โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

26 มกราคม 2558

เปิดไฟให้หน่อยประเทศมันมืด

ตัวเลขทางเศรษฐกิจเราๆ ท่านๆ ก็เห็นมันต่ำเตี้ยไม่ว่าจะปีที่แล้ว 57 หรือปีนี้ 58 ผมว่าก็ไม่ดีขึ้น ไม่ต้องไปวิเคราะห์เรื่องกฎอัยการศึก หรือการยึดอำนาจ ความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ ผมก็ไม่มีความเห็น คนอื่นเขาก็เขียน เขาก็พูด กันหมดแล้ว การลงทุน การท่องเที่ยว มันพังเขาว่ามาอย่างนั้น

พูดให้ง่ายๆ เข้าใจกันแบบบ้านๆ เงินในกระเป๋าเราเป็นไงก็เท่านั้น คนทำงานกินเงินเดือนประจำ กระทบมั้ย ค่าครองชีพสูงขึ้น ข้าวของมันขึ้นราคาตาม แรงเหวี่ยงของการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ส่วนเจ้าของกิจการก็เริ่มเห็นว่ายอดการค้ามันตก เพราะคนซื้อของ เขาเรียกว่ากำลังซื้อลดลง

พวกกิจการประเภทบริการ มีงานน้อยลงเช่น ก่อสร้าง ตกแต่ง กิจการเกี่ยวเนื่อง พองานน้อยก็ต้องแย่งกันดัมพ์ราคา คือลดราคา จนเส้นรายได้ กับเส้นค่าใช้จ่ายมันชิดกันมาก ไม่ทำก็ไม่มีเงินเลี้ยงลูกน้อง บางกิจการที่ผมเห็น ขาดทุนยังต้องทำเลย เพราะต้องหาเงินมาประคองกิจการ เอสเอ็มอีก็แบบนี้

มันเป็นเรื่องที่น่าคิดความขัดแย้งทางการเมืองหลายคนอาจไม่คิดว่า มันใกล้ตัวเรามาก จากเมื่อก่อนชิลๆ ไม่สนใจประชาชนไม่เกี่ยวข้องเขาแย่งผลประโยชน์กันเอง เราก็อยู่ของเรา

เรื่องมันไม่กลับเป็นเช่นนั้น เพราะมันกระทบวงกว้างและลึก ผมเชื่อว่าในระดับรากหญ้ามีผลกระทบมาก มีคนเปรียบเปรยในวงสนทนาเขาว่าสถานการณ์เหมือนปี 2540 แต่ผมเห็นแย้ง เพราะปีนั้นเศรษฐกิจมันมีปัญหาเฉพาะข้างบน เศรษฐีกู้เงินต่างประเทศมาปล่อยกู้ต่อในประเทศ ฟันส่วนต่างดอกเบี้ย พอเศรษฐกิจฟองสบู่มันแตก พวกกู้เงินไม่ได้มาลงทุน เอามาปั่นหุ้น มาปล่อยกู้ก็เลยมีปัญหา

เคยคุยกับคนที่อยู่ต่างจังหวัดหลายท่าน หลังจากเหตุการณ์ผ่านมาแล้วเป็นสิบปี เขาบอกครั้งนั้นเขาไม่รู้เรื่องเลย ไม่กระทบค้าขายปกติ แต่ในสังคมเมืองจะเป็นจะตาย ถูกยึดบ้านยึดที่ เลิกกิจการ ก็น่าจะเปรียบเป็นคนชั้นกลางในเมือง ไม่ต้องบอกว่ากลางสูงกลางต่ำ เดี๋ยวไปหกสี่เอี่ยวต่อ

ผลกระทบครั้งนี้มันยาวนานแล้วมันลึกไปถึงชนบท คนรากหญ้า ใครที่ตามข่าวถ้าไม่โลกสวยเกินไปก็คงจะพอรู้ ไปเชื่อตัวเลขเศรษฐกิจของรัฐมากก็ไม่ได้ เอาอย่างล่าสุดเงินเฟ้อที่แถลงออกมา 0.6% ก็แสดงว่าเฟ้อเล็กๆ ข้าวของไม่น่าจะแพงขึ้น

