โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

5 มกราคม 2557

ผู้เป็นเหยื่อ

เล่าเหตุการณ์ทางการค้าความรุ่งเรือง จนร่วงโรย และกำลังจะแตกดับผลแห่งความเชื่อที่สุดโต่ง

มีร้านข้าวมันไก่ และขายต้มเลือดหมู แถวบ้านผมในอดีตขายดีมาก เพราะค่อนข้างอร่อยสำหรับคนชอบกิน ใช้เนื้อไก่ตอนมีมัน คนที่ชอบข้าวมันไก่จะรู้ว่าเนื้อไก่แบบไหนที่เราชอบ ส่วนต้มเลือดหมูต้องไม่เหม็นสาบ ทุกร้านสู้กันที่น้ำซุป

ค้าขายดีมิใช่เป็นคำตอบว่าเราจะค้าขายดีเช่นนี้ตลอดไป ต้องรักษาคุณภาพ และรักษาจิตใจตัวเองที่เราเลือกอาชีพบริการ ไม่ฝักใฝ่สุดโต่งเรื่องใดเรื่องหนึ่ง รับฟังพูดคุยกับลูกค้าด้วยอัธยาศัยไมตรี เรื่องหลังทำให้เรื่องแรกอาจเป็นเรื่องรองเลยทีเดียว

ร้านข้าวมันไก่ บริเวณใกล้ที่พักผมจะมีอยู่ 2 ร้านอร่อยแตกต่างกันไป มีลูกค้าประจำ อยู่ห่างกันประมาณ 70 เมตรค้าขายตามปกติอยู่กันมานานขายดีทั้งคู่ ร้านหนึ่งอัธยาศัยคงเดิมคุยเล่นกับลูกค้า ที่มาทานอาหารไม่เปลี่ยนแปลง อีกร้านเริ่มเปลี่ยนนิสัยเพราะต้องการค้าขายให้มาก จึงต้องการให้ลูกค้ารีบทาน รีบออกจากร้านไปเข้าใจได้ แต่มีบางคำพูดไปกระทบลูกค้าประจำต้องพิจารณาให้หนัก เช่นมีการบอกกล่าวกับลูกค้าว่าวันหลังห้ามกินข้าวไปอ่านหนังสือพิมพ์ไป และอื่นๆ

ช่วง 1-2 ปีก่อนข้าวของขยับราคา ทั้งอาหารสด และแก๊สหุงต้ม พอเข้าใจได้ต้องมีการปรับราคาภายใน 1 ปีมีการปรับราคาจาก 35 บาท เป็น 50 บาท สำหรับจานพิเศษ เป็นการขึ้นราคาอาหารจานด่วนถึงเกือบ 45 เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าเริ่มลดอย่างเห็นได้ชัด แสดงว่าราคาเริ่มมีผลต่อการตัดสินใจ

นอกจากนั้นเป็นความเชื่อสุดโต่งทางการเมือง มีการพูดคุยภายในร้านเลือกข้างชัดเจน แสดงความเห็นแปลกสำหรับคนละขั้ว เริ่มไม่ฟังความคิดเห็นฝั่งตรงข้าม หรือคนกลางๆ ผมสังเกตว่าการค้าเริ่มแย่ แต่พอไปได้

จนวันหนึ่งมีร้านข้าวมันไก่ เจ้าดังจากที่อื่นมาเปิดใกล้เคียง แต่ราคาถูกกว่าพิเศษราคา 35 บาท กลไกลตลาดเริ่มทำงาน สาเหตุที่อีกร้านถูกกว่าผมได้ไปถามคนเชี่ยวชาญเรื่องข้าวมันไก่ เขาบอกว่าใช้ไก่คนละประเภท แต่ความนิยมกลับเพิ่มขึ้น ร้านข้าวมันไก่จานพิเศษ 50 บาท การค้าลดลงอย่างชัดเจน

จากเดิมที่ขายไก่วันละหลายตัว ผมเข้าใจว่ามันลดลงจนไก่ที่ต้มแล้วต้องมีการค้างคืน เริ่มมีการแขวนไก่ปลอมภายตู้กระจก เพื่อหลอกตาลูกค้าว่ายังคงมีไก่ตัวอ้วนแขวนอยู่ในตู้ถ้ามองไกลๆ ผมลองเข้าไปใช้บริการอีกครั้งรสชาติไก่เปลี่ยนไป เริ่มมีกลิ่นหนังไก่ไม่มีมันเพราะต้องต้มบ่อย เพื่อไม่ใช่เสีย ค้าขายเริ่มไม่ดี

พอเริ่มขายข้าวมันไก่ไม่ดี คนเริ่มไม่เข้าไปกินอาหารอย่างอื่นเช่น ต้มเลือดหมู และปอเปี๊ยะสด เริ่มค้างคืนกันหมด

เจ้าของร้านเริ่มบีบตัวเองขายบ้างปิดบ้าง หาอย่างอื่นมาขายเพิ่มก็ไม่ดีขึ้น

จนสุดท้ายเอาของที่ขายในม็อบ กปปส.มาขายหน้าร้านเพิ่มรายได้ เช่นมือตบ นกหวีด สายคล้องคอลายธงชาติ ที่รัดผมลายธงชาติ คือเอาสินค้าตามความเชื่อ แบ่งข้างทางสังคมมาขายในร้าน ที่ไม่ได้อยู่ในสถานที่ชุมนุม

ถึงตอนนี้เจ๊งสนิทปิดทั้งร้านอาหารไม่ขาย ขายแต่ของที่มีขายในม็อบ กปปส.ผมดูแล้วน่าสงสารความเชื่อแบบนี้ มันไปไม่รอดเพราะยังมีคนอีกฝั่งเขาก็มีความเชื่ออีกแบบ แล้วก็ยังมีคนกลางๆ อีกจำนวนมาก ที่เขาไม่พร้อมสนับสนุนไม่ว่า เหลือง หรือ แดง สุดโต่ง

ผลจากการดูทีวีการเมืองเลือกข้าง แล้วไม่มีสติตรึกตรองเป็นเวลานาน

คนอื่นเขาไม่ได้กระทบด้วย ตัวเราเองกระทบตัวเองและครอบครัว

ในยุคที่ต้องใช้สติมากที่สุด คนที่ดูสื่อเลือกข้างได้นานๆ จะต้องมีภูมิคุ้มกันตัวเอง

นี่ถือเป็นเหยื่อทางการเมืองในยุคเลือกข้างสุดโต่ง ขอให้ทุกท่านโชคดี

สาม สอเสือ

 

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569