โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

25 กุมภาพันธ์ 2557

เราจะเอาไงต่อ

ใครๆ ที่ติดตามการเมืองไม่ว่าจะใกล้ชิด หรือห่างๆ ผมเชื่อว่าคงได้รับผลกระทบมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป แต่ผมเชื่อว่าขณะนี้เวลานี้ คงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของปัญหา แต่ผมมองว่าเป็นปัญหาที่วิ่งมาถึงกลางทางมากกว่า

คงจะไม่เขียนเรื่องการเมืองมาก ในฐานะคนทำมาหากินเราเองคงต้องระมัดระวัง จะสังเกตได้ว่าบริษัทใหญ่เริ่มไม่มีการลงทุน ก่อนจะเขียนบทความนี้เห็นว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ เริ่มมีการปลดคนงานกันกว่า 6,000 ตำแหน่ง ในแถบระยอง

หลายคนก็ตื่นตระหนกว่าเหตุการณ์จะจบลงอย่างไร จะเลวร้ายแค่ไหนไม่มีใครประเมินความรุนแรงได้ถูก เพราะเหตุการณ์รอบนี้เป็นเหตุการณ์ใหม่ ผมว่ายังไม่เคยเกิดขึ้นด้วยซ้ำในประเทศไทย เพราะแตกแยกร้าวลึกไปถึงประชาชนต่อประชาชน

มีนักธุรกิจบางคนที่มองการลงทุนต่างจากคนอื่น จะกล้าลงทุนในสภาวะคนอื่นชะลอ เรื่องนี้มีเคสตัวอย่างให้นักศึกษาในคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาดได้เรียนกัน แต่ผมจำไม่ได้เพราะเรื่องมันนานมากแล้ว

ผมว่าคนที่กล้าลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจมีปัญหา เขาทำตัวยืดหยุ่นไปกับปัญหา แต่ทุกครั้งที่ลงทุนในช่วงที่ทุกคนบอกว่าเสี่ยง ควรจะมีข้อมูลให้พอ แทบจะต้องเขียนเป็นแผนธุรกิจกันเลย มองข้อดีข้อเสียให้หมด อย่าพยายามถามที่ปรึกษานู่นนี่นั่น เพราะบางครั้งเขาก็ไม่รู้จริง ทำให้ข้อมูลเราผิดพลาดก็มี

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนอ่านให้เยอะ วิเคราะห์ให้เยอะ ถ้าเหตุการณ์มันไปอย่างนั้น เราจะไปอย่างนี้ ถ้าเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ เราจะไปอย่างนั้น มันเหมือนง่ายแต่ไม่มีอะไรง่าย

ช่วงนี้ผมได้ประสบการณ์ใหม่จากการค้าขายบนโลกออนไลน์ เพราะมีลูกค้าหลายรายเข้ามาใช้บริการสำนักงานบัญชี ผมค่อนข้างแปลกใจผู้ที่ประสบความสำเร็จในการค้า กลายเป็นคนหนุ่มสาว ผมว่าคนเหล่านี้เขาสนุกบนออนไลน์อยู่แล้ว

มันเป็นเรื่องบังเอิญ เนื่องจากครั้งหนึ่งมีนักธุรกิจวัยหนุ่มมาเจอ เว็บไซต์์ที่ผมเขียนเกี่ยวกับเรื่องบัญชี แล้วเขากำลังมีปัญหา ทั้งเรื่องภาษี บัญชี และเรื่องเอกสาร เขาย้ายมาจากสำนักงานบัญชีอื่น ด้วยปัญหาที่เขาต้องแบกในเรื่องบัญชี และเอกสาร แต่ไม่ได้รับการแนะนำจนเป็นที่พอใจ

ผมก็คุยกับลูกค้ารายนี้เหมือนกับทุกๆ ครั้งที่พูดคุยกับลูกค้ารายอื่นๆ ลูกค้าตกลงให้ผมทำ 4 บริษัท เรื่องราวน่าจะจบแค่นั้น

บังเอิญเขาเป็นลูกศิษย์ที่มีการสอน การทำอีคอมเมิร์ซแล้วคนเป็นอาจารย์เขาก็มีปัญหากับเรื่องเดียวกัน เขาก็สอบถามสำนักงานบัญชีมาหลายแห่ง แต่ก็ไม่เป็นที่น่าพอใจ จนเกิดการแนะนำกันมา แต่ก่อนที่จะมาใช้บริการก็มีการทดสอบภูมิ สุดท้ายอาจารย์แกใช้บริการ และขอให้ผมเป็นวิทยากรทางด้านภาษี และบัญชี ในคลาสอีคอมเมิร์ซบางคลาส ทำให้ลูกศิษย์อาจารย์แกตามมาใช้บริการ

พอผมได้ทำและได้รับรู้การทำการค้าอีคอมเมิร์ซ ผ่านทั้ง กูเกิ้ล เฟซบุ๊ค และอีกหลายอย่าง รวมทั้งเว็บไซค์ ผมก็เริ่มสนุกอยากจะทำบ้าง เรียกว่าอยากทำเป็นงานอดิเรก แต่คงต้องไปเรียนซักครอส จะได้เป็นมือโปรมากขึ้นในด้านอีคอมเมิร์ซ เราแค่ความรู้บ้านๆ

