บันทึกวันที่ 10 เมษายน 2550

ปัญหา 80 บาท

ผมขับรถยนต์โตโยต้ารุ่นเก่า รุ่นที่ชาวช่างเรียกรุ่น "แป๊ะยิ้ม" เข้าใจคิดจริง ๆ ขับมาประมาณ 10 กว่าปีแล้วครับยังไม่เคยคิดจะเปลี่ยน เพราะไม่อยากเป็นหนี้สินเพิ่ม นอกจากนั้นหาที่จอดรถเป็นที่เป็นทางยาก สมัยก่อนขับป้ายแดงอยู่ 2 คันด้วยความที่ไม่มีที่จอด คันแรกเป็นรถกระบะซื้อมาได้ไม่เกิน 2 เดือนเริ่มต้นยางอะไหล่หาย ครั้งที่ 2 ไม่เกิน 1 เดือนรถถูกงัดประตูพัง คันที่ 2 เป็นรถเก๋ง โดนอีกถูกงัดอีกครั้ง และถูกกรีดรอบคันทั้งที่อยู่ในที่ซองที่จอดรถ ผมขับรถคันนั้นด้วยความหงุดหงิด จนอยากจะส่งของกำนัลเป็นสิ่งของต่ำให้ใครซักคน แต่ก็ไม่รู้จะมองหาใครเพราะทุกคนล้วนตกเป็นผู้ต้องสงสัย หลังจากนั้นก็เริ่มเบื่อเพราะคิดว่ามีพวกมั่นใส้ป้ายแดงแถมมากลางดึก ไม่ใช่โดนผมคันเดียวโดนกันทั่ว อย่าไปถามความรับผิดชอบเป็นของใคร หรือตำหนิติเตียน เรื่องอย่างนี้ต้องดูแลกันเอง

รถคันเก่าคันนี้ด้วยสภาพเครื่องยนต์ยังไม่แก่เท่าอายุนะครับ เพราะดูแลตลอดส่วนเรื่องอุปกรณ์เสียบางส่วน เป็นเรื่องธรรมดาของรถอายุ 10 กว่าขวบถ้าหากเป็นคนก็ไม้ใกล้ฝั่ง

เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมารถมีอาการร้อนสตาร์ทไม่ติด ผมก็เข้าหาช่างซ่อมรถตามปกติเปลี่ยนมาแล้ว 3 ช่างทางเลือกของผมก็ไม่ได้พิศดารกว่าใคร ผมเชื่อมีคนไม่น้อยที่ไม่เคยเลือกที่จะเข้าศูนย์ซ่อมรถยนต์ แต่เลือกที่จะใช้ช่างที่คุ้นเคยมากกว่า

ช่างคนแรกก็ชี้แจงว่าเนื่องจากรถเป็นระบบไฟฟ้าตรวจสอบยากว่ามีอะไรเสียบ้างที่เกี่ยวกับกับร้อนสตาร์ทไม่ติด อย่างแรกก็คอยย์จานจ่าย อย่างที่สองก็กล่องควบคุมจานจ่าย ก็ไปซื้อของเก่ามาเปลี่ยน (ที่สมัยนี้มีคนบอกว่าเป็นขยะจากญี่ปุ่นหลังจาก นายกฯ ไทยไปเซ็นต์ FTA ไทย-ญี่ปุ่น หรือเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น) เพราะสู้ราคาของใหม่ไม่ไหวแพงกว่าหลายเท่าตัว เปลี่ยนแล้วก็ใช้ประมาณ 2 ปีก็เปลี่ยนอีกซึ่งอาการดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ถึงกับร้อนแล้วสตาร์ทได้ทันที เพียงแต่ระยะเวลารอสั้นลงจนสั้นมาก จนไม่กระทบความรู้สึก อาการแบบนี้เกิดขึ้นอีก 2 ครั้ง ครั้งต่อมาก็เปลี่ยนลักษณะแบบเดิม แต่ช่างคนใหม่ซึ่งดูแลรถผมมาหลายอาการจนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ครั้งก่อนสุดท้ายเกิดอาการอีกครั้ง ครั้งนี้ผมเริ่มเบื่อก็เลยเข้าไปหาความรู้เกี่ยวกับรถรุ่นนี้ในเว็บไซต์บ้าง ในหนังสือรถยนต์บ้างทุกคนตอบคำถามเหมือนกันหมดคือ 2 ตัวเจ้าปัญหาข้างต้น ก็เลยมีความคิดแวบขึ้นมาในใจคือเปลี่ยนรถดีกว่าเบื่อปัญหาซ้ำ ๆ จนเช้าวันหนึ่งรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ข้ามคืนสตาร์ทไม่ติดอีกครั้ง คราวนี้รู้ว่าแบตเตอรี่หมดเป็นเพราะแบตเตอรี่เสื่อม ก็เลยโทรเรียกช่างยกแบตเตอรี่ลูกใหม่มาเปลี่ยนให้ ผลจากการเปลี่ยนแบตฯ ครั้งนี้อาการร้อนสตาร์ทไม่ติดหายไปด้วย คราวนี้ผมเริ่มงงแล้วครับว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่

