โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

11 มิถุนายน 2558

กระทบไปหมด

หยุดไปพักใหญ่เรื่องขีดเขียน เพราะภาระกิจเพียบเกี่ยวกันงานที่ทำ เพราะเป็นช่วงปิดงบการเงิน ระหว่างเดือนเมษายน จนสิ้นเดือนพฤษภาคม แต่ก็ต้องอ่านหนังสือพิมพ์ทั้งรายวัน ราย 3 วัน รายสัปดาห์อย่างต่อเนื่องหลายฉบับ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง เรื่องเศรษฐกิจ เพื่อตั้งรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ที่มีผลกระทบไม่มากก็น้อย

เรื่องที่อ่าน เรื่องที่ได้ยินได้ฟังจากคนรอบข้าง และจากการสังเกตเห็นว่า สภาพเศรษฐกิจทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว เริ่มต้นจากสินค้าเกษตรราคาตกต่ำทุกตัว มีหลายคนอ้างว่าเนื่องราคาน้ำมันที่มันลดลง ผมว่าไม่น่าจะเกี่ยวมันน่าจะมาจากสาเหตุทางการเมือง เพราะหลายประเทศเขาไม่ค้าขายด้วย หรือกดราคาให้ต่ำลง ด้วยข้ออ้างสารพัด เมื่อสินค้าหลัก ราคาตกต่ำ ข้าว ยาง อ้อย ปาล์ม ที่มีจำนวนเกษตรกรเกี่ยวข้องมากที่สุด ทำให้กำลังซื้อมันลดลงเป็นของธรรมดา

เมื่อระดับฐานรากไม่มีกำลังซื้อ ก็เริ่มมากระทบคนค้าขายด้านล่าง เริ่มค้าขายไม่ดีไม่มีคนซื้อ จะเห็นว่าพ่อค้าแม่ค้าบ่นกันมาก จริงๆ เขาก็บ่นมานานแล้ว แต่อาจจะบ่นมากหน่อยในช่วงนี้ การเข้าไปอุดหนุนสินค้าเกษตรมันธรรมดามาก แต่เรื่องที่บอกขาดทุนระดับหลายแสนล้านดูจะขี้โม้มากไปหน่อย

เพราะเมื่อมีซื้อก็มีขายปกติ อาจจะขาดทุนบ้างในฐานะรัฐก็มีหน้าที่อุดหนุน แต่สิ่งที่ได้ก็คือคนระดับล่างมีกำลังซื้อ เงินก็หมุนเวียนในระบบหมุนมากขึ้น ก็เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น รัฐก็ได้รับรายได้เพิ่มขึ้นจากเงินภาษีทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ ส่วนเรื่องสัดส่วนของผู้เสียภาษีในประเทศนี้มันพิกลพิการ ค่อยแก้กัน

อีกเรื่องที่มันน่างง ก็คือความเสียหายที่เกิดจากรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดที่แล้ว รัฐบาลรับจำนำข้าวได้ทั้งหมดกี่ล้านตัน เพราะเห็นข่าวล่าสุดมีข้าวเหลืออยู่ 18 ล้านต้นเอาเป็นว่าข้าวเสียเห็นว่าประมาณ 2 แสนตัน ที่เหลือคือไม่ได้คุณภาพประมาณ 12 ล้านตัน คำว่าไม่ได้คุณภาพคงหมายถึงไม่ใช่ระดับข้าวพรีเมี่ยม

ผมลองเอา 18 ล้านตันคูณ 15000 บาทโดยไม่ต้องหักค่าความชื้น มันเป็นวงเงิน 2.7 แสนล้าน แล้วที่ฟ้องกันอยู่ 6 แสนล้านที่เสียหายไปเอาตัวเลขมาจากไหน

ไม่พอเท่านี้ถ้าเรายังนับว่ามีข้าวอยู่ในสต๊อก เอาเป็นว่าขายขาดทุน มูลค่าหายไปครึ่งหนึ่งซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลย ก็น่าจะขาดทุนอยู่ 1.35 แสนล้านกับโครงการ 3 ปี แล้ว 6 แสนล้านมาจากไหนแล้วที่น่าสนใจก็คือการรับจำนำข้าว เพิ่งเริ่มทำ การขายน่าจะปล่อยไปแค่ 3 แสนกว่าตัน ก็แสดงว่า 18 ล้านตันก็เกือบทั้งหมดของโครงการ แล้วมันเจ๊งได้ไง 6 แสนล้าน

ไม่ตั้งประเด็นแล้วกันผมก็รู้มีคนกลางๆ ไม่อิงทางการเมืองอ่านอยู่ แต่อยากจะบอกว่าถ้าไม่พูดความจริงความเสียหายมันจะมากกว่า โดยชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ชาวบ้าน คนทำธุรกิจมันต้องรับเคราะห์ จากเศรษฐกิจที่ไม่ได้รับการกระตุ้น เงินไม่หมุนจากล่างขึ้นบน

อีกเรื่องคือปัญหา GDP ติดลบติดต่อกัน 5 เดือนนักวิชาการบางคนบอกว่ายังไม่เข้าเงินฝืด ผมเองก็พยายามจะเชื่อ เพราะมีนักวิชาอีกบางคนระดับกูรูประเทศบอกว่า ประเทศไทยเข้าเงินฝืดแล้ว แล้วจะเอาไงต่อ

คราวนี้มันเลยลามมาถึงกับดักสภาพคล่อง รู้ๆ กันอยู่พอความไม่มั่นใจอนาคต คนก็ไม่อยากใช้เงินใครมีเงินก็เอาไปฝากแบงค์ ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยจะต่ำเตี้ย แต่ความไม่มั่นใจมีมากกว่า แบงค์เองพอรับเงินฝาก ก็ปล่อยกู้ไม่ได้เพราะกลัวหนี้เสีย ไปบอกบริษัทยักษ์ใหญ่เขาก็ไม่กู้ เพราะเขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน เงินมันล้นแบงค์ ในอนาคตแบงค์จะไปไหวเหรอ

