โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

 

7 พฤศจิกายน 2552

กัมพูชาและนครปัตตาน

วันนี้ผมงัดหนังสือเล่มหนึ่งมาอ่าน ผมซื้อมานานแล้วไม่มีโอกาสได้อ่านซักครั้ง แต่เห็นการเมืองมันข้นคลั่กดูแล้วสนุกดี ต่อสู้ทางความคิดเหมือนเล่นหมากรุก ถ้าหากใครเล่นหมากรุกจะรู้ดีว่า ทางหมากนั้นถ้าเล่นทีเผลอผมว่าไม่เก่ง แต่ที่เก่งก็คือบีบให้อีกฝ่ายเล่นตามถือว่าสุดยอด ถือว่าทางหมากชั้นเซียนผมว่าอย่างไรนะ เหมือนขณะนี้ใครเป็นผู้กำหนดเกมเล่นทางการเมือง แล้วให้อีกฝ่ายวิ่งตามทั้ง ๆ ที่เป็นคู่ต่อสู้ทางการเมือง

ก่อนที่จะงงว่าผมเขียนเรื่องอะไร ขอเอ่ยถึงหนังสือก่อน เป็นหนังสือของ คุณสุเนตร ชุตินธนานนท์ และคณะ เขียนเรื่อง "ทัศนคติเหยียดหยามเพื่อนบ้านผ่านแบบเรียน ชาตินิยมในแบบเรียนไทย" สาเหตุที่ต้องงัดมาอ่านเพราะซื้อมาทีแรกคิดว่าสนใจ เพราะชื่อหนังสือ อยู่ไปอยู่ไปความสนใจเริ่มน้อยลง จนขณะนี้มีการปลุกกระแสชาตินิยมขึ้นมา ผ่านหนังสือพิมพ์บางฉบับ และนักวิชาการบางคน ให้เกลียดชังประเทศเพื่อนบ้าน จากกัมพูชา ถึง นครปัตตานี เรียกว่ากระแสฮิตอยู่ขณะนี้ ผมก็เลยรู้สึกว่าสนุกถ้าจะอ่าน อ่านแล้วก็ได้ความรู้

โดยเฉพาะเรื่องอาณาจักรในอดีต และเส้นพรมแดนในปัจจุบัน เรื่องนี้ถูกถ่ายทอดมานานแล้วแต่คนไทยไม่ได้อ่าน เช้าวันนี้ผมเพิ่งรู้ว่ามีอาจารย์คนไทยคนหนึ่งที่สอนอยู่ในสหรัฐอเมริกา ดังมากในเมืองฝรั่งเขียนหนังสือเกี่ยวกับแผนที่ประเทศไทย และภูมิภาคแถบนี้ เกี่ยวกับพรมแดน ผมจำชื่อไม่ได้ว่าเป็นใครแต่นั่นเป็นการยืนยันสิ่งหนึ่งว่า สิ่งที่ผมได้รับการหนังสือฉบับนี้ ได้เขียนแนวเดียวกันจากอาจารย์คนหนึ่งทางประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เป็นการยืนยันความสนุกเพิ่มขึ้นหลังจากได้อ่านหนังสือจบไปก่อนหน้านี้

อุษาคเนย์ เป็นการพูดถึง ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในแบบเรียนของไทย จะเขียนในแนวรัฐไทย ยึดตนศูนย์กลาง (self-centricism) ซึ่งความเป็นรัฐสยาม หรือประเทศไทย เพิ่งจะถูกขีดเส้นแบ่งประเทศกันจริง ๆ จังเมื่อสมัย ร.4 ใน พ.ศ.2409 (ก่อนหน้านั้นเป็นรัฐจารีต ไม่มีเส้นแบ่งพรมแดน) เพื่อป้องกันการรุกรานจากนอกประเทศ ในยุคล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตก โดยเฉพาะอังกฤษ และฝรั่งเศส มีบทบาทอย่างสูงในภูมิภาคนี้ โดยสยามรัฐที่ขีดเส้นแบ่งรวมถึง ลาวล้านช้าง (อาณาจักรเชียงใหม่) กัมพูชา ซึ่งความจริงแล้วทั้ง 2 อาณาจักรก็ไม่ได้ขึ้นกับ รัฐสยาม เพียงแห่งเดียว ในเวลาเดียวกันก็ขึ้นกับ ราชสำนักเวียดนาม อยู่ด้วย เรียกว่าเป็น เมืองสองฝ่ายฟ้าสามฝ่ายฟ้า

จนถึงสมัย ร.5 จึงได้เกิดรัฐชาติ (national state) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ในสมัยนั้น เพื่อป้องกันชาติตะวันตกนั่นเอง ในอดีตพื้นที่แถบนี้เต็มไปด้วย รัฐ ตามจารีตที่ยึดโยงพระมหากษัตริย์ และศาสนา ไว้ด้วยกัน จึงมีทั้ง กรุงสุโขทัย , กรุงศรีอยุธยา , กรุงลาว (เชียงใหม่) , เวียดนาม , เขมร , ล้านนา , สุพรรณภูมิ , ละโว้-อโยธยา , ศรีจนาศะ , นครศรีธรรมราช , ปัตตานี แบ่งกันตามยุคตามสมัย

