โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

13 สิงหาคม 2558

เงียบเหงาจริงหรือ

ในฐานะที่ทำงานเกี่ยวข้องกับกิจการหลายประเภท จึงได้รู้ความเคลื่อนไหวพอสมควร เกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้าขาย อีกทั้งมีความจำเป็นต้องอ่าน หนังสือพิมพ์อีกมากมายเพื่อติดตามความเคลื่อนไหว ทั้งการเมืองเศรษฐกิจ การเขียนตรงนี้มันเป็นเรื่องยากมากที่จะฟันธงชี้ชัดเลือกข้าง กีฬาสีในประเทศไทยที่เกิดมาหลายปี

มีเสียงสะท้อนจำนวนมาก เศรษฐกิจฝืดเคืองข้าวของขึ้นราคา ทั้งๆ ที่ตัวเลขเงินเฟ้อติดลบ บางคนตั้งข้อสังเกตไทยเข้าสู่สภาวะเงินฝืด ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนกังวลมาก แต่พอมาดูหมวดอาหารมีการปรับตัวสูงขึ้น แต่ผลของตัวเลขมาเฉลี่ยเงินเฟ้อก็ยังติดลบ ผมคงไม่แสดงความเห็นมาก เอาเป็นว่าถ้าเหตุการณ์แบบนี้ คนเงินน้อยลงรายรับน้อยลง กำลังซื้อลดลง โดยเฉพาะหมวดอาหารที่ขึ้นราคา ยิ่งทำให้คนเดือดร้อนมากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือยขึ้นราคา

สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ เงินถึงมือเกษตรกรน้อย แต่หมวดอาหารเพิ่มขึ้น เพราะสินค้าสำคัญเช่นข้าว ยาง ปาล์ม ราคามันตก กำลังซื้อลด เงินไม่หมุนเวียน ทำให้การค้าฝืด มันเป็นวัฎจักรมันเป็นวงจรกันอยู่แล้ว

เศรษฐกิจโลกตกต่ำทำให้การส่งออก ของไทยติดลบไปด้วย อันนี้ก็จริงเพราะไทยพึ่งการส่งออก 70 เปอร์เซนต์ของ GDP แต่ที่แปลกใจการเข้าปฎิรูป เรามุ่งเน้นทางด้านการเมืองอย่างเดียว การปฎิรูปเศรษฐกิจผมว่าก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยกว่า โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ รัฐบาล มีอำนาจเต็มมือที่จะสั่งที่จะทำ

โดยเฉพาะเรื่องการบริโภคภายใน ผมว่ายังไม่มีการกระตุ้น เพื่อให้ GDP เติบโต เราห่วงแต่คำว่าประชานิยม ผมเองไม่ชี้ชัดว่าประชานิยม มันดีเลวอย่างไร เพราะแต่ละช่วงของเศรษฐกิจช่วงเวลา มันมีทั้งดีทั้งเลวทั้งนั้น การกระตุ้นการบริโภคภายใน มันเป็นเรื่องของการตั้งรับใน สภาวะเศรษฐกิจโลกมันกำลังตก ซึ่งจริงๆ มีการคาดการณ์กันมา 4-5 ปีแล้วว่า เศรษฐกิจโลกมันจะไปทางนี้

ไม่ว่ายุโรป สหรัฐ หรีอจีน แม้แต่ในอาเซี่ยนด้วยกันก็ได้รับผลกระทบ แต่ก็ไม่อยากให้เปรียบเทียบกับประเทศอื่นมากนัก เช่นว่า ของไทยแย่ ดูคนอื่นก็แย่เหมือนกัน เพราะแต่ละประเทศมีปัจจัยที่ต่างกัน

การบริหารประเทศของรัฐบาลปัจจุบัน ด้วยปัจจัยการเข้ามาก็ไม่ได้มาจากเสียงประชาชน หรือไม่เป็นประชาธิปไตย แบบสากลโลกเขาต้องการ ทำให้การทำงานยิ่งยากลำบากเพิ่มขึ้นอีก แต่การบริหารประเทศด้วยการโทษรัฐบาลเก่า หรือปลุกผีในอดีตคงไม่ถูกต้องนัก เพราะหลายคนก็ไม่เชื่อว่ารัฐบาลในอดีตเป็นคนทำ หรือชี้ชัดฟันธงไม่ได้ว่าเป็นผลจากรัฐบาลในอดีต

