โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

12 ตุลาคม 2558

ตะกอนในใจ

ผมเชื่อว่าหลายคนไม่ค่อยจะมีความสุข อาจจะเรียกว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ค่อยมีความสุข จริงๆ ไม่ต้องคนที่ติดตามการเมืองขนาดขาดไม่ได้ แค่สัมผัสเบาๆ ผ่านการทำมาหากิน ก็รู้สึกไม่มีความสุข คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีอำนาจรัฐ ไม่ได้มีคอนเน็กชั่นกับอำนาจรัฐ ทุกคนโลดแล่นอยู่ตามวิถีทางชีวิต ตามอาชีพ ตามความเป็นอยู่ ตามฐานะ เรารู้สึกได้ว่ามันเงียบเหงามาก ท่ามการเศรษฐกิจที่ทรุดโทรมลงเกือบทุกวัน

ด้วยความจำเป็นของอาชีพสำนักงานบัญชี ผมมีความจำเป็นต้องอ่านข่าว และต้องอ่านให้ได้มากที่สุด เพื่อรับรู้ และประเมินความเปลี่ยนแปลง ว่าจะมีผลกระทบกับเรา หรือลูกค้าหรือไม่ เพราะนั่นหมายถึงรายรับอาจจะลดลง กับสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง

การอ่านข่าวสารพอมันทำเป็นหน้าที่ และผมก็ติดการอ่านแบบนี้มาเป็นเวลานานหลายสิบปี ทำให้ไม่ลำบากกับการอ่านมากนัก แต่มันเผลอต้องไปรับผลกระทบของการรับรู้ข่าวสารทางการเมือง ความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะจบแบบไหน

ผมไม่เชื่อว่าสังคมมันจะกลับไปปรองดอง ไม่ว่ากฎหมายมาตราไหน รัฐธรรมนูญฉบับไหน ผมอาจจะเป็นคนคาดการณ์ในแง่ร้าย แต่ผมคิดว่าจะมีเหตุการณ์ใหญ่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเมื่อไร แล้วผมก็เชื่ออีกไม่ว่าใครก็ประเมินไม่ได้ว่า เหตุการณ์ใหญ่จะเกิดเวลาไหน ใหญ่แค่ไหนไม่ว่าผู้มีอำนาจ หรือโหร

ที่ผ่านมาความคุกรุ่นมันยังดำรงอยู่ไม่ว่าผู้มีอำนาจ จะใช้อำนาจขนาดไหน มันก็ห้ามไม่ได้มันเพียงชะลอการเกิดขึ้นได้ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

ต่างฝ่ายต่างขว้างก้อนหินใส่กัน ผมนั่งมองนั่งอ่านบางคน บางคนดูเหมือนจะหยุด แต่กลับเป็นว่ามีฝ่ายยังขว้างหินใส่โดยไม่คิดจะหยุด

มันจะไหวเหรอครับ ปรากฎการณ์แบบนี้

เมื่อความร่วมมือไม่เกิด การทำงานก็ไม่ประสาน ไม่มีเอกภาพในการดำเนินชีวิต

แล้วคุณคิดว่าว่า เศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัว มันจะจริงๆ หรือครับ

ใครที่อ่านข้อมูลรัฐมานาน ผมเชื่อรัฐไม่ว่ารัฐจากเลือกตั้ง หรือรัฐจากยึดอำนาจ ก็ต้องให้ข้อมูลในแง่ดี ถึงแม้จะเป็นความเท็จก็ตาม

เพราะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

มันได้ผลมั้ยครับ

ยิ่งยุคนี้ข่าวสารมันไหลเร็ว และทั่วโลกผ่านสื่อประชาชน ที่รายงานผิดบ้าง ถูกบ้าง มั่วบ้าง แต่บางคนก็เลือกที่จะเชื่อ

แล้วในยุคนี้เป็นยุคที่สื่อมวลชน อาจเรียกเป็นสื่อมวลชนไม่ได้เลยหลายสื่อ เขียนข่าวเหมือนโฆษณาชวนเชื่อ เหยียบย่ำ กลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง คนก็ยิ่งไม่เชื่อถือ

ไม่ว่าข่าวฝ่ายไหน ในยุคสื่อก็แตกแยกแบ่งขั้วแบ่งข้าง การแสดงความเห็นของสื่อ เรียกตัวเองว่าสื่อไม่ได้เลยเพราะเต็มไปด้วยอารมณ์ และมุมมองที่เป็นเท็จ

ผมอาจจะฟูมฟายเกินไป คิดมากเกินไป ก็เลยไม่ค่อยได้เข้าไปอ่านข้อมูลผ่านเน็ต ไม่ว่าโซเชียลมีเดียประเภทไหน ขนาดข่าวทีวีผมยังแทบไม่ดูเลย

ผมเลยกลับมาที่สื่อกระดาษ ที่ผมวิเคราะห์แล้วว่าพอจะอ่านได้ ไม่ต้องเรียกว่าดีเลิศ

แค่เขียนมาตรงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น และในอนาคตคิดว่ามันจะเป็นอย่างไร

นอกนั้นผมมาวิเคราะห์ตกตะกอนเองว่าควรทำอย่างไร

ถึงอย่างนั้น บางเวลาก็ไม่ค่อยสบายใจ

เพราะมันมีตะกอนในใจมาหลายปี บางคนอาจมองว่าทหารเข้ามาเพื่อแก้ปัญหา ผมก็โอเค บางคนบอกทหารเข้ามายิ่งสร้างปัญหา ผมก็โอเค ไม่ขวางความคิดใคร

ตะกอนในใจมันอยู่ที่ผม ผมคิดเองได้แล้วผมว่าผมน่าจะเอามันออกได้ แต่ทำยังไงก็ทำไม่ได้

สาม สอเสือ


 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569