โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

 

5 พฤศจิกายน 2552

กลุ้มถูกรางวัลที่ 1

หลายวันมานี้มีข้อมูลเข้าไปในหัวสมองมากมาย หลายวันก่อนพรรคพวกที่ข้าราชการ อยู่กรมสรรพากรโทรหาช่วงดึกหลังเลิกงานแล้ว ไม่ได้คุยโทรศัพท์กันนานพอโทรปั๊บ ผมโทรเรียกเพื่อนอีกคนที่ขับแท็กซี่ ให้มารับที่บ้านไปด้วยกัน ด้วยความที่ไม่เจอหน้ากันนานมาก แต่พูดคุยกันบ่อย ก็เลยคาดคะเนได้ การพบกันเกือบทุกครั้งต้องมีรายการดื่ม ตัดสินใจไม่เอารถส่วนตัวไปดีกว่า แต่ด้วยความที่บ้านเพื่อนคนนี้ อยู่ไกลยิ่งช่วงดึก ผมว่าหารถแท็กซี่ตามท้องถนนบริเวณนั้นยาก ก็เลยโทรตามเพื่อนอีกคนที่ขับแท็กซี่ไปด้วยกัน

เพื่อนแท็กซี่คนนี้ก็อยากเจอผมเหมือนกันอยากจะขอคำปรึกษา ด้วยความที่เคยเห็นว่าผมผ่านชีวิตเหล่านี้มาหมดแล้ว จนวันนี้เศรษฐกิจในตัวผมดีขึ้นโดยไม่ได้ยึดไว้กับเรื่องเดิม ๆ เรานั่งพูดคุยกันในระหว่างเดินทาง ด้วยความที่รายได้ที่ผ่านมาหลายเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง ด้วยเหตุเศรษฐกิจของประเทศ หาเงินส่งงวดรถไม่ทัน ก็ผลัดผ่อนเจ้าของอู่ จนสุดท้ายเจ้าของอู่ซึ่งใจดีมาก ๆ แต่ก็ทนไม่ไหวเพราะส่งงวดรถช้ามาก จนเคลื่อนไปเกือบ 6 งวดจาก 10 งวดที่เหลืออยู่

ด้วยความที่มีข้อเสนอจากเพื่อนผมอีกคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถ ที่เป็นเจ้าหนี้เพื่อนแท็กซี่ เกือบ 50,000 บาทโอกาสได้คืนน้อยมาก ด้วยการออกเงินค่าผ่อนรถแท็กซี่ให้ ที่เหลืออีก 10 งวด ๆ ละ 18,000 บาท ระยะเวลาแท็กซี่เหลือใช้อีกไม่เกิน 3 ปีก็จะหมดอายุตามกฎหมาย แถมสภาพรถก็ต้องบูรณะอย่างแรง โดยยังคงให้เพื่อนขับเหมือนเดิมคิดค่าเช่าวันละ 650 บาทผมไม่รู้ว่าถูกหรือแพง แต่สภาพรถหลังจากนี้ไม่ต้องซ่อมเพื่อนอู่เป็นคนซ่อมเอง

ผมรู้ว่าความรู้สึกเพื่อนแท็กซี่เสียดาย เพราะผ่อนมาเยอะมากแล้ว ญาติพี่น้องพ่อแม่ทั้งฝั่งตัว และฝั่งภรรยา โทรมาแต่ก็ไม่มีใครช่วยได้ ด้วยความที่ในอดีตก่อนขับแท็กซี่มีเงินเก็บเป็นแสน มีรถมอเตอร์ไซค์หลายหมื่นอยู่ 1 คัน ซึ่งขณะนี้ไม่มีอะไรเหลือเลยทั้งที่ไม่ใช่คนกินคนเที่ยว แต่ญาติพี่น้องพากันยืมเงินในอดีตแล้วไม่คืน จนสภาพตัวเองแทบจะยืนไม่ได้

ผมประเมินแล้วว่าการเก็บรถเอาไว้โดยยึดโยงด้วยความเสียดาย แถมด้วยหนี้สินที่เกาะติดตัวไม่เป็นผลดีแน่ ให้เช่าขับไปก่อน สภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ไม่รู้จะกลับมาเหมือนเดิมเมื่อไหร่ (เหมือนเดิมสมัยใครเป็นนายกฯ แท๊กซี่ทุกคนรู้ดี) ผมประมาณการดูว่าน่าจะมากกว่า 3 ปีหรืออาจจะมากกว่านั้น ผมบอกไปว่าถ้าหากมีโอกาสเลิกขับ แล้วไปทำอาชีพอื่นวันนี้น่าจะเป็นวันดีที่สุด เพราะไม่มีแท๊กซี่ผูกติดตัว วันนี้เหลียวมองถนนแท๊กซี่ว่าง ๆ มากกว่าแท๊กซี่เต็ม เป็นดัชนีชี้วัดคนในเมืองกรุงอีกชนิดหนึ่ง เพื่อนแท๊กซี่เชื่อผม

