โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

6 กันยายน 2556

อาชีพบนออนไลน

โลกออนไลน์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่ในวงการค้าขายก็ก้าวกระโดด หลายรายกระโดดเข้าไปค้าขายบนโลกออนไลน์กันมากขึ้น ใครที่ยังไม่มีความรู้ในเรื่องการเขียนเว็บไซต์ หรือการทำอีคอมเมิร์ซ ก็ไปเรียนเพิ่มเติม ในฐานะคนบัญชีก็เลยได้สัมผัสเรื่องเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะจะกระโดดเข้าไปแข่งขันในโลกออนไลน์ แต่คนในโลกออนไลน์เริ่มเข้ามาปรึกษากันมากขึ้นในเรื่องภาษี

หลังจากได้รับรู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง ผมเองได้โทรสอบถามกับเพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร เล่าเรื่องนี้ว่าปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สรรพากรเข้ามอนิเตอร์ จับตามองอย่างใกล้ชิดประดุจเป็นเพื่อนท่าน ฮา เกี่ยวกับค้าออนไลน์เป็นพิเศษ เรียกว่าเป็นงานเป็นการ โดยเฉพาะการค้าขายแบบบุคคลธรรมดา มักจะละเลยไม่คิดว่าจะมีใครรู้ใครเห็นการมีรายได้

เพื่อนเล่าว่าเห็นเจ้าหน้าที่ตรวจประเมิน เอารายชื่อคนที่ค้าขายบนออนไลน์พร้อมเลขบัญชี เตรียมเรียกเจ้าของบัญชีเข้าพบเพื่อชี้แจงรายได้ แล้วทำไมไม่เสียภาษี

เอาอย่างงี้ครับเวลาคุณค้าขายบนโลกออนไลน์ อย่างแรกที่คุณต้องมีคือบัญชีธนาคาร พร้อมชื่อบัญชี ที่คุณโชว์เอาไว้ รวมถึงไม่ได้โชว์ไว้แต่ผู้ซื้อจะรับรู้เบอร์บัญชีคุณก็ต่อเมื่อเขาได้สั่งซื้อสินค้า ผมไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่สรรพากรจะมีการล่อซื้อหรือไม่ เพื่อดูว่าคุณมีบัญชีอะไรบ้าง

ถ้าเขาทำก็คงไม่แปลก มีรายได้ก็ต้องเสียภาษี ขนาดหน่วยตรวจร้านขายเหล้ากลางคืนอย่าง ผับ เจ้าหน้าที่สรรพากรเขาก็มีคนเข้าไปตรวจ เข้าไปนั่งดื่มกินไปนั่งดูกันเลยครับว่าขายดีมากน้อยแค่ไหน แล้วจะไปดูศุกร์ เสาร์นี่แหละแล้วประเมินรายได้คุณออกมาทั้งเดือน ก่อนจะเรียกเจ้าของผับไปพบเพื่อให้แสดงรายได้ แล้วจ่ายภาษีซะเสร็จทุกรายครับ

เรื่องราวบนโลกออนไลน์ก็คงคล้ายๆ กันไปนั่งดูการซื้อขายบนโลกออนไลน์ เจ้าหน้าที่สรรพากรก็จะไปจดชื่อบัญชี เลขบัญชีคุณไว้ทุกตัว พอเขารู้ว่าคุณมีบัญชีอะไรบ้าง เขาก็จะส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินประจำเขตตามเลขบัตรประชาชน ส่งจดหมายหรือหมายเรียกหาคุณ ขอดูบัญชีของคุณตามอำนาจของเขา เรียกดูทุกบัญชีที่เขารู้ ดูลักษณะการโอนเงินสั่งซื้อสินค้า มันดูไม่ยากครับดูง่ายเพียงแต่คุณจะแถได้มากน้อยแค่ไหน

มีคนโดนสรรพกรเล่นงานไปแล้วไม่น้อยครับ รายที่รู้จักกันนี่โดนล้านกว่าแก่ๆ นะครับ ตอนนี้มาเป็นลูกค้าผมแล้วโดยเปิดบริษัทเข้ามาลองรับ ส่วนอีกรายโดนประมาณ 7 แสนบาท เล่นเอาเครียดไปตามๆ กันแถมรายโดน 7 แสนมาขอให้ผมช่วย ผมบอกว่าจะช่วยเจรจาได้ยังไงเขาเห็นคุณหมดแล้ว แล้วผมเองก็ไม่ได้รับเจรจาให้ใครครับ ไม่สนุกนะเวลาต้องไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สรรพากร ผมก็เครียดเวลาไปคุยไม่ใช่ผมเออออ ตามเจ้าหน้าสรรพากรทั้งหมด มันก็ต้องโต้แย้งประเด็นกันไป แต่ในเมื่อเขามีหลักฐานคุณหมดแล้ว การเจรจามันไม่เป็นเรื่องแบบบัญชีภาษีแล้วครับ มันเป็นแบบอื่น (ถอดความเอาเองแบบอื่นคืออะไร)