อย่างเขมร หรือ ขอม ในอดีตเคยยิ่งใหญ่ในภูมิภาคนี้ บางคนพยายามหลีกเลี่ยงว่า เขมร ไม่ใช่ ขอม เพราะขอม ยิ่งใหญ่นั่นเป็นเรื่องของนักประวัติศาสตร์ชาตินิยม ยิ่งใหญ่จนสุโขทัย และศรีสัชนาลัย ต้องส่งส่วยบรรณาการ จนกระทั่งเขมร เสื่อมถอยลง อาณาจักรหลายส่วนที่เคยตกอยู่ภายใต้เขมร ก็ต้องตกเป็นเมืองประเทศราชให้กับ สุโขทัย

นครศรีธรรมราช ขณะนั้นก็เป็นแคว้นใหญ่ เรียกว่า เมืองสิบสองนักษัตร ครอบครองตลอดแหลมมลายู ก็คือประเทศมาเลเซีย ในปัจจุบันแต่ต่อมาก็มาสวามิภักดิ์ต่อสุโขทัย ในฐานะเมืองประเทศราช เพื่อให้สุโขทัย คอยปกป้องจาก รัฐชวา และลังกา ต่อมาก็ตกเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยาขณะที่เรืองอำนาจ หัวเมืองมลายูตอนเหนือ ได้แก่ กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี และปัตตานี ส่วนทางใต้ของมาเลเซีย เป็นส่วนของ มะละกา ในอดีตก็เป็นเมืองประเทศราชของอยุธยา แต่ด้วยระยะไกลจึงไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง หลายหัวเมืองจึงมีการแข็งข้อ โดยสมัยอยุธยา ต้องมาเสียหัวเมืองมะละกาให้กับ โปรตุเกส ในปี พ.ศ.2054 แต่หัวเมืองทางเหนือยังเป็นเมืองประเทศราช

สมัย ร.5 ได้จัดรูปแบบใหม่เป็นมณฑลเทศาภิบาล และต่อมาเปลี่ยนเป็น สมุทเทศาภิบาล ในปี 2449 จัดตั้งมณฑลทั่วพระราชอาณาจักร จำนวน 18 มณฑล ซึ่งก็มี มณฑลปัตตานีรวมอยู่ด้วย

ในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งดำเนินนโยบายการสร้างชาติรัฐ ทำให้ สี่จังหวัดภาคใต้ ต่อต้านรัฐบาลไทจนต้อง นำนโยบายการศึกษาเฉพาะ 4 จังหวัดภาคใต้

ข้อความที่คัดย่อมาจากหนังสือเหล่านี้ เพื่อที่จะบอกว่าการที่กลุ่มนักวิชาการ และคนไทยบางกลุ่ม มองคนไทยเป็นชาติที่เหนือกว่า โดยประเทศเพื่อนบ้านต่ำกว่า เป็นการมองที่ไม่เป็นมิตรไม่มองประเทศเพื่อนบ้านว่าเป็นเพื่อน อาจจะเพราะระบบการศึกษาของไทยในอดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการปรับปรุงหลักสูตร หรือชำระประวัติศาสตร์

ความวุ่นวายขณะนี้โดยเฉพาะกับเพื่อนบ้าน หลายคนไปโทษพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ว่าไปชักศึกเข้าบ้าน แต่เราลืมมองไปว่าคนที่สร้างปัญหาให้เพื่อนบ้านไม่พอใจเกิดจากใคร

เรื่องนี้จะจบได้ถ้าหากเรามองทุกคนเท่ากัน เท่าเทียมกัน มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน ไม่ว่า กัมพูชา หรือ ปัตตานี ก็เท่านั้น

สุดท้ายนี้ ผมไม่เชื่อว่า ปัตตานี จะแยกตัวได้สำเร็จ หรือประชาชนส่วนใหญ่ต้องการแยกตัวจากไทย เรามีรัฐธรรมนูญของเราอยู่ เอาความจริงมาพูด ปัตตานี ก็แค่เมืองนครที่บริหารจัดการตัวเองบางส่วน ภายใต้กฎหมายไทยเท่านั้น ผมอยากให้ 4 จังหวัดภาคใต้เป็นเมืองที่น่าอยู่ และเป็นที่เชิดหน้าชูตาไปทั่วโลก ว่าเป็นส่วนหนึ่งของไทย ไม่ใช่ฆ่ากันตายหลายพันคน แล้วเรามานั่งภูมิใจว่ายังเป็นของไทย แต่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าเดินทางไปท่องเที่ยว หรือทำธุรกิจ

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569