แต่ที่ไหนได้เงินเฟ้อหมวดอาหารเครื่องดื่มมันพุ่งไป 3.2% แต่ที่ไม่ใช่อาหารกลับติดลบ 0.7% ภาพมันเลยไม่ค่อยชัดมันเบลอๆ ว่าคนไม่มีพอจะใช้จ่ายในการบริโภค

มีคำกล่าวข้าวเต็มยุ้งแต่ไม่มีเงิน ไม่สนใจแล้วจะทำอะไรก็ทำ นั่นไม่ใช่เรื่องข้าวอย่างเดียว สินค้าเกษตรตัวอื่นๆ ก็พาลราคาตกไปด้วย มันเป็นผลกระทบวงกว้าง มันคงกระทบเริ่มต้นจากการส่งออกมั้ง

ทั้งเรื่องเศรษฐกิจโลกก็ไม่ดี การเมืองไทยก็ไม่ดี ยึดอำนาจก็ไม่ดี กฏอัยการศึกก็ไม่ดี การแย่งชิงผลประโยชน์ และอำนาจในยุคเปลี่ยนผ่านก็ไม่ดี

มันมีเรื่องอะไรดีบ้างฟะ ผมถามตัวเอง อ้อ!! มันเงียบดี เฮ้ย!! ผมจะค้าขายไม่ได้นั่งฟังธรรม เข้าสมาธิ เงียบๆ คงไม่ไหวมั้ง ค้านตัวเองซะงั้น

หลายคนถามผมว่าเป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้ ได้แต่ยิ้มบางๆ

ผมเอื้อยเอ่ยผมก็เหมือนโซ่ข้อนึงในเส้นยาว ในสังคม คนทำธุรกิจมันเป็นโซ่ข้อนึงเหมือนกัน เมื่อโซ่ข้ออื่นมันแกว่ง ผมไม่สั่นไหวไปด้วยหรอกหรือ (คมซะ)

สมัยก่อนเล็กๆ ไม่รู้ความมากนักก็บอกไม่กระทบ ไม่ต้องไปอ่านมากนัก ข่าวการเมือง ตลาด เศรษฐกิจ กลับไม่ใช่มันกระทบเราโดยตรงเลย เพราะเราก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม

สังคมมันกำลังป่วยไข้มาเกือบ 10 ปีหนาวๆ ร้อนๆ ผลัดไปผลัดมา มันก็มีขึ้นมีลง ผมไม่ได้บอกว่าธุรกิจมันจะแย่กันทั้งหมด แต่ผมว่าส่วนใหญ่คงไม่ดี ส่วนกิจการไหนไม่กระทบในสภาวะแบบนี้ถือว่าเป็นบุญกุศล

สาเหตุที่ไม่เขียนอะไรที่เว่อเกินตัวเองเช่น GDP และการจัดการงบประมาณประเทศแบบขาดดุล คงจะ 2 ปีติด ปี 2558 และ 2559 ผมไม่ใช่กูรู แค่กูรู้เท่านั้น

รู้แต่ว่าพองบประมาณมันขาดดุลก็ต้องหางบเพิ่มหางบใหม่ รายได้รัฐมาจากอะไรเป็นหลักเพื่อให้งบมันสมดุล ก็ภาษีจะภาษีอะไรมันก็ภาษี

แล้วภาษีเอามาจากไหน ก็เราๆ ท่านๆ ที่ผ่านการค้าขาย การบริโภค เงินเดือน

เรื่องมันมาจบตรงนี้แหละ ค้าขายไม่ดี ไม่มีเงินใช้จ่าย ไม่มีเงินเที่ยว ไม่อยากลงทุนเพิ่ม ไม่อยากขยายกิจการ สุดท้ายคือไม่มีอารมณ์

ประเทศมันมืด ใครก็ได้ช่วยเปิดไฟให้หน่อย

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569