บันทึกวันที่ 19 กันยายน 2550

มาตรฐานไทย

หลายเดือนมานี้ผมเกิดอาการสำลักตัวหนังสือ เพราะอ่านเยอะเกินไปแต่ก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ผมอ่านหนังสือเกือบทุกประเภท ทั้งที่เกี่ยวกับบัญชี และไม่เกี่ยวกับบัญชี หนังสือพิมพ์ นิตยสารทั่วไปอ่านหมด พูดถึงเรื่องอ่านหนังสือผมเลยเป็นคนที่ว่างไม่ได้ เป็นคนไม่ห่วงนอน (หลับง่าย) แต่ห่วงตื่น ตื่นง่ายเหมือนกันแล้วไม่ยอมนอนต่อบางคนบอกกับผมว่าผมบ้า (แต่ไม่กล้าพูดกับผมตรง) ผมเหมือนมีนาฬิกาปลุกในตัวเองผมจะใช้เวลานอนประมาณ 6 ชั่วโมง ถึง 6.30 ชั่วโมง นอนกี่โมงก็บอกตัวเลขได้เลยว่าจะตื่นตอนกี่โมง จนคนข้าง ๆ บอกผมว่าให้นอนดึกหน่อยจะได้ไม่ต้องตื่นเช้ามาก ผมเป็นอย่างนี้มาเกือบ 20 ปีแล้วอย่างเมื่อวานนอนเร็วไปหน่อยเพราะไม่สบายกินยาเสร็จก็นอน 21.30 แล้วก็ตื่นมาตอนตี 3.40 น.พยายามจะหลับต่อก็ไม่หลับตัวจะรู้สึกร้อน จำเป็นต้องตื่น

หลายวันก่อนผมไปนั่งกินข้าวที่ร้าน บุ๊คการ์เด้น ในซอยเสนานิคม 1 ที่เคยเขียนถึงน้องเปิ้ล ผู้อำนวยการห้องสมุดก็ยังทักทายอย่างดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไปนานแล้ว ไปนั่งก็สั่งข้าวราดมาหนึ่งอย่างแล้วก็หยิบหนังสือสารคดี เล่มเก่าฉบับเดือน กรกฎาคม 2548 เป็นภาพ เด็กผู้หญิงในชุดนักเรียน ที่จมน้ำเสียชีวิตผมรีบหยิบกระดาษมาทำการช็อตโน้ต ว่าจะกลับมาเขียนแต่ก็ใช้เวลาเกือบเดือน กว่าจะมีแรงบันดาลใจ ถ้าหากใครที่ติดตามข่าวอยู่บ้างยังไม่ลืมเลือน คงเคยเห็นข่าวนี้และก็เป็นภาพข่าวที่สะเทือนใจไปทั่วประเทศ รวมทั้งตัวผมด้วยโดยเฉพาะคนเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นภาพเด็กในชุดนักเรียนจมน้ำและก็มีมือจากหน่วยกู้ชีวิต ซึ่งอยู่ทั้งในน้ำ และบนตลิ่ง พยายามดึงเธอขึ้นจากน้ำ ในสภาพไร้ชีวตเด็กคนนี้ชื่อว่า เด็กหญิงกรกช ตั้งเสรีสุขสันต์ นักเรียนชั้นประถม 5 จากโรงเรียนเขมะสิริอนุสรรณ์ ที่ต้องจบชีวิตจากความประมาทของผู้ใหญ่ ในเหตุการณ์โป๊ะล่มข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พรานนก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2548 เวลา 7.30 น.เรื่องนี้เป็นความผิดของกรมเจ้าท่าเต็มๆ ในฐานะที่กำกับดูแลแต่ก็ไม่ดูแล ในหนังสือยังได้ไปสัมภาษณ์ครูและเพื่อน ๆ ว่าน้องกรกช เป็นเด็กร่าเริง ช่างพูด น่ารักมีน้ำใจ การเสียชีวิตครั้งนี้สะเทือนใจเพราะภาพ และข่าวที่ว่าคุณแม่ของเธอก็เสียชีวิตไปพร้อมกัน กับความประมาทของเจ้าของโป๊ะ เรื่องนี้ผมไม่รู้ขณะนี้ดูแลไปถึงไหนเพราะไม่เคยไปขึ้นเรือตอนเช้า หรือเย็น ที่มีคนเยอะจะมีก็แต่ไปช่วงเที่ยงอยากนั่งเรือเล่นที่มีคนใช้บริการน้อย

ตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมาเกิดเหตุกันบ่อยจนจำไม่ได้แก้ไม่หาย จนเมื่อไม่กี่วันมานี้เอาอีกแล้ว เรือนักท่องเที่ยวผมจำไม่ได้ว่าเกิดที่จังหวัดไหน เพราะไม่ได้จดบันทึกไว้ เดิมจดทะเบียนไว้ 60 ที่นั่งมาเปลี่ยนเป็น 11 ที่นั่งแต่ปล่อยให้นักท่องเที่ยวยัดลงไป 65 คนสุดท้ายเรือล่มคนตายเหมือนเดิม บังเอิญช่วงนี้ข่าวอื่นฮอตกว่าก็เลยไม่รู้ว่าข่าวดำเนินไปอย่างไรต่อ กรมเจ้าท่าว่าอย่างไร เพราะช่วงนี้มีทั้งข่าวลือ กิ๊กอดีตนายกฯ จริงๆ ไม่จริง ๆ ไม่รู้แต่เชื่อว่าเป็นข่าวปล่อยมากกว่าและยิ่งมีเหตุผลว่า กิ๊กขัดดอก ยิ่งอุบาทว์อย่างนี้แหล่ะเมืองไทย โจมตีอะไรไม่ได้ก็เอาเรื่องที่ลับมาลือ แล้วคนไทยส่วนใหญ่ ตั้งเป้าเชื่อไว้ก่อน ยิ่งเป็นเรื่องใต้เข็มขัดยิ่งชอบ ไม่อย่างนั้นหนังสือพิมพ์จะเล่นหัวไม้กันได้บ่อย ๆ หรือ นักการเมืองผู้หญิงโดนกันเกือบทุกพรรคยิ่งนักการเมืองคนนั้นมีชื่อเสียง และเป็นที่จับตาของสังคม

เอ้าว่าจะเขียนเรื่องอุบัติจากความประมาท วกมาการเมืองซะงั้นมาถึงเรื่องเรือ ขอวกมาเรื่องรถบ้าง รถร่วมบริการในกรุงเทพฯ ใครได้ขึ้นเหมือนผ่านสมรภูมิรบ รอดถึงบ้านถือว่าโชคดีตายกันบ่อย โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาเพราะเป็นช่วงที่ต้องใช้บริการบ่อย เกิดเรื่องทีก็เข้มที ช่วงนี้เกิดบ่อยจนเซ็ง คนเข้มก็เลยเข้มได้ไม่เกิน สัปดาห์เพราะเดี๋ยวเรื่องใหม่ก็มาอีกค่อยพูดกันใหม่ คนตายก็ตายไป คนอยู่ก็เสียใจกันไป พ่อแม่ผู้ปกครองก็ช้ำกันไป แต่ผู้บริหารรถขสมก.ไม่ทำอะไร บ่อยให้โชว์เฟอร์ตีนผีวิ่งห้อแรดบนถนนเหมือนเดิม คนบนรถเมล์ก็เสียว รถข้าง ๆ ก็เสียว มอเตอร์ไซค์ก็เสียวไม่รู้จะเหยื่อรายต่อไปเมื่อไหร่ ลองไปดูบนท้องถนนวันนี้ รถร่วมฯ ยังวิ่งเหมือนเดิมน่าตาคล้ายมัจจุราชขึ้นทุกวัน คอยมาเก็บวิญญาณมนุษย์ เมื่อไหร่คนที่เป็นเหยื่อคนต่อไปจะเป็นลูกหลาน........บ้าง ถึงขับรถเก๋งคันเป็นล้านก็ใช่ว่าปลอดภัยนะครับ

ในหนังสือสารคดีฉบับนั้นยังสรุปไว้อย่างน่าสนใจ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในประเทศที่เจริญแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุจากธรรมชาติ แต่เมืองไทยมักจะเกิดอุบัติเหตุจากความประมาท แล้วเมื่อไหร่มันจะเป็นเรื่องสุดท้ายเสียที

สาม สอเสือ

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569