โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

5 กันยายน 2557

ภาษีต้องไม่กลั่นแกล้ง

ในฐานะคนทำธุรกิจเกี่ยวกับ สำนักงานบัญชี ก็มีโอกาสได้พบปะกับ เจ้าหน้าที่สรรพากร โดยเฉพาะฝ่ายตรวจสอบภาษี หรือเรียกชื่อเต็ม ฝ่ายวางแผนและประเมินผลการตรวจสอบภาษี จะเรียกว่าบ่อยก็คงไม่ใช่ เพราะผมพยายามทำให้ลูกค้ามีปัญหากับภาษีน้อยที่สุด แต่ต้องเรียกว่ามีประสบการณ์การเข้าพบ

ต้องยอมรับเจ้าหน้าที่สรรพากร ก็คือคนทำงานคนหนึ่ง ที่ต้องการผลงานในการเรียกเก็บภาษีให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย บางครั้งก็ผ่อนคลาย บางครั้งก็ออกจะข่มขู่มากไปซักหน่อย การข่มขู่ผู้เสียภาษี หรือนักบัญชีบางคนอาจประสบความสำเร็จ แต่ตัวผมเองถ้าออกมาข่มขู่นี่ผมสู้แหลก

เพื่อนผมเองก็เป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร หลายคนแต่อยู่คนละหน่วย ยังเคยบอกผมเลยไม่เข้าใจว่า ฝ่ายตรวจสอบทำไมชอบขู่ผู้เสียภาษีจัง บางครั้งได้ยินก็ไม่ค่อยพอใจพวกเดียวกัน

เรื่องความผิดทางภาษีจริงๆ แล้วคนทำบัญชีเขารู้ว่าผิดหรือไม่ผิดนะครับ เพราะเขาจับบัญชี ทั้งด้วยประสบการณ์ และความรู้ทางด้านกฎหมายภาษี (ถ้าชอบอ่านและติดตามความเคลื่อนไหว)

ก่อนจะเล่าถึงเรื่องที่ว่า ขอเล่าต้นเรื่องก่อน ที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์นี้

ในยุคสมัยเปลี่ยนไปการค้าขายเปลี่ยนไป การปรับตัวของพ่อค้าก็เปลี่ยนไป เพราะสินค้าเปลี่ยนที่ผ่านมา

จะทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันสินค้าจากจีนเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย หลายผลิตภัณฑ์และโดยส่วนใหญ่ สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย จะเป็นรองเรื่องราคา ความจริงแล้วคงไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น สินค้าจีนตีตลาดทั่วโลก ไม่ว่า อเมริกา หรือ ยุโรป ล้วนประสบปัญหาเช่นกัน เพราะสินค้าจีนในเกรดถูกนี่ ในทุกประเทศผลิตสู้ไม่ได้เลย เรื่องราคา เป็นปัจจัยสำคัญในการขาย

มีลูกค้าของผมอยู่ราย ค้ากระดาษ เกือบทุกชนิดโดยส่วนใหญ่ก็สั่งซื้อในประเทศ จากเครือซิเมนท์ไทย และที่อื่นๆ กระดาษนี่ต้องยอมรับว่าเป็นสินค้าที่กำไรน้อย แล้วมันกำลังจะหดลง จากการใช้น้อยลงเกือบทั่วโลก เพราะโลกของดิจิตอลเข้ามาแทนที่

ผมเคยคุยกับลูกค้ารายนี้เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว โดยผมคาดการณ์ว่าตลาดกระดาษอย่างไรก็ได้รับผลกระทบแน่ ลูกค้าเตรียมรับมืออย่างไร

ลูกค้าบอกผมว่าเนื่องจากเป็นธุรกิจเก่าแก่ ที่เปิดมานานสมัยรุ่นพ่อ แล้วเขาเพิ่งเข้ามาดูแลไม่นานก็ไม่รู้จะปรับเปลี่ยนอย่างไร อาศัยบริษัทที่มีฐานะ ไม่มีหนี้สินไม่เสียดอกเบี้ยเงินกู้ เขาบอกว่าขอประคองไปแบบนี้ คิดว่าพออยู่ได้ อีกอย่างเขาคิดว่าคงไม่มีขู่แข่งเพราะสินค้ามันกำไรน้อย แต่ลงทุนสูงไม่มีใครคิดอยากจะเข้า

จนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมารายได้มีการหดตัวอย่างรุนแรง และต่อเนื่อง นับถึงวันนี้น่าจะหดตัวไปเกือบ 300% ธุรกิจแบบนี้ขาลงจริงๆ จนผมเป็นห่วง