การปลุกผีไม่ได้ช่วยอะไรเลย อย่างประเทศกรีซ ที่กำลังวิกฤตขึ้นขั้นจะล้มละลาย ที่ผ่านมาก็พยายามปลุกผีนาซี เพราะเยอรมันเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ เพื่อต่อรองหนี้ ผลก็คือไม่ได้รับความเห็นใจ แถมยังถูกเจ้าหนี้ไม่แสดงความสนใจด้วย ผลก็คือ กรีซ ก็ต้องถูกบังคับให้ชดใช้หนี้เหมือนเดิม เห็นว่าหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ

การปลุกผีในอดีตโทษรัฐบาลเก่าจึงไม่ทำให้ รัฐบาล มีความชอบธรรมมากนักในการบริหารงาน มันกำลังบอกว่ารัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ เดินต่อไปไม่ได้เพราะผลจากในอดีต หลายคนเลยตั้งข้อสังเกตแล้วเข้ามาทำไป

การบริหารเศรษฐกิจตอนนี้ เห็นพยายามแก้เรื่องการส่งออกเพราะมันติดลบ แต่เงื่อนไขที่ถูกต่างประเทศตั้งไว้ จะปฎิเสธว่าไม่ใช่เรื่องการเมืองคงไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากค้าขายด้วย เลยถูกตั้งธงเต็มไปหมด ไม่ว่า ประมง การบิน ค้ามนุษย์ ยังไม่รู้ว่าจะโดนอะไรอีก

ผมว่าเป็นผลจากรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่ด้วย เพราะมันไม่เหลือประชาธิปไตยที่ประชาชน มีสิทธิ์เสรีภาพในการเลือก แต่เป็นประชาธิปไตยที่มีคนเลือกให้

ย้อนกลับมาเรื่องปากท้อง ปัจจัยภายในเรื่องการบริโภคก็สำคัญไม่แพ้กัน เคยมีความพยายามในอดีต จะเพิ่มสัดส่วนการบริโภคภายในให้มากขึ้นต่อ GDP แต่ก็ยังไม่สำเร็จ หรือยังไม่ได้ทำก็ไม่ทราบได้ ประเทศไทย จำนวนประชากรในประเทศไม่ใช่น้อย เรามีประชากร 65 ล้านคน ประชากรคนไทย ติดอันดับต้นๆ ของโลกในเรื่องของจำนวนประชากรอันดับ 21 จาก 224 ประเทศ

จำนวนประชากรไทยต่อประชากรโลก

การบริโภคภายในจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราถูกละเลย ที่จะสามารถเพิ่ม GDP เพิ่มการไหลของกระแสเงินภายในประเทศ บางคนจะเรียกว่าประชานิยมก็เรียกไป แต่ที่ผ่านประเทศไทยมีเงินสำรองระหว่างประเทศมากเป็นอันดับ 14 ของโลก เงินที่เราสะสมเพิ่มขึ้นจากที่ติดลบปี 2540

เงินสำรองระหว่างประเทศ

เงินสำรองระหว่างประเทศ ของไทยก็มีไม่ใช่น้อย พอเป็นเรื่องการเมืองเราพูดกันแต่หนี้ แต่เราไม่พูดที่สินทรัพย์ที่เรามีที่เราควรมาใช้

จะกระตุ้นเศรษฐกิจบริโภคภายในก็รีบทำเถอะครับ ถ้าชี้ว่านั่นคือประชานิยม เพราะระบบมันจะคุมกันเอง ชาวบ้านชาวช่องเขาจะได้ทำมาหากิน แล้วมันก็รีเทิร์นกับมาเป็นรูปแบบภาษี เข้ารัฐเงินยิ่งหมุนมากในระบบเศรษฐกิจ ภาษีก็ยิ่งมาก

เลิกโทษรัฐบาลเก่าแล้วทำงานกันเหอะ

เศรษฐกิจเงียบเหงาหรือเรายังไม่ได้ทำ

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569