โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

18 เมษายน 2559

เนื้อสองแดดโบราณ

ช่วงสงกรานต์ก็เดินทางตามปกติ ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าการพักผ่อนดีมั้ยหรือไปเปลี่ยนที่กินเหล้า แต่ก็กินไม่ได้เยอะนั่งคนเดียวก็กิมกันคนเดียว ไปนอนโรงแรมนู้นที่ปากน้ำปราณบุรี โรงแรมนี้แถวหัวหิน คงไม่เล่าบรรยากาศในโรงแรมหรอกครับ มันก็เหมือนๆ กัน

ตัดบรรยากาศกลับตอนมาชะอำมาพักที่บ้าน มีพรรคพวกขอตามมานอนด้วย เป็นครอบครัว พ่อแม่ลูก ผมเองก็ยินดีอย่างน้อยผมก็มีเพื่อนดื่มแล้ว ไม่ใช่นั่งคนเดียว ก่อนจะเข้าบ้านผมนั่งนึกสิ่งที่ต้องทำ สำคัญมาก(ทำเสียงเข้ม) คิดมาจากกรุงเทพ เพราะเห็นอากาศร้อนมาก แดดแรง

เนื้อแดดเดียว หมูแดดเดียว จำบรรยากาศตอนเด็กที่เคยเคี้ยวเนื้อเค้มกับข้าวราดแกง ยังติดใจแต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีขาย แปลกใจเหมือนกันหรือเพราะว่าแพง หรือสูตรเปลี่ยน เพราะผมเห็นที่ขายกันอยู่ทุกวันนี้มันหมักซอสถั่วเหลือง ผมไม่ค่อยชอบบรรยากาศเคี้ยวมันไม่โบราณ น่าจะตั้งชื่อเนื้อแดดเดียวสูตรโบราณ เห็นร้านอาหารชอบตั้งชื่อโบราณ โบราณกันบ่อย สลิ่มโบราณ กาแฟโบราณ ขนมเบื้องโบราณ

ในตลาดชะอำมันก็มีทุกอย่างเหมือนตลาดใหญ่ๆ แต่สิ่งที่มีเยอะหน่อยก็อาหารทะเลสด แต่ต้องมาเช้า เพราะสายๆ ตลาดวาย ถ้าแม่ค้าน็อกน้ำแข็งอาหารทะเล ไม่ดีมันจะไม่สดคนซื้อดูไม่เป็นก็ได้ของไม่ดี

ผมเลือกซื้อเนื้อวัวบอกแม่ค้าขอซื้อเนื้อ 2 โลจะเอาไปแดดเดียว ผมเองก็เลือกไม่เป็นอันไหนควรเอาไปแดดเดียว แต่แม่ค้าเลือกให้ อีกอย่างที่ติดมือก็คือ เนื้อหมู 1 โล เพราะมีหลายคนไม่กินเนื้อวัว ส่วนผมเป็นมนุษย์กินเนื้อ (วัว) ส่วนอาหารทะเลคงเว้นวรรค เพราะเบื่ออีกอย่างท่านผู้นำบอกว่าถ้ามันแพงก็ไม่ต้องกิน ให้คนรวยเขากิน ผมสำรวจตัวเองไม่รวยแน่ๆ ผมก็เชื่อท่านผู้นำสูงสุด

ก่อนกลับบ้านผมรู้อยู่แล้วไอ้การตากของเหล่านี้มันมีความเสี่ยง เพื่อนหัวเขียวมันจะมากินก่อน ซึ่งจะดูไม่งาม ก็เลยไปร้านถุงพลาสติกบอกแม่ค้าเอาใหญ่ที่สุดในร้าน

แม่ค้าถามว่าจะเอาไปทำอะไร ผมบอกเอาไปหุ้มกระด้ง (ผมนี่โคตรฉลาด) ถุงชุดนั้นใหญ่มาก ผมไม่เคยเห็นในกรุงเทพผมว่ายาวเกือบเมตร ผมถามในใจเขาซื้อไปใส่อะไรกันวะ อย่าบอกนะว่านะว่าหุ้มกระด้ง อันนี้มันสูตรผม..คริคริ

กลับมาถึงบ้านก็ต้องแล่เนื้อวัว และเนื้อหมู ให้บางตามความสามารถนิดหน่อยที่มี แยกกระมังเดี๋ยวคนไม่กินเนื้อวัว เขาจะทำใจไม่ได้

แบ่งไว้ 2 กระมังก็ใส่เกลือ น้ำปลา ผงชูรสนิดหน่อย นี่สูตรเด็ดเลยนะ (สูตรเด็ดไงวะ)

คลุกเคล้าไว้ซะพัก ก็เริ่มกรรมวิธีเอาส่วนของน้ำออกจากเนื้อแบบช้าโดยใช้ความร้อนจากแสงแดด แถวบ้านผมเรียกว่าตากแดด คนอื่นไม่รู้เรียกอะไร....ฮา

ค่อยเรียงไปทีละชิ้นทีละชิ้น ทั้งเนื้อวัว และเนื้อหมู แยกกระด้ง วางบนแคร่ไม้ไผ่ แล้วเอาถุงพลาสสติคใส มาตัดออก 1 ข้าง และหัว เพื่อแผ่เป็นแผ่นเดียว อามาคลุมทั้งกระด้ง ใช้อุปกรณ์ชนิดพิเศษที่ผมคิดได้อีก (ฉลาดมาก) ไม้หนีบผ้า มาหนีบพลาสสติกกับขอบกระด้ง ป้องกันเพื่อนหัวเขียวมากินก่อน แต่เท่าที่สังเกตไม่ค่อยมี มีแต่แมลงหวี่มาตอม มันสามารถมุดรูกระด้งได้ ซึ่งผมทำใจได้มันน่ารักกว่า ไอ้หัวเขียว

ตากอยู่ทั้งวันก็ไม่เก็บ ก็เลยตัดสินใจเอาอีกซักแดดวะ เริ่มไม่ใช่แดดเดียวกลายเป็น สองแดด กะให้แห้งสนิท

ตากจนถึงบ่ายแก่ของอีกวัน หมูก็ทอดกินเลย คนกินบอกอร่อย ส่วนเนื้อวัวเกรงใจเจ้าบ้าน ต้องหอบมาทอดที่กรุงเทพ ถือเป็นของนำเข้าจากชะอำ

กลับมาถึงกรุงเทพ ก็เริ่มทอดกินกับข้าวอาหารตามสั่ง ตอนเคี้ยวเนื้อสองแดดฟินเว่อร์ คิดถึงเพลง หลวงพี่แจ๊ส 4 จี (ไม่เกี่ยวยังไง)

สรุปว่าฟินแต่ยังเค้มไม่พอ ก็เลยเอาที่ทอดแล้วทั้งหมดมาชะโลมน้ำปลาดีอีกรอบ ใส่กล่องใส่ตู้เย็นไว้ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลองใหม่ จะโบราณเหมือนที่เคยกินตอนเด็กๆ หรือไม่

เนื้อสองแดดโบราณ ของแท้

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569