โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

4 พฤศจิกายน 2558

ลงโทษผู้ใช้สิทธิ์

ออกตัวก่อนความจริงไม่อยากเขียนเรื่องการเมืองตรงนี้ เว๊ปนี้ แต่คงต้องขอ เพราะออกแบบการเลือกตั้งรอบหน้าได้ประหลาดมาก

การออกแบบการเลือกตั้งอันใหม่ล่าสุด กับรัฐธรรมนูญที่จะเกิดกับฉบับใหม่ ที่หลายคนดูประหลาดใจ มันกลับหัวกลับหาง บางคนก็ตั้งชื่อว่า ระบบการเลือกตั้งเห็นใจผู้แพ้

เท่าที่อ่านผมเองไม่รู้จะเอาจริงหรือไม่ เอาเป็นว่าจะผ่านประชามติหรือไม่ หรือแค่โยนหินถามทาง แต่ดูท่าว่าจะหนักแน่นเหมือนจะเอาจริงกับการออกแบบการเลือกตั้งสุดพิสดาร

เริ่มต้นก็มีการเลือกตั้งไม่เหมือนเดิมให้กาบัตรลงคะแนนใบเดียว ไม่เหมือนที่ผ่านมาซึ่งให้กาบัตร 2 ใบ คือเลือก ส.ส.เขต 1 ใบ และเลือกตั้ง ส.ส.ปาร์ตี้สิสต์ อีก 1 ใบโดยให้เลือกเป็นพรรค แล้วเอาคะแนนมาหารเฉลี่ย พรรคไหนจะได้ ส.ส.ปาร์ตี้สิสต์ เพิ่มอีกกี่คนตามคะแนนที่ได้จากทั่วประเทศ แบ่งเป็นสัดส่วน

ซึ่งก็เป็นเรื่องถูกต้องคนไปเลือกตั้งเขาก็มีสิทธิ์เลือก ส.ส.เขตที่เขาชอบ และพรรคที่เขาชอบ บางครั้งอาจจะเป็นการเลือกที่ไม่เหมือนกัน เลือก ส.ส.พรรคหนึ่ง แต่เลือกปาร์ตี้สิสต์อีกพรรคหนึ่ง

การเลือกตั้งก็ไม่ได้มีปัญหา แต่มันเกิดวาทะกรรม เผด็จการรัฐสภา เพราะประชาชนไปใช้สิทธิกันมาก ทำให้เกิดพรรคบางพรรคได้คะแนนเสียงเกินครึ่ง จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว เพราะคนไปใช้สิทธิ์ ไปเลือก ส.ส. กับ พรรคการเมือง มาจากพรรคเดียวกันคะแนนก็ยิ่งเพิ่ม รัฐบาลมีเสถียรภาพ ไม่ต้องพึ่งพาอำนาจนอกระบบ

รัฐบาลเข้มแข็ง การเดินหน้าทำงานก็มีประสิทธิภาพ สั่งข้าราชการให้ทำงานเป็นเนื้อเป็นน้ำ ข้าราชการที่ชินกับระบบเช้าชามเย็นชาม ลงชื่อแล้วไปตีกอล์ฟ ก็เกลียดการเมืองระบบนี้ เพราะตัวเองเหนื่อยจากที่เคยสบาย ยิ่งเลือกตั้งระบบนี้พรรคที่ไม่คิดนโยบาย ยิ่งห่างไกลกับการได้รับชนะการเลือกตั้ง เพราะคนไม่เลือกพรรค แต่อาจจะเลือก ส.ส.เขต เพราะมีความนิยมส่วนตัว

คราวนี้มาออกแบบกันใหม่ เลือก ส.ส.เขตเหมือนเดิม ใครชนะก็จะได้ ส.ส.เขต แต่ที่ประหลาดก็คือ คนที่ไม่ได้รับเลือกให้เอาคะแนนคนที่แพ้ โดยไม่เอาคะแนนที่ชนะไปรวมนับคัดเลือกเป็น ส.ส.ปาร์ตี้สิสต์ ทีแรกผมก็งง ออกแบบการเลือกตั้งแบบนี้มาเพื่อ?

ลองลำดับเหตุการณ์การเมืองในอดีต เลยร้องอ๋อ เนียนนะ พยายามชี้ให้คนไปมองที่คะแนนเลือกตั้งไม่เสียของ เสียงส่วนน้อยก็มีสิทธิ์ เหมือนที่บอกว่ารัฐบาลต้องฟังเสียงส่วนน้อยด้วย คือหาความชอบธรรมให้กฎหมายฉบับนี้

เอาคำพูดต่างกรรมต่างวาระในอดีตมาโฮ๊ะรวมกัน แล้วผลิตมาเป็นการเลือกตั้งแบบใหม่ ซึ่งไม่มีประเทศไหนเขาทำ ก็เลยบอกว่าที่ไม่เหมือนเพราะคนไทยคิดเอง รัฐธรรมนูญแบบไทยๆ