ทำให้การจ่ายภาษีมีการลดต่ำจริงๆ เพราะยอดขายลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

ทางสรรพากรก็คงถูกบีบให้เร่งรัดภาษี และให้จัดเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย จากภาษีที่จัดเก็บได้ดูท่าจะลดลง ในต่อเดือน และต่อปี เพื่องบประมาณรายจ่ายของประเทศ

ถามลูกค้าว่าขายไม่ดีทำไมถึงยังสั่งกระดาษเข้ามา เขาบอกว่าเป็นเรื่องของราคา ทางโรงงานกระดาษเขาทำโปรโมชั่น ซื้อช่วงนั้นช่วงนี้ได้ลดราคา ก็เลยจำเป็นต้องซื้อเก็บเอาไว้ขาย จะได้พอมีกำไรอยู่บ้าง ทำให้บางเดือนยอดซื้อกับยอดขายเกือบเท่ากัน เสียภาษีมูลค่าเพิ่มนิดเดียว

คราวนี้ก็มาถึงไฮไลท์ของเรื่อง สรรพากรเข้าตรวจโกดังเก็บกระดาษ ธรรมชาติของกระดาษมันเป็นรีมเป็นมัด แล้วก็เป็นห่อกระดาษ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ากระดาษอะไร ชนิดไหน ชื่ออะไร แถมกระดาษแบบเดียวกันยังมีชื่อคนละแบบก็มี อันนี้คงเป็นเทคนิคการตั้งชื่ออะไรซักอย่างจากโรงงาน

ด้วยความที่สรรพากรไม่ได้เข้าบ่อย พอเข้าตรวจ ก็รีบตรวจนับโดยไม่สนใจว่าเสร็จหรือไม่ พนักงานโกดังก็รน วางกองกระดาษหลายกองในแบบเดียวกันนับไม่หมด เพราะกองไว้หลายที่ ผลสรุปกระดาษหายเป็นพันรีม จากบัญชีสต๊อก

คราวนี้ก็เป็นหน้าที่ผม จริงๆ ผมรู้อยู่แล้วบริษัทนี้ไม่เคยมีปัญหาเรื่องสต๊อก เพราะเขาต้องเก็บให้ตรง เนื่องจากโกดังอยู่ที่ ออฟฟิศ อยู่อีกที่เขาก็กลัวคนในโกดังขโมยกันเอง เรื่องสต๊อกกระดาษ มีการแจ้งให้ผมทราบแล้วหลังจากตรวจนับเสร็จแล้ว มีความผิดพลาดเกิดขึ้นจากการนับ ก่อนที่สรรพากรจะประเมินเสียอีก เพราะฝ่ายบัญชีเขาแจ้งมา มีรายงานสต๊อกอยู่ในคอมพิวเตอร์

วันที่ผมเข้าเจรจาโอ้โหเจ้าหน้าที่มาแนวข่มขู่ ผมขอตัวพัก หยิบ Ipad แอบบันทึกเสียงแล้วเดินเข้าไปคุยใหม่ โดยที่ไม่มีใครรู้ผมแอบอัดเสียงการคุย จริงๆ ถ้าผมเอาเสียงเจ้าหน้าที่ไปร้องเรียนผมว่าโดนตั้งกรรมการสอบแน่ แต่ก็ไม่อยากทำต่างคนต่างทำหน้าที่

ผมแย้งว่าการตรวจนับผิดพลาดเกิดจากรีบเร่ง ทำให้นับไม่ครบถ้วน สรรพากรแจ้งว่าเขาไม่มีนโยบายนับใหม่ ผมบอกผมก็ไม่มีนโยบายจ่ายในสิ่งที่ไม่ผิดเหมือนกัน

การเจรจาผ่านไปเกือบ 8 เดือน ทางผู้ประกอบการ ก็อยากให้จบเขาบอกว่าตัวเลขถ้าแสนกว่าบาทเขายอมจ่าย จะได้จบทั้งๆ ที่ไม่ผิด ผมก็ไปยื่นเงื่อนไขให้ฟัง ทางสรรพากรบอกเขาประเมินแล้วว่า 3 แสนกว่าปลายๆ แถมขู่ว่าจะตรวจเรื่องอื่นอีก ผมนี่ขู่ไม่ได้เลยนะ

