โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

 

24 กุมภาพันธ์ 2560

บทสนทนาที่ไม่จบ

ในฐานะที่ทำงานสำนักงานบัญชี มักจะมีเรื่องเหล่านี้มาบ่อย แต่ผมมักจะไม่เขียนถึงแต่ครั้งนี้ขอเป็นข้อยกเว้น มันมีประเด็นเรื่องข้อกฎหมาย ประมวลรัษฎากร และการค้าที่น่าสนใจ ผู้อ่านน่าจะได้ความรู้ กันได้บ้าง แต่ขอไม่เปิดเผยแล้วกันว่าลูกค้าว่าทำอะไรอยู่ ขายอะไรเพื่อเป็นการเคารพสิทธิ์ของลูกค้าเช่นเดียวกัน

มีลูกค้าอยู่ท่านหนึ่งมีประสบการณ์กับสรรพากรไม่ดีนักกับบริษัทเก่า ไม่บอกแล้วกันว่าเรื่องอะไร เขาก็พยายามเปิดบริษัทใหม่เพื่อดำเนินกิจการอย่างอื่น เพื่อมีรายได้เข้าเลี้ยงบริษัท เลี้ยงพนักงาน

ประเด็นอยู่ว่าเขาต้องการขายสินค้าประเภทอาหาร ปรุงสำเร็จแล้ว แต่มีปัญหาอยู่ว่าเขาไม่สามารถหาค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องได้ เนื่องจากสินค้าที่เขาต้องซื้อเป็นการซื้อที่ตลาดไทย เป็นสินค้าสดสินค้าทางการเกษตร นอกจากไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายที่รับการยกเว้นแล้ว พ่อค้าแม่ค้าก็ปฎิเสธที่จะให้รายละเอียดในการขาย รับรู้รายได้ในการขาย ไม่ยอมให้สำเนาบัตรประชาชนแนบการขาย การค้าไม่ว่าครั้งไหนเลี่ยงภาษี เพื่อให้บริษัท สามารถไปรับรู้ค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน

เรื่องนี้มีการพูดคุยกันเป็นปีและก็เรื่องเดิมๆ วนกันเรื่องเดิม

ในใจจริงลูกค้าก็อยากจะรับรู้รายได้ตามจริง แต่ฝั่งค่าใช้จ่ายไม่สามารถหาหลักฐานได้ จะทำยังไง ก็เลยถามถึงประเด็นจดทะเบียนร้านค้าการขายไม่ผ่านบริษัท

ลูกค้าตั้งคำถามว่า มีเพื่อนแนะนำว่าให้จดทะเบียนร้านค้า เหมือนที่เขาทำคือการขายอาหารแล้วก็เป็นร้านใหญ่ด้วยจะมีปัญหามั้ย

ผมก็บอกไม่มีปัญหาก็คือเราต้องแยกส่วนก่อน การจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม ระหว่างรายรับ กับรายจ่าย ที่มีแวต ถ้ารายได้คุณเกิน 1,800,000 บาทต่อปี ก็ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าคุณอยากรับรู้รายได้ตามจริง คุณก็จ่ายภาษีในส่วนของขายมากกว่าซื้อ เนื่องจากฝั่งซื้อถึงแม้ว่าจะซื้อมาแบบถูกต้อง พ่อค้าแม่ค้ายินยอมให้สำเนาบัตรประชาชน แต่ก็เป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะเป็นสินค้าการเกษตร

สรุปคือคุณต้องจ่ายภาษีขายที่จะมากกว่าซื้อ ถึงสิ้นปีก็รับรู้รายได้ตามจริงโดยใช้ค่าใช้จ่ายอัตราเหมา คูณรายได้ด้วย 0.005 จ่ายภาษีเงินได้แบบร้านค้า

เขายังถามผมว่าเพื่อนเขาไม่เห็นจ่ายเยอะแยะ ผมก็ถามว่าเราได้ไปดูบัญชีร้านอาหารเพื่อนคุณหรือเปล่าหล่ะว่าเขารับรู้ตามจริงหรือไม่ สรุปคือ ไม่รู้ ก็นั่นไงถ้าไม่รู้เราก็ประเมินแบบเขาไม่ได้

เขาถามการรับรู้รายได้ร้านค้าทำยังไงปัจจุบัน ผมเรียกระบบการค้ารับรู้รายได้แบบมโน โดยยึดข้อเท็จจริงบ้าง (ระบบจ่ายภาษีบ้างสมน้ำสมเนื้อ) กับขนาดการค้า

ถ้าผมขายได้เดือนละล้าน แต่ฝั่งจ่ายไม่มี แวทเลย ก็ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนละ 70,000 บาทใช่มั้ย ก็ใช่ ถ้าเดือนละล้าน 12 เดือนก็ 12,000,000 บาท คุณก็เอา 0.005 คูณ ก็เป็นภาษีเงินได้แบบร้านค้าไป

แล้วถ้าขายผ่านบริษัทหล่ะจะทำยังไง ในเมื่อผมไม่สามารถหาบิลได้ถูกต้องได้เลย ก็ต้องหานอมินีรับรู้การซื้อไป หรือคุณก็หาซื้อแบบถูกต้องผ่านบริษัท ที่มีบิลถูกต้องซึ่งมีเยอะแยะลองเซิร์ตผ่านเน็ตก็ได้

แต่ผมยังซื้อน้อยอยู่

อ้าว เมื่อกี้ก็บอกว่าเดือนละล้าน ตอนนี้ยังน้อยอยู่ก็ขายแบบร้านค้าไป รับรู้รายได้แบบมโนไป

ผมกลัวสรรพากรจะเข้าตรวจสอบ

ผมถามแล้วเราขายได้หรือยัง

ยัง

แต่อนาคตน่าจะขายได้ดี

อนาคตก็ทำใหม่ก็ได้ก็ขายรูปแบบบริษัท ตอนนี้เราก็ขายแบบร้านค้าไปก่อน

แต่จะยุ่งยากมั้ย

ผมก็วนกลับไปที่เดิม คือเราคุยกันเรื่องเดิมมา 1-2 ปีแล้ว ผมได้แต่หัวเราะ

ขายไปก่อนเลยครับเดี๋ยวผมแก้ปัญหาให้

แล้ว......โปรดไปอ่านตั้งแต่ต้น วนกลับไปอ่านเรื่องตั้งแต่ต้น เป็นการสนทนาเดิมเหมือนเดิมอีกครั้ง

วนไปครับวนมา 2 ปี ยังไม่จบ ฮาๆๆๆๆ

สาม สอเสือ

 

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569