บันทึกวันที่ 2พฤษภาคม 2550

ว่างเปล่า

สัปดาห์ที่แล้วผมต้องไปพบเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ที่พื้นที่ 15 แถวถนนพระราม 2 เป็นตัวแทนลูกค้าใหม่ 2 บริษัท บังเอิญอยู่ทีมเดียวกันก็เลยสะดวก ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่วันนัดของเจ้าหน้าที่ เพราะวันนัดผมติดธุระอื่น หรือไม่มีอารมณ์เข้าพบก็ไม่ทราบ ผมโผล่เข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตามที่ไม่ได้นัด บังเอิญมีผู้เสียภาษีที่ให้ปากคำก่อนหน้าซึ่งต้องรอ ช่วงนั้นเวลาประมาณ 11 โมงเศษ ผมก็เลยบอกเจ้าหน้าที่จะมาพบใหม่ช่วงบ่ายโดยทิ้งเอกสารของลูกค่าไว้หลายแฟ้ม ตั้งใจแรกว่าจะไปหาลูกค้าแถวนั้นอีกราย โทรไปแล้วไม่อยู่ก็เลยไม่รู้จะพูดคุยกับใคร โดยเลยตัดสินใจเดินข้ามสะพานลอย ข้ามถนนพระราม 2 ไปยังห้างฯเซ็นทรัล ผมเดินแบบช้า ๆ ช้ามากด้วยอารมณ์เหงาอย่างไรบอกไม่ถูก มันมีเรื่องอยู่ในหัวที่เรียงลำดับไม่ได้เปิดเผยไม่ได้อีกกองพะเนิน ผมเดินไปช้า ๆ ในห้างจนมาสิ้นสุดที่ร้านหนังสือ ซึ่งผมสรุปตัวเองแล้วว่าอารมณ์แบบนี้อ่านหนังสือดีที่สุด แล้วจะเลือกหนังสืออะไรดี ผมสรุปตัวเองแบบยังไม่มีคำตอบ ผมเดินทางไปทางหนังสือเกี่ยวกับประมวลรัษฎากร อ่านแต่สันปกโดยไม่ได้สรุปว่าสนใจอะไร ผมเดินทางไปชั่นหนังสือเกี่ยวกับบัญชี ก็ไม่ได้หยิบจับอะไรเหมือนอ่านฆ่าเวลาให้เวลามันเดินไปรวดเร็วยิ่งขึ้น ผมไปยืนอ่านหนังสือเกี่ยวกับพระกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ก็๋ไม่ได้ซื้อ จนตัดสินใจได้ว่าอยากได้หนังสือเล่มไม่ใหญ่มาก และก็ไม่แพงมาก ผมไปหยิบหนังสือมาเล่มหนึ่งของ ท่าน ว. วชิรเมธี เล่มละ 99 บาทซึ่งผมอ่านบางส่วนแล้วก่อนซื้อ

หลังจากได้หนังสือมาแล้วจะไปอ่านที่ไหน เป็นปัญหาใหม่ที่ผมต้องขบคิด ผมตรงไปร้านอาหารขายไก่ทอด แบนด์ตะวันตกซึ่งผมตั้งมั่นเอาไว้ว่าอย่างน้อยก็ 2 ชั่วโมงที่ผมสามารถทำลายเวลาได้อย่างมีค่ามากที่สุด ผมสั่งชุดไก่ทอดมา 2 ชิ้น และน้ำอัดลมแบนด์นอก พร้อมกับมันฝรั่งทอดที่ผมเกลียดที่สุด ผมกะเอาว่าผมจะกินไปอ่านหนังสือไปแต่ก็ทำได้ไม่สะดวกนัก ใครที่เคยกินไก่ทอดคงจินตนาการท่าทางผมได้ว่าผมจะเก่กังขนาดไหน ข้างนึงถือมีดข้างนึงถือซ่อม สรุปว่ากินไปอ่านไปยากเกินความสามารถ จะใช้มือกินข้างถือหนังสือข้าง ก็กลัวหนังสือเปอะน้ำมัน ระหว่างที่ต้องพลิกหน้าหนังสือ สรุปแล้วผมรีบลำเลียงไก่เข้าปากอย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้อ่านหนังสือแบบช้าๆ ค่อย ๆ กลืนอาหารสมอง ผมอ่านหนังสือไปดูสิ่งรอบข้างไป หนังสือเล่มนั้นกล่าวถึงวิธีการจัดการกับความโกรธ ซึ่งขณะนั้นผมไม่ได้มีความโกรธติดตัวแม้แต่น้อย เพียงแต่เหนื่อยใจไม่ได้เหนื่อยกาย อ่านไปก็นึกตามไปว่าเราจัดการความโกรธ ได้ดีหรือมีลักษณะตามที่หนังสือได้กล่าวถึงไว้บ้างหรือไม่ ถ้ามีเราจัดการอย่างไร ผมยิ่งอ่านผมยิ่งสงบ จนรู้สึกสิ่งรอบข้างเริ่มว่างเปล่าผมนั่งอ่านหนังสืออยู่นานจนใกล้ถึงเวลานัด ผมเดินกลับไปหาเจ้าหน้าที่สรรพากรอย่างช้า ๆใช้เวลาในการเดินประมาณ 15 นาทีเป็นอย่างน้อย ในความรู้สึกขณะนั้น ไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ มันว่างเปล่าและเวิ้งว้าง ผมตอบตัวเองไม่ได้ว่าในสมองของผมลึก ๆ แล้วมันกำลังเต็มไปด้วยอะไร หรือสับสนเรื่องอะไร

ผมได้แต่บอกตัวเองเหมือนที่ทุกครั้งที่ผมไหว้พระ " ขอให้ผมมีสติ และสมาธิ" ผมมีครอบครัวมีพี่น้องแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกคนแยกครอบครัวกันออกมา ผมไม่มีพ่อ และแม่ ซึ่งจากผมไปนานแล้ว

เวลานั้นผมคิดถึงแม่มากที่สุดผมอยากกอดท่านบ้าง ผมอยากให้ท่านกอดบ้าง แต่วันนี้ผมไม่มีผมได้แต่ใช้ความรู้สึกและจินตนาการ กอดแม้ให้อดีตผมอิจฉาคนที่มีแม่ให้กอด และมีแม่มากอด

ผมอยากบอกกับทุกคนที่ยังมีแม่ ให้กลับไปกอดแม่บ้าง และอย่าลืมกอดพ่อด้วย และปล่อยให้ท่านกอดเราบ้าง

ก่อนที่ท่าน 2 คนจะไม่อยู่ให้เรากอด หรือกอดเรา

เพราะมันว่างเปล่าจริง ๆ

สาม สอเสือ

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569