โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

18 ตุลาคม 2556

ความเครียดต่อราคาอาหาร

มีผลสำรวจชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ จากบริษัทวิจัยนีลเส็น เกี่ยวกับความเครียดของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ต่อราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่รับได้ที่ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้น ถึง 2 ใน 3 เทียบกับผู้รับไม่ได้ มีแค่ 1 ใน 3 แต่ทั่วโลกอัตราเฉลี่ยผู้รับไม่ได้ กับผู้รับได้ สัดส่วนเท่ากัน เพราะอะไร

ดูตามตาราง อ้างอิงจากมติชนสุดสัปดาห์ ที่มา นีลเส็น, แคเซค

ประเทศ รับได้ (%) รับไม่ได้ (%)
ไทย 78 22
อินโดนีเซีย 70 30
เวียดนาม 70 30
สิงคโปร์ 69 31
มาเลเซีย 66 34
ฟิลิปปินส์ 58 42
เฉลี่ยทั่วโลก
50
50

นายแมตธิว เครปชิก ผู้อำนวยการบริหารนีลเส็น อธิบาย ถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้บริโภค ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ค่อยกังวลเรื่องราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นว่า

เป็นเพราะภูมิภาคนี้มีวัฒนธรรมความเชื่อมโยงระหว่างความต้องการ และราคาสินค้า ทั้งผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ทั้งชนชั้นกลางที่ขยายตัวอย่างมาก ก็ไม่ได้ต้องการอาหารมากขึ้นเหมือนกับชนชั้นกลางในส่วนอื่นของโลก แต่พวกเขาต้องการอาหารที่ดีขึ้น

ผลกระทบจากเงินเฟ้อที่มีต่อผู้บริโภค ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป   คือความสามารถในการซื้อสินค้า เพราะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำให้พวกเขาซื้อสินค้าราคาแพงน้อยลง

ตามความเห็นของผม ถ้าเราได้สัมผัสกับราคาข้าวปลาอาหารในหลายปีมานี้แพงขึ้นจริงๆ ไม่ว่า เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ บางคนก็โทษว่าเป็นเรื่องของการเพิ่มค่าแรงงานขั้นต่ำวันละ 300 บาท ทำให้เกิดปัญหา ซึ่งมันก็คงมีส่วนอยู่บ้าง แต่คนที่มองแบบนี้ในมุมมองของผมเอง อาจจะคับแคบไม่นิด เพราะกรรมกรคนใช้แรงงาน เขาก็ต้องการรายได้ที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพียงพอในการดำรงชีวิต อีกอย่างกรรมกรคนไทยที่ได้ค่าแรงเพียง 300 บาท ต่อวันผมว่ามีน้อยมาก โดยส่วนใหญ่ไปเกินกว่านั้น

ยกตัวอย่างที่ผมพบเห็นการขาดแรงงานในภาคก่อสร้าง คุณไม่สามารถจ้างแรงงานในภาคก่อสร้างวันละ300 บาทไปอีกต่อไปเพราะไม่มีใครทำ แรงงานไหลกลับไปทำการเกษตรเพราะราคาดีขึ้น ในการยกระดับราคาภาคเกษตรในหลายปีมานี้

บางคนก็ไปโทษว่าราคาพลังงานสูงขึ้นเพราะรัฐไม่อุดหนุนเหมือนเดิม ผมเองก็ไม่เห็นด้วยที่จะมีการอุดหนุนนะครับ คุณเล่นเอาเงินจากพลังจากน้ำมันไปอุดหนุนแก๊ส ผมว่าไม่แฟร์กับคนใช้น้ำมัน อย่างแรกถ้าเปิด AEC เมื่อไหร่ ราคาพลังงานยังต่างกันมากในแต่ละประเทศ คงต้องไล่จับกันทุกวันขนแก๊สไปขายประเทศอื่น รัฐก็เอาเงินภาษีเข้าไปอุดหนุน เพื่อให้พ่อค้าลักลอบออกไปขายนอกประเทศ ผมว่ายิ่งไม่แฟร์

ปล่อยให้ราคาพลังงานมันลอยตัวไปตามการจัดการ ดีกว่าในอนาคตถูกสถานการณ์บังคับให้ทำ ข้าวของจะเพิ่มราคาคราวนี้มันอยู่ที่กลไกลตลาดเสรี มันจะปรับสมดุลย์มันเองผมว่านะ

การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ผมมองว่าเป็นเืรื่องปกติถ้ากลไกลตลาดยังทำงานอยู่ เราไม่ได้อยู่ในสภาวะข้าวยากหมากแพง ข้าวของขาดตลาด ราคาข้า่วของจะมีการปรับตัวทุกยุคทุกสมัย

เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ ราคาสูงขึ้นเกษตรกรมีกำลังซื้อสูงขึ้น ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นรัฐได้ภาษีเพิ่มขึ้นจากการบริโภค ผ่านทางภาษีมูลค่าเพิ่ม

เรื่องความเครียดของราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น ของชาวอาเซียน

ผมเข้าใจเอาเองว่าวัฒนธรรมการดำรงชีวิตของผู้คนในภาคพื้นตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมีผู้รับไม่ได้กับอาหารที่สูงขึ้น มีตัวเลขที่น้อยมากเมื่อเทียบกับ ประเทศอื่นๆ ผมว่าคนไทยมีวัฒนธรรมที่เรียบง่าย ไม่เหมือนกับคนในฝั่งประเทศอื่น ผมว่าคนไทยเรียบง่ายกับการกินการอยู่โดยส่วนใหญ่ แต่คงไม่ทั้งหมดบางคนก็มีความฟุ้งเฟ้อ แล้วแต่บุคคล ก็อาจได้รับผลกระทบมากหน่อย ไม่พอใจเรื่องอาหารราคาสูงขึ้น

ยิ่งมาถึงยุคสังคมกำลังเปลี่ยนผ่าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ค่าครองชีพกลายเป็นประเด็นทางสังคม บอกตามตรงบางคนไม่ได้รับผลกระทบเลย กับอาหารที่ราคาสูงขึ้น แต่ไปเที่ยวแหกปากด่าคนอื่น นู่นนี่นั่นดราม่าเข้าไว้ให้สังคมมันแตกมันแยก คนจะทำการค้าการขายปกติคงไม่มีใคร เข้าไปเห็นด้วยกับคนกลุ่มนี้หรอกครับ ไม่ต้องบอกนะครับว่าคนกลุ่มไหน จนกลายเป็นคนกลุ่มเล็กๆ ไม่มีพลังทางสังคมอีกต่อไปแล้ว

คนบางกลุ่มเพียงแค่หวังให้เกิดความแตกแยกในสังคม เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์นั้น เรียกว่า บริโภคความขัดแย้งเป็นอาหาร

คนที่กินแต่ของแพง ก็เปลี่ยนบ้างก็ได้คำแนะนำจาก นีลเส็น เขาก็วิเคราะห์ไว้ให้แล้ว ไม่ได้ลดอาหารแต่ลดของแพงลงบ้าง ช่วยกันประคับประคองให้อีกฝั่งนึง ของคนเมืองเขาอยู่กันได้บ้าง โดยเฉพาะพวกเกษตรกร

กลับไปอ่านคำแนะนำใหม่นะครับ

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569