราเก็บความภูมิใจจนกลายเป็นของโบราณ ค่าของเงินเวลาที่เพิ่มขึ้นค่าเงินก็ยิ่ง เล็กลงเรื่อยๆ เขาจึงเรียกว่า ค่าของเงินตามเวลา (Time Value of money)

ความขัดแย้งของคนบางคนบางกลุ่ม เพียงเพราะไม่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงสิ่งที่จะตามมา ประเทศไทยเป็นหนี้เพิ่มขึ้น 2 ล้านล้าน เพื่อสร้างอนาคตให้กับประเทศนี้ ทุกอย่างเป็นสิ่งก่อสร้างมันเป็นสินทรัพย์ของประเทศ มันสร้างรายได้กลับเข้าสู่ประเทศอีกมหาศาล มันสร้างรายได้กลับเข้าสู่พลเมืองไทยมิไม่ใช่น้อย

การเสียโอกาสกับการลงทุนระบบรางทั่วประเทศ (หวังว่าคงไม่เกิด) มันเป็นการเสียโอกาสประเทศ ประชาชนเสียโอกาส เรายังใช้น้ำมัน และพลังงานอื่นๆ ที่นำเข้าอย่างสิ้นเปลือง หนึ่งในนั้นก็มาจากการขนส่งสูงสุด

เวลาที่เสียไปมันเรียกคืนไม่ได้ไม่เหมือนต้นทุนประเภทอื่น

การเป็นหนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่การเป็นหนี้จะต้องไม่มีึการโกงเกิดขึ้นไม่ว่าจากระดับไหน การเป็นหนี้เพื่อการลงทุนพัฒนาประเทศ ดีกว่าเป็นหนี้เพราะกู้มาโปรยมาหว่าน นักลงทุนไม่ว่าประเทศไหนเขาก็ไม่กลัีวการเป็นหนี้ ถ้าเขาพิจารณาแล้วว่า การลงทุนครั้งนั้นมันมีรายได้รับกลับมา มีปัญญาผ่อนหนี้ มีอนาคตที่ดีรออยู่ เอกชนก็ได้จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลก็ได้จากภาษีที่เพิ่มขึ้น

ประชาชนต้องเฝ้าจับมองไม่ให้มีการโกงเกิดขึ้น มิใช่ขัดขวางมิให้มีการลงทุน

หวังว่าเราจะมองร่วมกัน เวลามีต้นทุนเสมอ

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569