อาการหายไป 2 ปีกลับมาอีกครั้งจากที่รอไม่นานนัก จนกระทั่งรอไม่ไหวก็เลยไปหาช่างคนใหม่ คราวนี้ช่างไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นคนกันเองเป็นเกลอกัน เสร็จสรรพก็เปลี่ยนคอยย์ในจานจ่าย อย่างแรกเพิ่งรู้ว่ามีคอยย์ของใหม่ขายโดยไม่ต้องเปลี่ยนทั้งจานจ่าย ที่มาพร้อมกับสายหัวเทียน ก็นึกตำหนิตัวเองว่าโง่เสียตั้งนาน แล้วก็พาลนึกโกรธช่างคนเก่าทำไมไม่แนะนำ เปลี่ยนเสร็จเรียบร้อยใช้เวลาไม่นานนัก กระหยิ่มใจว่าหายจากอาการนี้เสียที เอารถออกไปลองอาการเดิมไม่เปลี่ยนแปลงคือร้อนสตาร์ทไม่ติด คราวนี้ทุกอย่างถูกตั้งข้อสังเกตมากมายไปหมด แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เกิดคือความเคลือบแคลงในตัวช่าง เพราะเราเป็นเพื่อนกัน ช่างโก้ โทรไปถามเพื่อนที่เป็นช่างไฟรถยนต์โดยเฉพาะ แต่ไม่ได้เปิดอู่นะครับคือรับงานนอกบ้าง แต่ตัวเองยังเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งอยู่ ได้รับคำตอบว่าส่วนที่เสียให้เปิดที่กล่องควบคุมรถยนต์จะเจอดีเลย์ตัวหนึ่งเขียนว่า EFI MAIN ช่างโก้ถามผมว่าเคยเปลี่ยนมั้ย ผมก็ไปพลิกประวัติรถ (ผมเป็นคนที่จดประวัติรถยนต์ไว้ในสมุดเล่มเล็กตั้งแต่เริ่มซื้อ ทุกคัน ว่าผมเปลี่ยนอะไรไปวันไหน และตัวเลขบนไมล์ว่าวิ่งไปกี่กิโลเมตรในขณะที่เปลี่ยน และเปลี่ยนครั้งนั้นใช้เงินไปเท่าไร รวมทั้งมีความเห็นของช่างในขณะนั้น) เป็นตัวเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน และก็ไม่เคยมีช่างคนไหนบอกให้เปลี่ยนหรือเหลียวแลมัน ช่างโก้ บอกผมให้เอารถมอเตอร์ไซต์ที่อู่ขับไปซื้อที่ร้านขายอะไหล่มือสอง อยู่ห่างจากอู่ไม่เกิน 200 เมตรโดยเอาตัวอย่างไปด้วย สุดท้ายผมซื้อกลับมาด้วยราคา 80 บาทไม่น่าเชื่อนะครับทุกอย่างกลับสู่สภาพเหมือนรถใหม่ ร้อนไม่ต้องรอผมว่าเจ้าตัวนี้มันออกอาการมาไม่น้อยกว่า 4 ปีจนกระทั่งมันสุดทน ที่จะทานต่อไป

ด้วยความดีใจผมจึงต้องเขียนถึงเรื่องนี้กับการแก้ปัญหา 4 ปีด้วยเงิน 80 บาท

สาม สอเสือ

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569