ปัญหาก็คือผมจะขายอะไร และผมมีเวลามากแค่ไหนจะจัดระเบียบเวลาอย่างไร เพราะถ้าวางตำแหน่งมันคืองานอดิเรก ก็ไม่ควรรบกวนกับงานเวลาหลัก ผมกลัวจะล้มเหลวทั้งคู่ เพราะแบ่งเวลาโดยไม่จัดสรร อาจจะทำไม่ได้ดีทั้งคู่ เสียหายงานหนักถือว่าเป็นงานเสี่ยงมาก เพราะกำลังไปได้ดี

เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาผมไปพบเหตุการณ์อย่างหนึ่ง คือผมไปพบนักตกปลา จริงๆ ก็สนิทกันเจอกันหลายครั้ง แต่ไม่เคยเห็นเขาทำเหยื่อปลา ที่ใช้กำเหยื่อรอบตะกร้อตกปลาผมเองไม่ได้มีความรู้เลยเรื่องตกปลา เพราะตลอดชีวิตไม่เคยตกปลาได้

ผมเห็นการทำส่วนผสม ก็มีเศษขนมปังอบ แล้วก็ผงนั่นผงนี่ แต่ที่แปลกตาสำหรับผมก็คือส่วนผสมอื่นๆ เช่น นมสด กล้วยสุก ฟักทองสุก ส่วนผสมก็ประมาณนี้แต่อัตราส่วนเท่าไหร่ผมว่าน่าจะเป็นความลับของคนทำ

ประเด็นก็คือเหยื่อตัวนี้ผมไม่ได้ลองตก แต่ไปลองกินปลาที่เขาตก ที่แม่น้ำมูลไม่น่าเชื่อว่าเขาสามารถตกปลาได้เกือบทุกรอบไม่ต่ำกว่า 8 กิโล เขาบอกว่าเขาตกจนมีคนมาขอซื้อเหยื่อ เพราะเห็นตกได้ทุกครั้ง และครั้งละมาก แต่คงไม่ใช่แค่นั้น คนตกปลาเขาจะรูปนิสัยปลา ทั้งปลาหนัง ปลาเกร็ด เวลาปลาออก ภูมิศาสตร์ของแม่น้ำ รวมทั้งน้ำใหม่ น้ำเก่า

ผมถามเขาว่าถ้าผมทำขายทางเน็ตสนใจมั้ย เขาบอกว่าตามใจผมเลย (กระซิบนิดคนทำนี่ซี 8 ข้าราชการนะ) หลังจากกลับถึงกรุงเทพ ก็ลองเซิร์ตหาใน Google ก็มีคนขายทางเน็ตแฮะ เหยื่อปลาเช่นเดียวกันถุงละ 25-40 บาทมั้ง แต่เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของสูตรใครได้ผลกว่า ผมมองเห็นการตลาดแล้ว วิธีทำตลาดแล้ว แต่ผมจะมีเวลาให้กับมันหรือไม่ ต้องศึกษาต่อเรื่องการขายของบนออนไลน์

ที่เขียนมาถึงบรรทัดนี้ไม่ใช่แค่บอกเล่าว่าผมพบอะไรว่า หรือคิดจะขายของแทนทำงานสำนักงานบัญชีแล้วหรือ แต่อยากจะบอกช่องทางการหารายได้เพิ่ม ทางโลกออนไลน์ บางครั้งเศรษฐกิจไม่ดี หรือสถานการณ์การเมืองไม่ดี แล้วไม่รู้จะจบอย่างไร จะรุนแรงหรือไม่เราก็ต้องอยู่ต่อ ครอบครัวต้องอยู่ต่อ

การค้าเปิดร้านใช้ทุนเยอะโดยเฉพาะแค่ตกแต่งร้าน คุณจะเสียเงินไปกับส่วนนั้นไม่ใช่น้อย มันคือต้นทุนแน่นอนไหนจะค่าเช่าอีก แล้วอีกอย่างสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่ค่อยสะดวกในการเดินทาง คนก็จับจ่ายตามห้างกันน้อย แต่การค้าขายบนออนไลน์ ถึงแม้ว่าจะไม่สำเร็จทุกคน แต่มันคือโอกาสในอนาคตข้างหน้า และมีึคนสำเร็จไม่น้อย

ลองทำการค้าออนไลน์กันครับ คำถามที่บอกแล้วเราจะเอายังไงต่อ พื้นที่เล็กๆ ตรงนี้อาจจะเปิดดวงตาขึ้นได้บ้าง คำถามที่ว่าเอาไงต่อ เราก็เดินต่อไปซิ แต่ที่สำคัญที่อยากเตือนในเมื่อลูกค้าเขาเห็นคุณ สรรพากรก็เห็นคุณเช่นกัน ศึกษาให้ดีเรื่องภาษีโดนกันมาไม่ใช่น้อย โชคดีครับ

 

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569