โปรไฟล์ / งานบัญชี / แผนที่ / ติดต่อเรา / กลับหน้าแรก

 

 

3 ธันวาคม 2552

คนไทยในซอยตัน

ผมคิดหัวเรื่องนี้นานแล้วแต่ก็ไม่ได้ลงมือเขียน เพราะมักจะเป็นข้ออ้างเสมอว่าไม่มีเวลา แต่ความจริงเป็นสภาวะสับสนทางใจมากกว่า เรื่องราวต่าง ๆ ที่มากระทบตัวเรา ทั้งทางสัมผัสจากการกระทบตัว การมองเห็น การได้กลิ่น และการได้ยิน มันมีความรู้สึกสภาวะแวดล้อมมันเป็นพิษไปหมด

ปัจจุบันผมเลือกที่จะปิดหู และปิดตา ไม่อยากรับรู้ความเป็นไปของบัานเมือง เศรษฐกิจ ผมมีความรู้สึกว่ามันไม่มีความจริงหลงเหลือ ทุกเรื่องทุกเหตุการณ์มันมีความจริงน้อยกว่าครึ่ง ที่แต่ละฝ่ายเลือกที่จะสื่อสารออกมาบางส่วนเป็นเพื่อการโน้มน้าวโฆษณาชวนเชื่อ แล้วก็มีคนเห็นตามนั้นในลักษณะไม่พิจารณาปัจจัยแวดล้อม และลืมเรื่องราวในอดีตเพื่อมาทบทวนปัจจุบัน ว่าความจริงแท้แน่นอนมันเป็นอย่างไร

สื่อสารมวลชนมีผลอย่างมากต่อความเชื่อของประชาชนทุกกลุ่ม ประชาชนแต่ละกลุ่มก็เลือกที่จะเชื่อในกลุ่มของตัวเอง โดยไม่หันไปดูกลุ่มอื่นในสังคม

วันนี้ผมคิดว่ามันเหมือนซอยตัน คุณลองหลับตามองเข้าไปในซอยตัน ทุกซอยจะมีทางออก 1 ทางเสมอก็คือทางที่เราเข้าไป ถ้าเราเลือกที่จะเดินไปในทางตัน เราก็ต้องพบกับความเจ็บปวด และเหน็ดเหนื่อย เพราะถ้าหากเราต้องข้ามทางตันซึ่งไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่เราก็ต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง สูญเสียอย่างยิ่ง เพราะเราต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อข้ามซอยตัน

มีแค่ทางเดียวที่เราจะไม่เหน็ดเหนื่อย ก็คือทางที่เราเดินเข้ามา ถอยกลับเป็นทางเดิม ไม่ได้เสียอะไรไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่เจ็บปวด และไม่เสียเวลา

หลังจากสภาวะสับสนผมเดินกลับมาทางเดิมคนเดียว และพยายามจะพาคนที่รู้จักกลับมาด้วยไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่

วันนี้ผมซื้อหนังสือมาเล่มหนึ่ง "เปิดความคิด ชีวิตอัจฉริยะ" ของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผมใช้เวลาอ่านรวดเดียว 160 หน้ายังไม่จบเล่ม แต่ผมก็ได้อะไรมากในสภาวะจิตใจที่สับสน

ผมไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดในหนังสือเล่มนี้มากนัก ในเรื่องที่เกี่ยวกับ "พระเจ้า" และ "นิพพาน" ที่พยายามอธิบายให้มนุษย์รู้จักการปล่อยวาง และมีการเขียนความเป็นอยู่ของมนุษย์ในยุคพระศรีอาริยเมตไตย ที่มนุษย์จะมีแต่คนดี ไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น

ผมชอบความเป็นไปในยุคของมนุษย์ที่กำลังอยู่ในสภาวะโลกร้อน (Grobal warming
) และการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก 6 แผ่นหลักที่กำลังเคลื่อนที่เข้าหากัน และจะเกิดภัยพิบัติรุนแรงต่อมนุษย์

เรื่องหลังคาดเดายากว่าจะเกิดเมื่อไรถึงแม้ว่าขณะนี้กำลังเกิดขึ้นเป็นไปอย่างช้า ๆ แผ่นดินไหว เกิดสึนามิ

เรื่องโลกร้อนนี่สิที่ทำให้ผมคิดตาม เพราะมีการคาดว่าภายใน 5-10 ปี คนกรุงเทพ และภาคกลางจะต้องเผชิญกับน้ำท่วม และแล้ง จากน้ำทะเลที่ท่วมสูงขึ้น รวมทั้งจังหวัดต่าง ๆ ที่ติดทะเล น้ำเค็มจะแทรกซึมผ่านพื้นดินไปผสมกับน้ำจืดที่ใช้ดื่มกิน ทำให้เกิดความแห้งแล้งผลผลิตทางเกษตรจะเสียหาย และคาดว่าภายใน 30 ปี คือถึงยุคที่คนอายุ 40 กว่าทันได้เห็นถ้าหากไม่ตายไปเสียก่อน น้ำทะเลจะเข้าท่วมบางจังหวัดจะจมอยู่ใต้ทะเลทั้งหมดจนถึง อยุธยา และอ่างทอง ส่วนทางใต้จะเป็นพื้นที่ที่อยู่ทางฝั่งอ่าวไทย จะถูกน้ำทะเลท่วมเช่นเดียวกัน ตามสภาพแผนที่ที่องค์การนาซ่าเป็นผู้จัดทำ

นักวิทยาศาสตร์ไทย ได้นำเสนอการย้ายเมืองหลวง เพื่อให้ประเทศไทยยังคงอยู่ ไปอยู่ในจุดที่แผ่นดินสูงกว่าน้ำทะเลมาก และไม่ตั้งอยู่บนรอยร้าวของเปลือกโลก ที่จัดทำแผนที่โดยกรมทรัพยากรธรณี เพราะการย้ายเมืองหลวงต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีถ้าหากลงมือวันนี้ยังแทบจะย้ายไม่ทัน แต่นักการเมืองกำลังจะสร้างรัฐสภาแห่งใหม่บนพื้นที่กรุงเทพฯ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอะไรมันกำลังจะเกิดขึ้น กับสภาวะโลกร้อน ในอนาคตไม่ไกลจากนี้ ทั่วโลกตื่นตัวกันหมดแล้ว เนเธอร์แลนด์ เริ่มสร้างบ้านและซุปเปอร์มาร์เก็ตลอยน้ำ ญี่ปุ่น กำลังสร้างเมืองที่อยู่ใต้ทะเล แต่ไทยก็พยายามเดินเข้าชนกำแพงในซอยตัน โดยไม่ยอมถอย แล้วเราจะเดินต่อกันอย่างไรในอนาคตของลูกหลาน

สาม สอเสือ

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .

120 ถนนเสนานิคม 1แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569