โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

5 กรกฎาคม 2562

ความรู้หมดอายุ

ตั้งหัวข้อเรื่องเดือนกว่าไม่มีอารมณ์จะเขียน วนไปวนมาในหัวก็มีข้อมูล เดี๋ยวก็หายนึกไม่ออกเป็นอาการแบบนี้มาพักใหญ่ ยุ่งกับหน้าที่ต้องรับผิดชอบ

ผมเองไม่รู้จะสรุปยังไงว่าเรื่องความเร็ว บนอินเตอร์เน็ตเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ และเรื่องการค้าบนอินเตอร์เน็ตมันเริ่มเร็วตั้งแต่เมื่อไหร่ ในหัวก็รู้ แต่จะให้สรุปชัดๆ เป็นตัวเลขคงยาก

เข้าใจว่าโลกความเร็วบนอินเตอร์เน็ต มันน่าจะเริ่มต้นความเร็วตั้งแต่ โลกค้นพบเทคโนโลยีนาโน และมีการเริ่มพัฒนาน่าจะประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้เอง จนเกิดเทคโนโลยี 3G 4G และกำลังพัฒนาไปถึง 5G ในอนาคตเห็นว่าประมาณ 10 กว่าปีหรืออาจจะเร็วกว่านั้นเทคโนโลยีการสื่อสาร จะเกิด 6G

4G ช้ากว่า 5G 20เท่า 5G ช้ากว่า 6G 10เท่า ผมใช้คูณเลยไม่รู้ถูกหรือเปล่า 6G จะเร็วกว่า 4G 200 เท่าในเทคโนโลยีปัจจุบัน

ทั้งนาโนเทคโนโลยี และการสื่อสาร ทำให้อุปกรณ์ทุกอย่างเล็กลง พัฒนามากขึ้น เร็วขึ้นเร็วจนคนไม่ตามอ่านหรือให้ความสนใจเพียงไม่นาน อาจงงโดยทันที เทคโนโลยีที่มี และกำลังมา มนุษย์ไม่ต้องรอ และไม่ต้องการรอโหลดทางอินเตอร์เน็ต ข้อมูลก็ไหลบ่าจนยุคนี้เขาบอกข้อมูลท่วม ทั้งจริงและเท็จ

ทางการตลาดนอกจากบัญชีเป็นเรื่องที่เล่าๆ กันมาพวกนักการตลาดยุคนั้น ต้องตามอ่านข้อมูลการตลาดต่อเนื่อง เพราะความสดของข้อมูลมันออกมาตลอดเวลา จนมีคนบอกว่าถ้านักการตลาด ไม่ตามข้อมูลเกิน 3 เดือนความรู้คุณจะเอาท์ทันที นั่นคือในยุคข้อมูลความเร็วต่ำ เพราะความรู้มันออกมาจากสื่อ และ ตำรา การเฝ้ามองเฝ้าอ่านข้อมูลของคนอื่น ผ่านโทรทัศน์ วิทยุ ป้ายโฆษณา หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เพียงเท่านั้น ยังต้องอัพเดทกันบ่อยๆ

ผมเคยบอกว่าการโฆษณารับพนักงาน ตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็เป็นอีกกลยุทธ์การตลาดอย่างหนึ่งในอดีต เพื่อตอกย้ำลูกค้า หรือคนที่ยังไม่มาเป็นลูกค้า ว่าบริษัทเข้มแข็งเติบโตเร็ว น่าเชื่อถือเพราะรับพนักงานเพิ่มจำนวนมาก แต่จริงๆ แล้วรับหรือไม่รับนั้นไม่มีใครรู้บางคนเคยบอกว่าบางแห่ง ใบสมัครงานเยอะแยะในสภาวะคนตกงาน คนอยากได้งาน คนอยากเปลี่ยนงาน แต่ไม่ได้รับใครเลยก็มี เพราะโฆษณาไม่ได้หวังรับพนักงาน แต่เป็นกลยุทธ์การโฆษณาชนิดหนึ่ง ปัจจุบันก็ยังเห็นใช้กันอยู่