แน่จริงคุณก็ไปฟ้องแล้วผมก็จะร้องเรียนพวกคุณด้วย ผมไม่รู้ว่าร้องศาลปกครอง หรือ ผู้ตรวจการฯ อะไรซักอย่างแต่ผมเชื่อว่ามีหน่วยงานที่ผมต้องฟ้องได้

ร้อนถึงหัวหน้าเขา ถามว่าจะฟ้องที่ไหน ผมบอกว่าที่ไหนก็ได้ที่สามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่ ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แล้วผมก็ไม่ยอมจ่าย ผมถือว่าลูกค้าผมไม่ผิด

เจ้าหน้าที่สรรพากร เริ่มหัวเสียเพราะเจรจากับผมมานานมาก แต่ผมไม่ยอม เขาโพล่งออกมาอย่างนั้นวันนี้ไปนับใหม่ เดี๋ยวจะหาว่าเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง

ผมพูดสั้น ๆ "เชิญ"

เย็นวันนั้นผมไม่ได้ไปด้วย แต่ย้ำกับเจ้าหน้าที่บัญชี ผู้จัดการของลูกค้า และเจ้าของให้เน้นการนับสต๊อกไม่ให้ผิดพลาด ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องกลัวสรรพากรได้แล้ว

การนับสต๊อกเร่งรีบเหมือนเดิมเพราะมันเย็นเกือบค่ำ เจ้าหน้าที่สรรพากรก็ขอนับแค่นี้แล้วก็จะกลับ ทางเจ้าหน้าที่บัญชีไม่ยอม บอกยังนับไม่ครบมีอีกหลายกองที่ยังไม่นับ เพราะวางอยู่คนละที่

รุ่งขึ้นผู้ประกอบการโทรมาพลาดอีกแล้ว ผมนี่ตะลึงเลย ผมถามกลับว่าอะไรทำไม ย้ำแล้วย้ำอีก เพราะบางกองไม่ได้นับ คือเจ้าหน้าที่โกดัง ลืมว่าไปกองกระดาษไว้ตรงไหน

คราวนี้ผมเริ่มไม่มั่นใจตัวเองว่าผมโดนหลอกหรือเปล่า ผมเดินเข้าไปหาสรรพากรไปไหว้ขอโทษเขาที่ใช้วาจาไม่ดี ผมบอกทางลูกค้าคุณเข้าเจรจาเองเถอะ เพราะผมเอาหน้าผมไปรับเต็มๆ แล้วผมก็จะไม่ยืนยันให้อีกแล้ว

ผมบอกกับลูกค้าว่าคุณครับ เข้าใจผมนะครับ ผมเนี่ยรักลูกค้าทุกรายแล้วเอาตัวผมยืนยัน จนทำให้ผมกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ แล้วสุดท้ายบอกนับผิดอีก

สุดท้ายการประเมินเริ่มใหม่หมด สต๊อกหายไปแค่ 2 หมื่นกว่าบาท จาก 3 แสนกว่าบาท

ลูกค้าโทรมาขอบคุณผมที่ช่วย แต่สรรพากรเขาตั้งเป้าไว้แล้วอย่างน้อยต้องได้เงินแสนกว่าบาท จากการตรวจสอบรายนี้

ผมถามว่าแล้วเขาเล่นงานเรื่องอะไรต่อ เพราะเขาเล่นงานเรื่องค่าแรงของพนักงาน และค่าจ้างแรงงานภายนอกก็ไม่ได้ มันถูกต้องเขาขู่อะไรลูกค้าอีกก็ไม่รู้ สุดท้ายเขาของบวกกลับเงินเดือนผู้บริหาร 2 คน ผมถามว่ายอมหรือเปล่าหรือจะสู้ต่อ เพราะเงินเดือนก็ไม่สูง บริษัทรายได้ 600 ล้านต่อปี กรรมการบริหารเงินเดือน คนละ 90,000 บาท น้อยมาก

ลูกค้าบอกว่าพอยอมรับได้ ไม่เป็นไร ถึงแม้ว่าจะไม่ผิด

จริงๆ สรรพากรถ้าจะทำหน้าที่ต้องตรงไปตรงมา ผมไม่ว่าเลย เรื่องบวกกลับเงินเดือนนี่ บอกตามตรงสู้ต่อได้ ขึ้นศาลภาษีใช่ว่า สรรพากรจะชนะ

วิธีรีดภาษีของสรรพากร บางท่านผมดูแล้วไม่เข้าท่า

สรรพากรต้องการเงิน ต้องการผลงานโดย ละเลยข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ผมละเซ็งๆ จริิงๆ

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569