เรื่องพวกนี้มันเป็นการวางแผนของนักบัญชีภาษี กับ เจ้าของกิจการนะครับ ว่าจะทำอย่างไรกับอนาคตถ้าหากเป็นบริษัทแล้ว ผมดูแล้วพวกนักขายออนไลน์คุณเลี่ยงไม่ได้หรอกครับ ยังไงก็ต้องจดบริษัทขึ้นมารองรับ หรือมีคนแนะนำเป็นอย่างอื่นผมไม่รู้ แต่จุดประสงค์ข้อความนี้ เพื่อให้คุณถูกผลักออกจากกลุ่มผู้ค้าอิสระ ส่วนเสียภาษีกันแบบไหนต้องวางแผนครับ แต่ที่น่าหนักใจผมเองไม่ได้กล่าวร้ายนักบัญชีด้วยกันนะครับ มันเป็นเรื่องของการวางแผนที่ต้องใช้ความกล้า และรอบรู้พอสมควร และมันก็เป็นความลับด้วยคงไม่มีใครมานั่งเปิดเผยต่อสาธารณะแน่

ว่าจะใช้วิธีการจัดการบัญชีภาษีแบบนี้เช่นไร พวกที่เขียนหนังสือภาษีโดยส่วนใหญ่เก่งก็เขียนกลางๆ ครับเขียนไปตามกฎหมายภาษี การใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี

ประเทศไทยมีคนเข้าระบบภาษีน้อยกว่าคนหนีภาษี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากกว่าเยอะ โดยเฉพาะเรื่องการออกเอกสารไม่ถูกต้องหลบเลี่ยง ไปดูเถอะครับตามศูนย์ไอที ศูนย์โทรศัพท์ มีใครร้านไหนเสียภาษีถูกต้อง

ไปดูร้านเสื้อผ้าแถวประตูน้ำ แถวสำเพ็งแถวโบ๊เบ๊ มีร้านไหนเสียภาษีถูกต้องบ้างทำให้คนที่เสียภาษี ที่ต้องทำการค้ากับร้านค้าเหล่านั้น ต้องหาวิธีเลี่ยงภาษีถ้าไม่เลี่ยงเขาจ่ายภาษีอานถึงแม้ว่าจะซื้อสินค้ามาจริง เพราะเอกสารที่ได้มาจากการซื้อ ก็ไม่ได้ถูกตามประมวลรัษฎากร ไปลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายคุณก็มีความผิด แต่ถ้าจะลงก็ต้องบวกกลับเป็นค่าใช้จ่ายไม่ถือเป็นรายจ่าย สรรพากรเขาไม่สนใจระบบการค้าของคุณนะครับว่าเป็นรูปไหนแบบไหน แล้วทำไมคุณถึงได้เอกสารไม่ถูกต้อง

ผมเนี่ยสนับสนุนให้ทุกคนเข้าระบบภาษีให้หมด แล้วพวกที่เสียภาษีเขาจะได้ไม่ต้องไปหลบเลี่ยง จ่ายเท่ากันใครมีมากจ่ายมากใครมีน้อยจ่ายน้อย

เรื่องการขายสินค้าบนโลกออนไลน์มันก็เข้าเรื่องมีรายได้ตาม มาตรา 40(8) หักค่าใช้จ่ายร้อยละ หรือการคูณ 0.005 จากรายได้รวม แล้วแต่อย่างไหนจะสูงกว่า แต่ประเด็นที่โดนหนักๆ ผมว่าไม่ใช่เรื่องภาษีเงินได้อย่างเดียว แต่ไปโดนเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะถ้าคุณมีรายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปี คุณต้องเข้าภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษีตัวนี้แหละที่เล่นกันหนักเพราะมีเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม กันอร่อยเหาะหนักกว่าภาษีเงินได้หลายเท่า

วิธีการของเจ้าหน้าที่สรรพากร เวลาเขาเรียกคุณไปพบ บางรายพูดดีแต่แฝงนัยลึกทำให้คุณไม่รู้ตัวก็เยอะ เจอแบบขู่ก็มีไม่น้อย เพื่อนสรรพากรเล่าว่าคนที่โดนส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่ค้าขายบนโลกออนไลน์ โดยที่ไม่รู้เรื่องภาษีโดนขู่หนักๆ ถึงร้องไห้

ผมไม่ได้เห็นผมไม่ยืนยันแล้วกันว่าร้องไห้หรือไม่ แต่สันหลังวาบก็แล้วกันเวลาโดนรีดภาษี เพราะคุณไม่เสียภาษีให้ถูกต้องมีรายได้ก็ต้องเสียภาษี แต่จะเสียแบบไหนคงต้องให้นักบัญชีภาษีเขาวางแผนให้

ความลับดำมืดแบบนี้ไม่มีใครเขาบอกคุณฟรีๆ รับรอง

สาม สอเสือ


 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569