บันทึกวันที่ 28 พฤษภาคม 2550

ห้องสมุดแห่งใหม่

ทุกครั้งที่วาดปากกาเขียนเรื่องราวต่าง ๆ มักจะมีอารมณ์ 2 ถึง 3 ประเภท คือ ขุ่นมัว , เศร้าหมอง+ และเฉื่อยชากับปัญหา ไอ้ประเภทอารมณ์แจ่มใสมักจะประดิษฐ์คำได้น้อยไม่รู้เป็นเพราะอะไร มีเหตุการณ์หลายอย่างที่บางครั้งทำให้อารมณ์ดีแจ่มใส และอยากเขียนเล่าเรื่อง แต่เกือบทุกครั้งมีอารมณ์เศร้าหมองกับปัญหาที่รุมเร้าแทรกเป็นเนื้อยาดำ ไม่รู้เรื่องอะไรเยอะแยะไปหมด เมื่อวานนี้ผมแวะเข้าที่ทำงานเพื่อสะสางงบการเงินของปีนี้ หลังจากเสร็จภาระกิจผมเดินทางไปแถวธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานย่อยเสนานิคม 1 ใกล้กับที่ทำงาน ห้องสมุดและร้านขายหนังสือ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ แล้วแต่ใครจะเรียก ผมเห็นมานานแล้วแต่ไม่เคยเข้าไปใช้บริการ เนื่องจากบริเวณที่ทำงานผมมีร้านหนังสือหลายร้าน และแต่ละร้านก็ลดราคาหนังสือทุกประเภท 10 เปอร์เซนต์เรียกว่าไม่จำเป็นต้องไปเดินซื้อตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งผมไปทุกครั้งต้องแวะดู ไม่รู้เป็นอย่างไร ซื้อไม่ซื้อก็ขอเดินดูไว้ก่อน ถ้าหากเปรียบเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น เจ้าของร้านคงเอาไม้ขนไก่มาไล่

ผมตัดสินใจเข้าห้องสมุดแห่งนั้นมีเอกสารเชิญชวนไว้มากมายให้หยุดอ่าน โดยเฉพาะข้อความโฆษณาถึงไม่สวยหรู แต่ก็น่าอ่านชวนให้คิดตาม ข้อความว่า "คนทำห้องสมุดไม่ใช่เป็นเรื่องของตัวเลขในธนาคาร แต่ต้องการให้คนไทยได้อ่านหนังสือมากกว่า 8 บรรทัดต่อปี" หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก คนบ้าอะไรอ่านหนังสือ 8 บรรทัดต่อปีซึ่งเป็นสถิติล่าสุดของคนไทย ผมยังนึกไม่ออกว่า 8 บรรทัดต่อปีอ่านกันอย่างไร ซึ่งถ้าหากไม่ได้วัดทางสถิติโดยรวมแต่เป็นการอ่านของคนหนึ่งคนผมว่าไม่น่าจะได้ใจความ ร้านนี้เคยออกทีวีมาครั้งหนึ่งแล้วตอนนั้น น้าเน็ก รายการเปรี้ยวปากมาแนะนำ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจมารู้ทีหลังว่าได้เปลี่ยนเจ้าของแล้ว เจ้าของใหม่เป็นน้องสาวละอ่อนผมคาดคะเนอายุไม่น่าจะเกิน 25 ปี บรรยากาศในร้านมีผู้คนมากมายจ้องมองมาทางผม เมื่อผมเดินไปดูตามชั้นหนังสือ เจ้าของห้องสมุดเชิญชวน และทักทายผมอย่างเป็นกันเอง ผมถามว่าหนังสือในนี้มีหนังสือประเภทวิชาการหรือไม่ เจ้าของห้องสมุดบอกว่าขณะนี้ยังไม่มีแต่ผมเดินไปดูไป ผมมองหนังสืออยู่หลายเล่มแต่ยังไม่ได้วางสายตาไว้ที่ใดที่หนึ่งบนชั้นหนังสือ ระหว่างที่ผมพูดคุยผมจับสังเกตุว่าผู้เข้ามาใช้บริการห้องสมุดเล็ก ๆ แห่งนี้มีรอยยิ้มมองมาทางผมทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด นัยว่าพบเห็นคอเดียวกันผมเห็น คุณศันสนีย์ ต้องขออภัยจำนามสกุลไม่ได้ แต่รู้ว่าเป็นพิธีกรไม่ใช่คนเป็นนักการเมืองนะครับ ผมจำได้ว่าคุณศันสนีย์ เคยเป็นพิธีก่อนในงานซีเกมส์ที่เชียงใหม่ เป็นพิธีกรที่คอยพูดภาษาอังกฤษให้ชาวต่างชาติฟัง