ยุคปัจจุบันความเร็วของข้อมูลมีสูงกว่าอดีตหลายเท่า ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ถ้าไม่อัพเดท แทบจะตกยุคโดยทันที ความรู้จึงไม่ได้อยู่ที่ตำราเท่านั้น ความรู้ และความต้องรู้อยู่ทั่วไปหมด

ข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ ที่ไหลบ่ายิ่งกว่าน้ำตก ก็ใช่ว่าจะเชื่อถือได้ทั้งหมด เป็นข้อมูลที่ไม่ได้กรองเป็นส่วนใหญ่เผลอเชื่อโดยไม่ตรวจเช็ค กลายเป็นคนโง่ในโลกออนไลน์ก็เยอะ แล้วยิ่งเอาสิ่งที่เชื่อในโลกออนไลน์ ออกมาบอกกล่าวในโลกออฟไลน์ อาจกลายเป็นตัวตลกในวงสนทนาได้ง่ายๆ

ตัวผมเองไม่ได้เก่งกาจถึงขนาดจะสอนใครได้ ด้วยความที่ตัวเองไม่เก่งจึงใช้วิธีอ่านเยอะ หลากหลายสิ่งที่ผมยังเชื่อถือมากกว่า คือการอ่านจากหนังสือพิมพ์ ตำรา นิตยสาร อ่านไปเรื่อยๆ แต่ก็ใช่ว่าข้อมูลที่อ่านจะไม่มีอคติเลยจากผู้เขียน เราก็ต้องกรองของเราเอง เก็บข้อมูลไปเรื่อย อ่านจากหลายแหล่งแล้วเอามาสังเคราะห์ด้วยตัวเอง ว่าอนาคตมันจะออกไปทางไหน ถูกบ้างผิดบ้างธรรมดา แต่มันจะเริ่มแม่นยำมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเรามีข้อมูลมากพอ

บางคนสิ่งที่เคยรู้ แล้วก็คิดว่ารู้มาก เผลอแป๊บเดียวความรู้นั้นใช้ไม่ได้แล้ว เพราะมันเปลี่ยน มีความรู้ใหม่ออกมาทับ มาแย้งความรู้เก่า

เจอเยอะแยะในโลกโซเชียล เพราะเราสามารถติดตามอ่านคนอื่นได้ง่าย ไม่เหมือนการไปนั่งฟังคนอื่น กลางวงสนทนาของคนอื่น ในโลกออฟไลน์

บางคนคิดว่ารู้เยอะในสิ่งที่เคยรู้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งที่เห็นคนมี 2 ประเภทในโลกออนไลน์

คนที่ 1.เข้ามาแนะนำในสิ่งที่รู้ ถูกบ้างผิดบ้างไม่เป็นไรเพราะคนที่รู้ในปัจจุบันเขาก็มาบอกมากล่าวว่าปัจจุบันมันเปลี่ยนไปอย่างไร เป็นการคุยกันฉันมิตรแลกเปลี่ยนความรู้ ผลัดกันรับ ผลัดกันให้

คนที่ 2.เข้ามาแซะมาหยาบคายกลางวงสนทนาในโซเชียลก็เยอะ เพราะคิดว่าตัวเองรู้มากมีทั้งโดนแซะกลับ ด่ากลับก็เยอะ กลายเป็นว่าความรู้นั้นหมดอายุไปแล้ว คนก็ไม่อยากสนทนาด้วย ดีหน่อยถ้าฉุกคิดได้ ก็ได้ประโยชน์กับตัวเอง ไปหาความรู้ใหม่ แต่บางคนยืนยันในสิ่งที่ตัวเองรู้ว่าถูกต้อง ห้ามโต้แย้ง กลายเป็นตัวตลกกลายเป็นคนน่ารังเกียจ

น่าสงสารจริงๆ การอวดรู้กลายเป็นตัวตลก เพราะความเคยรู้มันหมดอายุไปแล้ว

สาม สอเสือ

 

 

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569