หลังจากถล่มสินค้าเกษตรจนตกต่ำแล้ว ล่าสุดจะเล่นมนุษย์แรงงานอีก มันไม่ใช่แค่ค่าแรงรายวันนะที่จะกระทบ มันจะกระทบไปที่เงินเดือนด้วย ใครที่มีเงินเดือนประจำอาจไม่รู้ ในอนาคตค่าแรงรายวันไม่ได้รับการปรับ เงินเดือนก็ไม่ปรับเพราะมันเป็นลูกโซ่ ต่อกันเป็นลูกระนาด แต่ข้าวของพากันขึ้นราคากันหมด เพราะเงินเดือนข้าราชการมันขึ้น แล้วใครจะมีเงินไปซื้อสินค้า มาใช้มาจ่าย

ผลกระทบต่อมาก็มาถึงคนค้าคนขาย ไม่ว่าจะขายของที่ไหน บนดิน บนเน็ต บนห้าง บนร้าน มันก็กระทบกันหมด เพราะคนไม่มีกำลังซื้อ ขายของไม่ดีก็เริ่มไม่สั่งมาเพิ่ม แต่คนต้องกินต้องใช้ทุกวันมันก็กระทบไปอีกต่อ

เรื่องไม่สั่งสินค้ามาขาย โรงงานก็ไม่มีออร์เดอร์ผลิต เครื่องจักรทำงานไม่เต็มที่เพราะไม่รู้ผลิตแล้วใครจะสั่ง เพราะเขาก็ขายไม่ดี โรงงานที่ผลิตวัตถุดิบต่อเนื่องก็ไม่ต้องส่งของมาให้ เพราะโรงงานหลักผลิตได้น้อย คราวนี้ก็เริ่มกระทบมนุษย์งานมนุษย์เงินเดือน ไม่ว่าจะอยู่โรงงานอยู่ออฟฟิศมีสภาพไม่แตกต่าง เพราะโรงงานเขาผลิตได้ไม่เต็มกำลัง เขาก็ต้องเลิกจ้าง

ตอนนี้เราจึงเห็นคนที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ อิเลคโทรนิคส์ และอื่นๆ เริ่มตกงานแบบเงียบๆ เท่าที่ฟังจากพรรคพวก มีทั้งจากขายไม่ดีนั่นเหตุผลหนึ่ง แล้วก็เรื่องความไม่แน่นอนทางการเมือง บริษัทที่มีบริษัทแม่อยู่เมืองนอกก็เลยวางแผน ย้ายโรงงานไปประเทศอื่น คนงานก็เริ่มตกงาน เขาว่ากันว่าสิ้นปีนี้ จะเห็นอีกเยอะแต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีข่าว เรื่องคนตกงาน ผมเองไม่รู้เพราะอะไร

แต่ในสภาพความเป็นจริงคือมีตกงานจริง แล้วปลายปีนี้ผมว่าน่าจะมีข่าวกันบ้าง

ถ้าเรายังเออออ มีความสุขแล้วไม่คิดอะไร กับสถานการณ์วันนี้แล้วไม่เตรียมตัวตั้งรับ พอผลกระทบมาถึงมันจะตั้งรับไม่ทัน

ล่าสุดมีข่าวว่ายอดใช้ไฟรูดลงไปอีก โดยการรายงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต น่าจะมาจากโรงงานเดินเครื่องไม่เต็มที่ทั่วประเทศ ขนาดอากาศร้อนขนาดนี้ไฟยังรูดลงต่ำสัญญาณจากกระแสไฟฟ้า ทั่วประเทศถ้ามองดีๆ มันก็สะท้อนเศรษฐกิจอีกตัว

มีข่าวว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อดึงมือทำงานทางด้านเศรษฐกิจ จากนักการเมืองที่ถูกบล็อกโดยรัฐธรรมชั่วคราวที่ร่างก่อนหน้านี้ จากคนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ภาษาการเมืองเขาเรียกคนบ้านเลขที่ 111 กับ 109 ถ้าทำได้ก็ทำไปเหอะ ถ้าจะมีมักผลทางด้านเศรษฐกิจให้มันกระเตื้องขึ้นมาจะดีมาก

ในแวดวงการทำงานของผมต้องใกล้ชิดกับผู้บริหาร ผู้ประกอบการ ของแต่ละบริษัทมีโทรเข้ามาถามเหมือนกัน ผมก็บอกว่าช่วงนี้ต้องระวังเรื่องการลงทุน ถ้ายังไม่มีเหตุให้ต้องกู้ ก็ชะลอไว้ก่อนผมเองไม่รู้ว่าอนาคตจนถึงสิ้นปี ต่อไปอีก 1 ถึง 2 ปีจะเกิดอะไรขึ้น มีอะไรขายก็ขายไปก่อน ซื้อเท่าที่ขายได้มีสต๊อกนิดหน่อย ไม่ต้องเยอะเก็บเงินสดไว้บ้าง

เซพชีวิตเซพธุรกิจของตัวเองไว้ก่อน ถ้าเกิดอะไรขึ้นคนทำงานในออฟฟิศคุณก็เดือดร้อน คุณเองก็เดือดร้อน

ที่เขียนมาทั้งหมดก็จะบอกว่างานสำนักงานบัญชี นักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี มันเกี่ยวข้องธุรกิจเกือบทุกเซคเตอร์ แล้วมันจะไม่กระทบคนบัญชีได้อย่างไร ถ้าเศรษฐกิจตกสะเก็ดแบบนี้

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569