ขณะนั้นผมตัดสินใจแล้วด้วยการจะเป็นสมาชิกห้องสมุดแห่งนี้ด้วยเงินเพียง 399 บาทเงินขนาดนี้อาจมากสำหรับคนบางคน และน้อยสำหรับคนอีกหลายคน แต่ผมคิดเสียว่าซื้อความตั้งใจ เจ้าของห้องสมุด และสิ่งที่ผมได้รับก็คือ การได้อ่านหนังสือบางเล่ม ที่ไม่จำเป็นต้องซื้อ

ผมยังเล่นตัวด้วยการเดินออกไปด้านนอกร้านทำเป็นไม่สนใจ และอีกอย่างผมจะไปหาอาหารลงท้องมื้อเที่ยงก่อน ซึ่งความจริงแล้วห้องสมุดแห่งนี้มีทั้งกาแฟ และอาหารบริการ ราคาไม่แพงแต่สำหรับสมาชิกจะได้ส่วนลด 10 เปอร์เซนต์ นอกจากนั้นก็ยืมหนังสือไปอ่านฟรีเจ็ดวัน หลังทานอาหารเสร็จผมเดินกลับมาที่ห้องสมุดอีกครั้งควักเงิน 400 บาทให้ผู้อำนวยการห้องสมุดทอนเงินให้ผม 1 บาทพร้อมกับบอกว่าสมัครสมาชิกแล้วอย่าหนีผมไปไหนนะ ผู้อำนวยการห้องสมุดบอกผมว่ารับรองว่าไม่ไปไหนแน่ ผมเขียนมาถึงตอนนี้ก็เลยอยากย้อนอดีตสมัย ร้านเช่าวีดีโอ แบบบเป็นสาขายังไม่รุ่งเรือง ผมก็ไปสมัครแบบนี้แหล่ะสำหรับร้านเช่าวีดีโอแบบตัวใครตัวมัน สมัครได้ไม่นานร้านก็หายไป เจ็บใจชะมัดเช่าดูได้ไม่ถึง 10 เรื่องก็เลยฝังใจ

หลังจากชำระเงินเรียบร้อยเจ้าของร้านให้บัตรสมาชิกห้องสมุด BOOKGARDEN ผมได้เพื่อนใหม่ทันที สาวคนหนึ่งทักทายผมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ผมเห็นหนังสือเล่มใหญ่วางอยู่ตรงหน้าสาวสวยคนนั้น ต้องขออภัยจริง ๆ ว่าผมจำชื่อไม่ได้แต่จากการพูดคุย ผมจึงได้รู้ว่าแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดห้องสมุดแห่งนี้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่เข้าใจเหตุผลเท่านัก เจ้าของห้องสมุดแห่งนี้เคยเป็นนักศึกษาและเป็นอาสาสมัครที่เคยไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ก็ได้พบเห็นความลำบากของผู้คน และรู้สึกสะท้อนใจและเห็นผู้คนลำบากรวมทั้งคนที่ไม่ได้ทำอะไรตามที่ฝัน มีชีวิตอยู่เพื่อเงิน ทำงานเพื่อเงินอีกอย่างตัวเองก็เป็นนักเขียนตัวเล็ก ๆ ก็เลยคิดอยากจะทำห้องสมุดตามที่ตัวเองรัก แต่ด้วยเนื้อหาทางเศรษฐกิจ ทำให้ไม่สามารถเป็นห้องสมุดที่ใช้ยืมหนังสือสำหรับบุคคลทั่วไป แต่ต้องเป็นสมาชิก ถ้าหากยังไม่เป็นสมาชิกก็สามารถเข้าไปอ่านในห้องสมุดแห่งนี้ได้ มีอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการ ไว้พูดคุยไว้หาเพื่อน

การพูดคุยครั้งนั้นทำให้ทราบว่าเมื่อไม่กี่วัน คุณชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าการแบงค์ชาติ หรือธนาคารแห่งประเทศไทย เคยแวะเข้ามาเล่นเอาทุกคนงง คนระดับนี้มาเยี่ยมเยียนที่ไหนถือเป็นมงคลสำหรับคนทำงานเล็ก ๆ ทั้งสิ้น คุณชัยวัฒน์ ขึ้นชื่อว่าเป็นนักอ่าน และนักเขียนตัวยงในวงการหนังสือ "วินนี้ เดอะ ปุ๊" นามปากกาถ้าหากจำไม่ผิด ทุกอย่างผมเขียนจากจิตนึกคิดทั้งสิ้น ไม่ได้จด แต่ใช้จำถ้าหากมีอะไรผิดพลาดผมขอรับผิดชอบคนเดียว ผมถือว่าการมาครั้งนี้เหมือน "พระยาเหยียบเมือง"

ก่อนจากห้องสมุดเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยไออุ่นแห่งนั้นผมรับปากทั้งเขาและเธอว่า จะช่วยบอกต่อทั้งการพูดคุย หรือเขียนลงไว้ในเว็บไซต์แห่งนี้ วันนี้ผมทำหน้าที่ผมแล้วนะครับ

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569