บันทึกวันที่ 16สิงหาคม 2550

ไม่รับร่างรธน.50

เรื่องลงประชามติ รัฐธรรมนูญปี 2550 ความจริงเรื่องนี้ผมตัดสินใจตั้งแต่วันที่ประชุมวันสุดท้ายก่อนรัฐธรรมนูญถูกทำคลอดออกมา อยากจะเขียน อยากจะพูด อึดอัดแต่ก็ไม่ได้เขียนซักที เพราะความไม่แน่ใจว่าควรจะอยู่นิ่ง และไปลงประชามติว่าไม่รับหรือว่าจะพูด ๆ ๆ ในสิ่งที่อึดอัดคือพูดกันเองนั่นพูดอยู่แล้ว แต่ผมเห็นว่าเว็บไซค์แห่งนี้ก็เป็นเวทีสื่อเหมือนกัน อาจจะมีคนอ่านไม่เยอะแต่ก็หลักพันต้น ๆ ในสำนักงานผมพนักงานทุกคนรวมทั้งครอบครัวของพนักงาน และของผมลงมติเป็นเอกฉันท์แล้วว่าไม่รับแน่

ทำไมไม่รับผมไม่อยากให้เมืองไทยย้อนอดีตไปเหมือนก่อนปี 2540 แก๊งค์ก๊วนนักการเมืองตั้งกลุ่มรีดไถหัวหน้าพรรค เพราะส.ส.ผู้ทรงเกียรติคุมกันไม่ได้มีอำนาจก็ต่อรองสูง แล้วนโยบายหรือแผนพัฒนาประเทศคงจะย้อนยุคคือประชุมแล้วประชุมกันอีก ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาแต่ละเรื่อง 30-40 ปีพูดกันอยู่นั่นแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะผลประโยชน์ที่ท่านส.ส.ได้รับจะได้เท่าไร

คือเรื่องไหนอยากจะผ่านต้องพูดกันก่อนว่าเรื่องละเท่าไร ที่นายกฯ หรือรัฐมนตรี จะจ่ายในเมื่อโจทย์มันถูกตั้งด้วยผลประโยชน์แล้วจะเอาคำว่าเพื่อชาติมาจากไหน

ดูอย่างสนามบินสุวรรณภูมิ ถ้าหากไม่ใช่ผลผลิตจากรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ทำให้รัฐบาลเข้มแข็งผมว่าคงตั้งคณะกรรมการศึกษากันจนแก่ไปข้าง เพราะขนาดนี้อายุโครงการก็พูดคุยกันมา 40 กว่าปีกว่าจะสำเร็จในยุครัฐบาลเข้มแข็ง

ผมยังเห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ดีอยู่แล้วเพียงแต่ว่าเพิ่มเติมให้องค์กรตรวจสอบ องค์กรอิสระ องค์กรภาคประชาชนต้องเข้มแข็งตามรัฐบาลไปด้วย ไม่ใช่อ่อนปวกเปียกเป็นมะเขือเผา

ก่อนหน้าที่จะประชุมร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ มีประเด็นที่พูดถึงจะเปลี่ยนไปนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งเหมือนเดิม ประเด็นนี้ยิ่งแย่ไปใหญ่เพราะที่เขาแก้ให้ไปนับรวมกัน ก็เพื่อแก้เผ็ดนักการเมือง และหัวคะแนน ถ้าซื้อเสียงแล้วไม่ได้จะได้ไม่รู้ว่าหน่วยไหนคะแนนแพ้ ประชาชนรับเงินแล้วไม่ลงให้ก็ไม่มีใครรู้ นี่เล่นจะกลับไปใช้กติกาเก่าเต่าล้านปีคงได้เห็นหัวคะแนนเป็นไข้โป้งเพิ่มขึ้นอีก เหมือนในอดีตเพราะผู้สมัครส.ส.จะรู้ทันทีว่ากระสุนดินดำที่ยิงออกไปแต่ละหน่วย หน่วยไหนบอด

