20 ตุลาคม 2551

พี่ห่วงประเทศเหรอ


หลายสัปดาห์ก่อนผมต้องไปออกรอบตีกอล์ฟกับเพื่อน และเป็นลูกค้าในคน ๆ เดียวกันพร้อมกับเพื่อนร่วมก๊วนอีกหลายคน เพื่อนคนนี้ผมเสวนากันมาหลายครั้ง เพื่อนผมเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างงานค่อนข้างเข้าเยอะ ร่วมทั้งปีหน้าก็ยังมีงานใหญ่รออยู่ ในระหว่างที่เพื่อนร่วมวงการก่อสร้างพากันหายใจรวยริน เพื่อนเริ่มตั้งคำถามกับผม พี่กิจการดีมั้ย ผมบอกไปว่าค่อนข้างดีงานเยอะ ลูกค้าใหม่ก็เยอะเข้ามาทุกเดือน ๆ ละหลายรายรวมทั้งสาขาสำนักงานบัญชี ก็มีงานเยอะแต่ผมบอกว่าแทนที่ผมจะดีใจกับเครียด ๆ บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน

เพื่อนผมถามผมกลับว่า "พี่ห่วงประเทศเหรอ" โอโหคำนี้กินใจผมมาก ๆ ผมตอบตัวเองไม่ถูกเหมือนกันแต่โดยความจริงแล้วผมก็คิดเหมือนที่เพื่อนมันพูดกันแหละแต่ผมไม่กล้าบอกกับเพื่อน เพราะผมคิดว่า คำว่า "พี่ห่วงประเทศเหรอ" เป็นคำใหญ่ ใหญ่เกินกว่าตัวผม ที่จะเที่ยวประกาศกับใครต่อใคร ผมมันก็แค่เปิดบริษัทรับทำบัญชีตามอัตภาพ เป็นคนตัวเล็กแค่ฝุ่นผงของสังคมนี้ เดินไปตามท้องถนนก็ไม่มีใครรู้จัก นอกจากดินกลบหน้าเท่านั้นที่อาจจะมามากหน่อย เพราะผมป็นคนเพื่อนเยอะ ผมจบการสนทนาด้วยเรื่องอะไรไม่ทราบเพราะลำคอมันตีบตัน

ผมเบื่อบรรยากาศแบบนี้จัง มันขัดแย้งกันไม่รู้จักจบจักสิ้น ผมสงสารตำรวจในเหตุการณ์ 7 ตุลาคมผู้ปฎิบัติตามกฎหมาย แต่เป็นผู้ถูกประณาม สังคมนี้มันเป็นอะไรกันไปหมด ผมไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่ยืดเยื้อ แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับอีกฝ่ายที่พยายามปลุกคนให้ชนกัน ผมเห็นด้วยกับการตั้ง ส.ส.ร.3 แก้รัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการแก้เพื่อให้คนกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์

ผมไม่เห็นด้วยกับม็อบมือตบ และผมก็ไม่เห็นด้วยกับม็อบตีนตบ ผมไม่เห็นด้วยกับบางพรรคที่เห็นทุกอย่างเป็นเกมการเมือง ผมไม่เห็นด้วยกับการเมืองใหม่ที่ ส.ว. หรือ ส.ส.บางส่วนไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนทั้งประเทศ ผมไม่เห็นด้วยกับระบบยุติธรรมที่ไม่ทำอะไรเลย หรือทำอะไรไม่ได้เลย กับคนที่ละเมิดกฎหมาย

เช้าวันนี้ผมนั่งฟังเพลง "ความฝันอันสูงสุด" บทเพลงประราชนิพนธ์ ที่ขับร้องโดย คุณสันติ ลุนเผ่ ทางโทรทัศน์ช่อง 3 ผ่านรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" เพลงนี้ผมได้ยินมาตั้งแต่ยังเด็กแต่วันนี้มันพิเศษจริง ๆ ผมนั่งฟังแล้วปล่อยให้น้ำตาไหล ผมคิดถึงใครต่อใครโดยเฉพาะคิดถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ทรงทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศ ให้รักกันสามัคดีกัน พระองค์จะทรงผิดหวังแค่ไหนผมคิดไปน้ำตาไหลไป

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ
ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ
ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง

จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด
จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร
ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา
ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป

นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง
หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส
ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด
ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน

โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่
เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน
ยังคงหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ
ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย

บทเพลงยังคงก้องกังวาลอยู่ในหัวผม ขอคารวะทุกดวงวิญญาณผู้กล้า ที่สละชีพเพื่อรักษาประชาธิปไตย เพื่อรักษาอธิปไตย แต่ไม่ขอคารวะทุกดวงวิญญาณที่ทำลายประเทศไทย

สาม สอเสือ

 

 
 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569