ย้อนกลับมาเพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร ส่วนใหญ่จะคุยกับสัพเพเหระ มักจะเป็นเรื่องที่เพื่อนเข้าไปตรวจที่นั่นที่นี่ ในฐานะเจ้าหน้าที่ตรวจประเมิน และก็มีงานใหญ่ที่ไปเจอมา ล่าสุดไปเจอบริษัทอยู่แห่งหนึ่ง รายได้ประมาณพันกว่าล้าน ทำการค้าเกี่ยวกับข้าว เล่นแร่แปรธาตุเกี่ยกับต้นทุนข้าว การรับซื้อข้าวจากหลายแหล่งต้นทุนไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่เป็นข้่าวชนิดเดียวกัน แต่ที่หนักที่สุดก็คือ ซื้อข้าวจากญาติพี่น้องในราคาสูงกว่าท้องตลาดมาก เกือบเท่าราคาขาย และก็เป็นปริมาณการซื้อครั้งใหญ่ทุกครั้ง ตลอดระยะเวลาที่เปิดบริษัท งานนี้น่าจะโดยภาษีย้อนหลังไม่น้อยกว่า 20 ถึง 30 ล้านเป็นอย่างน้อย แล้วก็ยังมีเรื่องตรวจสอบอีกหลายประเด็น กล่าวในนี้ไม่หมด

เรื่องสุดท้ายพรรคพวก หรือเพื่อนผู้น้องอีกคน ที่ผ่านมาไม่มีงานทำก็อาศัยญาติเป็นคนงานล้างรถในอู่ มีลูกยังเล็ก แถมภรรยาก็กำลังคลอดอีกคน ผมเลี้ยงเหล้าบ่อยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เห็นแล้วก็สงสาร มีโอกาสผมก็ซื้อขอเล่น และขนมไปฝากให้ลูกพรรคพวกคนนี้บ่อย ๆ บางครั้งก็ติดอาหารรสจืดไปฝาก ด้วยความที่พ่อแม่ไม่มีเงิน ลูกต้องกินเหมือนพ่อแม่ แกงเผ็ดก็ต้องกินเด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบ ผมช่วยได้แค่นี้จริง ๆ แล้วผมก็ไม่รู้ว่าโอกาสเขาจะยืนได้อย่างไรในสภาวะอย่างนี้ ในสังคมอย่างนี้

ล่าสุดไปนั่งดื่มกินกับพรรคพวกกลุ่มใหญ่ในงานกฐินรวมทั้งเจ้าคนนี้อยู่ด้วย ที่ผมเขียนไปก่อนหน้านี้ ไปนั่งดื่มกินในยามค่ำคืนในบรรยากาศเหนืออ่างเก็บน้ำ กางเต้นท์นอน

แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เงินที่เหลือติดกระเป๋า 200 บาทที่กลับจากเยื่ยมภรรยาที่กำลังคลอด กลับทำให้กลายเป็นเศรษฐีด้วยล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 หนึ่งคู่ 4 ล้านบาท ขณะที่รู้ข่าวผมดีใจจริง ๆ ไม่นึกไม่ฝันว่าพรรคพวกจะถูกรางวัลที่ 1 แต่ก็เป็นห่วงกับการใช้เงิน โดยเฉพาะญาติพี่น้องจะรุมเหมือนกับข่าวที่ผ่านมาตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่ผ่านมา

วันนี้เพื่อนคนนี้ไปถอยแท๊กซี่ป้ายแดงด้วยเงินสด ประมาณ 9 แสนบาทรวมทุกอย่าง ผมได้แนะนำไปว่าเงินที่เหลือไม่ต้องเก็บมาก เอาไปซื้อคอนโด ซัก 3-4 ห้อง หรือมากกว่านั้น ซึ่งเป็นคอนโดที่มีคนเช่าห้องอยู่แล้ว เก็บกินค่าเช่าไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวเงินจะหมด เมื่อคืนผมก็บอกไปอีก ผมได้แต่แนะนำนะครับ เพราะผมรู้ว่าอย่างน้อยถ้าหากเงินหมดก็ยังมีรายได้จากค่าเช่าคอนโด ไว้เลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย

วันนี้มีข่าวว่าเพื่อนผู้น้องนอนก่ายหน้าผากกลุ้มใจทั้ง ๆ ที่ถูกรางวัลที่ 1 เพราะญาติเริ่มขอแบ่ง รวมแล้วตัวเลขเบื้องต้นประมาณ ล้านกว่าบาท ถึงวันนี้ผมยังไม่รู้ว่าจะซื้อคอนโดทันมั้ยเนี่ย

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569