เริ่มต้นในอดีตรัฐธรรมนูญกำหนด การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ ใครไม่ไปโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควรจะเสียสิทธิ์ เช่น ไม่ให้สมัครรับเลือกตั้ง หรือไม่ให้สิทธิในการลงชื่อคัดค้านกฎหมาย

ล่าสุดมาใหม่จะเปลี่ยนการเลือกตั้ง เป็นสิทธิ์คือจะเปลี่ยนจาก การตั้งเลือกต้องเลือก กลายเป็นว่าไม่ต้องเลือกก็ได้ ไม่ได้เสียสิทธิ์มันมีเหตุผลอยู่ตรงนี้

ถ้าการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ คนกลัวเสียสิทธิ์ก็แห่กันไปในสิทธิ์ โดยเฉพาะคนต่างจังหวัดจะใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันมาก เพราะหวงสิทธิ์ตัวเอง บางคนก็ถูกหลอกว่า ถ้าไม่ใช้สิทธิ์อาจไม่มีสิทธิ์ไปใช้บริการของรัฐ ผิดกับคนกรุงเทพ มักจะไม่สนใจ คนกรุงเทพคนเมือง จึงเป็นคนที่ใช้สิทธิ์กันน้อยเพราะไม่กลัวเสียสิทธิ์ เพราะปกติก็ไม่เคยไปเลือก แต่เสียงดังกว่าทุกภาค

ย้อนกลับอีกเรื่องก็คือมักจะมีการกล่าวว่า คนมาเลือกพรรคนั้นพรรคนี้คนโง่ คนจน ถูกซื้อเสียง ทำให้พรรคนั้นได้คะแนนที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่มีสิทธิ์เป็นเสียงของคนไทยทั้งชาติ

การชุมนุมของ พันธมิตรก็คล้่ายกัน จนมาถึงชุมนุมหลากสี ชุมนุนแช่แข็งประเทศ จนถึุงชุมนุม กปปส. ก็คิดคล้ายกันคือไม่รู้่จะทำยังไงให้เสียงตัวเองชนะบ้าง เลยคิดค้นคำใหม่ ประชาธิปไตย ยังไม่พร้อมกับคนไทย คนไทยยังโง่ เลือกเพราะถูกซื้อ ถูกหลอก

วาทะกรรมนี้ถูกผลิตซ้ำมาต่อเนื่อง ผ่านสื่อทุกรูปแบบ คนที่ไม่ได้ตามการเมืองไทยมานาน บางคนพากันคล้อยตาม

คนไทยยังไม่พร้อมกับการเลือกตั้ง เพราะคะแนนเสียงไม่มีคุณภาพ

ก็เลยมีวาทะมาอีกชิ้น เสียง 3 แสนมีค่ากว่า 15 ล้านเสียงโดยเทียบเอาคนที่จบปริญญาตรีขึ้นไป ควรมีสิทธิ์มากกว่า

คนพวกนี้คิดเหมือนกันแล้วคิดมานานกว่า 20 ปี ตั้งแต่พรรคชาติไทย พรรคความหวังใหม่ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึง พรรคเพื่อไทย

กลายเป็นทฤษฏีสมคบคิด ที่คิดกันไว้นานแล้วคนคิดก็คนกลุ่มเดิม บางคนเป็นคนเดิมด้วยซ้ำ หรือถ้าไม่ใช่คนเดิมก็ส่งความคิด รุ่นต่อรุ่นสู่รุ่นกันมา เราจึงเห็นเนติบริกรหน้าเดิมๆ ศิษย์จากอาจารย์คนเดิมๆ

ครั้นจะไปออกแบบว่าคนเมืองมีสิทธิ์มากกว่าคนชนบท คนจบปริญญาตรี คนรวยมีสิทธิ์มากกว่า ก็จะโดนโห่แถมต่างชาติก็ไม่ยอมรับ

ก็เลยออกแบบเนียนๆ ไม่ใช่เรื่องการเลือกตั้งเห็นใจผู้แพ้

แต่ผมว่าเป็นการเลือกตั้ง ลงโทษผู้มาใช้สิทธิ์ ผู้รักษาสิทธิ์ คนที่อยากเลือกตั้ง ก็เท่านั้น

ปล...การเลือกตั้งระบบนี้จะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ นักการเมืองอ่อนแอ ทำงานไม่ได้คิดนโยบายไม่ได้ ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่พรรคเล็กพรรคน้อยเกิดเป็นดอกเห็ด ส.ส.ขายตัวขายเสียง เกิดเป็นกลุ่มเป็นมุ้ง สุดท้ายก็ไม่ทำงานได้ คิดนโยบายไม่ได้ คิดแต่คอรัปชั่นวางแผนกับข้าราชการ หาเงินไว้ซื้อเสียง ประชาชนสิ้นหวังเลือกใครก็เหมือนกัน รับปากก็ทำไม่ได้ เปลี่ยนวิธีคิดรับเงินซื้อเสียงขายเสียง สุดท้ายก็คอรัปชั่นทหารยึดอำนาจ วงจรอุบาทต์ก็กลับมา

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569