โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

7 ตุลาคม 2556

ภาษีบุคคล 40(2) หรือ 40(6)

เรื่องที่เขียนเกิดจากประสบการณ์ตรงที่เพิ่งเกิดได้ไม่นาน โดยตัวผมเองได้เป็นผู้เจรจากับทางสรรพากร โดยปกติผมไม่รับเจรจาให้ใครถ้าไม่ใช่ลูกค้า เพราะการเจรจาเรื่องเหล่านี้ค่อยข้างเครียด แต่บังเอิญรายนี้มีผู้ฝากให้ช่วย แล้วเกิดจากผมไปร่วมให้ความรู้ทางด้านบัญชี และภาษี กับคลาสเกี่ยวกับการเขียนเว็บไซค์ การทำอีคอมเมิร์ช ซึ่งคุณวรเศรษฐ์ เมธาอัครพัฒน์ มีลูกศิษย์หลายคนที่เกิดปัญหาเรื่องภาษี การค้าขายบนเน็ต

บุคคลท่านนี้เป็นหมอรักษาคนไข้หลายแห่ง รวมทั้งเปิดคลีนิคของตัวเองด้วย ประเด็นมีอยู่ว่าบางแห่งก็หักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นค่าวิชาชีพ แต่บางแห่งหักภาษี ณ ที่จ่าย ใช้คำว่าที่ปรึกษา

ประเด็นคำว่าที่ปรึกษาได้สร้างปัญหาขึ้นมา เพราะสรรพากรไม่ยอม ที่ผ่านมาคุณหมอได้ยื่นภาษีเงินได้ตามแบบ ภงด.90 โดยใช้ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(6) วิชาชีพอิสระ เป็นค่าวิชาชีพแพทย์ หักค่าใช้จ่ายได้ 60 เปอร์เซ็นต์ แต่สรรพกรเห็นว่าต้องยื่นในคำว่าที่ปรึกษา ตามมาตรา 40(2) ค่าที่ปรึกษาหักค่าใช้จ่ายได้ 40 เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน 60,000 บาท ในหมวดของค่าจ้างแรงงาน มีการเจรจากับนักบัญชีคนเก่าหลายรอบ แต่ไม่สำเร็จเพราะเจ้าหน้าที่สรรพากรจะประเมินย้อนหลัง 2 ปี เห็นว่าจะเสียภาษีรวมเงินเพิ่มขึ้น อีกประมาณ 2 แสนกว่าบาท

ผมเองก็ไม่ได้เชียวชาญเรื่องภาษีบุคคลมากนัก ก็อาศัยหาอ่านตามเน็ตบังเอิญไปเจอคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง เป็นเรื่องเทียบเคียงคดีของหมอท่านนี้ได้

คดีนั้นเป็นเรื่องของญาติผู้เสียภาษี (ผู้เสียภาษีเป็นนักกฎหมายอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา และอดีต ปปช.) ได้ฟ้องร้องต่อกรมสรรพากร เนื่องจากผู้เสียภาษีได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ถูกประเมินจากสรรพากรได้ยื่นภาษีไว้ไม่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เสียภาษีท่านนั้นได้ยื่นเสียภาษีตาม ม.40(6) แต่ศาลได้พิเคราะห์แล้วว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ ต้องเสียภาษีตาม ม.40(2) สาเหตุก็คือผู้เสียภาษีท่านนั้น ได้รับเงินจากบริษัทเดือนละเท่ากันเดือนละ 30,000 บาท ไม่ใช่ได้ค่าตอบแทนแบบรายคดี คำว่าที่ปรึกษาศาลก็ไม่ได้พิเคราะห์ถึงตรงนั้น

การรับเงินของผู้เสียภาษีท่านนั้นไม่ได้อยู่ที่ความยากง่ายของงาน และความสำเร็จของงาน แต่ได้รับเงินประจำเท่าๆ กันทุกเดือน เสมือนเป็นรายได้ประจำจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์

ผมก็เอาเรื่องนี้เป็นประเด็นหลักในการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร เริ่มต้นเจ้าหน้าที่มีอาการไม่ยอมรับ มีการโต้แย้งกันพอสมควร ผมก็อธิบายตามคำพิพากษาของศาลภาษี ว่ามีการตัดสินมาแล้วและได้ปริ้นท์คำพิพากษาให้อ่านด้วย เพราะถือว่าเป็นคดีเทียบเคียงกันได้ ในคำพิพากษานั้น

ทางเจ้าหน้าที่สรรพากรเขาก็ยื่นเอกสารให้ผมดู เพราะมีคำหาลือเรื่องข้อกฎหมายเดียวกัน แต่การหารือครั้งนั้นทางฝ่ายกฎหมายสรรพากร ให้หมอที่มีการหารือให้ยื่นภาษีตาม มาตรา 40(2)

ผมตั้งข้อสังเกตุนะครับว่าเวลาการหารือกับสรรพากร มักจะให้คำหารือที่สรรพากรไม่เสียเปรียบ โดยยึดหลักหลวงได้เงินสูงสุด ซึ่งเขาก็ไม่ผิดคุณไปหารือกับเขา เขาก็ให้คำหารือกลางๆ มา โดยที่คุณต้องยอมจ่าย

ผมโต้แย้งว่า คำหารือของฝ่ายกฎหมายสรรพากร กับ คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ใครใหญ่กว่าใครศักดิ์สิทธิ์มากกว่า

สรุปทางเจ้าหน้าที่สรรพากรเขาต้องยอม

เพราะผมยกโจทย์ตุ๊กตาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต หลังจากที่มีคำหารือจากสรรพากรแล้ว แต่ในขั้นศาลภาษีคำหารือนั้นกลับใช้ไม่ได้ แล้วเราจะยึดถือเป็นจริงจังได้อย่างไรเล่า

ผมเล่าตามประสบการณ์นะครับ ผิดถูกเป็นอีกเรื่อง สาเหตุที่ไม่ยกทุกอย่างไว้ในบทความนี้ เพราะมันเป็นเรื่องเทคนิค ที่ผมเองก็ไม่อยากจะเปิดเผย ถือว่าเป็นเรื่องความลับของผมก็แล้วกัน

เรื่องเหล่านี้อยู่ที่ดุลยพินิจผู้อ่าน เลือกจะสู้หรือจะถอย เวลามีปัญหาภาษี มันคงใช้ไม่ได้ทุำกสถานการณ์นะครับ โชคดี

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569