ผมไม่สนใจหรอกว่าจะเลือก ส.ส.เดี่ยว หรือเลือกพวง และก็ไม่ใส่ใจด้วยว่าจะเลือกแบบไหน แต่ผมอยากจะเลือกรวมทั้ง ส.ว.ผมก็อยากเลือก ไม่อยากให้ใครถูกแต่งตั้งขึ้นมาจากบุคคลแค่กลุ่มเดียว แล้วก็มาดูถูกประชาชนโง่ และงี่เง่า เสียเเต็มประดา หลายวันก่อนผมได้คุยกับคุณแม่ของพนักงานในบริษัท ที่บังเอิญมาเยี่ยมลูกที่กรุงเทพ คุณแม่เป็นคน ศรีสะเกษ อายุพอสมควรเคี้ยวหมากตุ้ย ๆ บอกกับผมว่า ไม่รับเหมือนกัน เพราะคนพวกนี้ชอบดูถูกชาวบ้านว่าโง่ไม่รู้อะไรถึงแม้ว่าจะไม่ได้อ่านแต่ก็พอเข้าใจ แถมยังช่วยให้ผมอธิบายให้ฟัง

ผมก็พูดไปตรง ๆ ว่าถ้าหากรัฐธรรมนูญชุดนี้ผ่าน มีปัญหาแน่ โดยเฉพาะประชาชนทั่วไป เพราะการแก้ปัญหาจะไม่สามารถทำได้รวดเร็วเหมือนในอดีตก่อนปี 2540 หรือทำไม่ได้เลยเพราะกลุ่มก๊วน ส.ส.จะรวมตัวปัดแข้งปัดขา เพราะทุกคนจะมีค่าตัวทันที หรือขายตัวกับพรรค ที่พร้อมจะจ่าย ปัญหาราคาสินค้าเกษตรจะกลับเข้าวงจรเดิม คือตกต่ำ รัฐบาลประกันราคา รับจำนำ กินส่วนต่าง สต๊อกลมหรือไม่มีสินค้า แต่ไปเอาเงินกับรัฐบาลได้ เช่นที่มีปัญหาในอดีตเช่น ข้าว ลำไย

โครงการต่าง ๆ ในกรุงเทพก็จะเต็มไปด้วยผลประโยชน์ของพรรคพวก เดินหน้าไม่ได้ถอยหลังไม่เป็น ประเทศไทยจะเต็มไปด้วยผลประโยชน์ ค่าโง่ ที่จนถึงบัดนี้ยังลากไส้กันไม่จบทั้งลำไย คดีคลองด่าน ค่าโง่ทางด่วน คดีบีบีซี

มันจะไม่กินอย่างเดียวมันจะแดกด่วนกันเป็นทอด ๆ

อย่ามาบอกว่าผมไม่รู้เรื่องการเมืองถูกพรรคพวกอำนาจเก่ามันหาเสียงหลอกลวง ผมก็แค่ประชาชนตัวเล็กคนหนึ่ง จะบอกให้ผมเริ่มหัดอ่านหนังสือพิมพ์การเมืองมาตั้งแต่ปี 2516 ตอนนั้นเพิ่งจะเรียน ป.4 อ่านได้บ้างไม่ได้บ้างก็ดูรูปล้อเลียนการเมืองบ้างเข้าใจไม่มากแต่ก็ไม่ตกยุค แต่เดี๋ยวนี้กว่า 20 ปีที่ผมอ่านมาต่อเนื่องและด้วยคุณวุฒิ และวัยวุฒิที่ทำให้ผมแยกแยะเป็น ผมก็เลยไม่ค่อยเชื่อรวมทั้งสื่อต่าง ๆ อีกทั้งผมเคยสัมผัสกับการเป็นนักข่าวมาเกือบ 10 ปี ก่อนจะออกจากวงการข่าวมาทำงานบัญชี ตั้งแต่ปี 2540 ข่าวทุกข่าวที่กระจายออกมาเป็นความจงใจของคนปล่อยข่าว ที่อยากให้ชาวบ้านรู้ในเรื่องนั้นไม่ใช่นักข่าววิเศษขุดคุ้ยจนรู้ไปทุกเรื่อง

ผมถึงได้บอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2550 ถ้ารับมีปัญหาแน่คุณไม่ต้องเชื่อใครทั้งสื่อ นักวิชาการ รวมทั้งข้อเขียนฉบับนี้ด้วย ให้เชื่อตัวเองจากการฟังแล้วเอามาวิเคราะห์กันเองคุณได้จะรับคำตอบในวันที่ 19 สิงหาคม 2550

สาม สอเสือ

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569